ดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผุดขึ้นเองจากยอดพระโมฬีของพระอุ่นเมือง วัดน้ำฮู แม่ฮ่องสอน

วัดน้ำฮู แม่ฮ่องสอน

เพลินไปกับเส้นทางพันโค้ง ผ่านหุบเขาที่งดงาม แวะกราบพระอุ่นเมืองให้อุ่นใจ ไหว้พระนางสุพรรณกลัยาที่วัดน้ำฮู แล้วค่อยๆเริ่มต้นสำรวจเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาที่อยู่ในใจของใครหลายคน

ปายเป็นเมืองเล็กๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นจุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่ใครๆก็อดที่จะกล่าวถึงไม่ได้ ด้วยความมีมนต์เสน่ห์ของภูมิประเทศ ชุมชน และวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนเส้นทางที่คดโค้งที่เคยเป็นอุปสรรคการเดินทางในอดีตกลับกลาย
เป็นสิ่งดึงดูด ให้หลายคนอยากที่จะเอาชนะและหาโอกาสเดินทาง มาเยือนสักครั้ง

ในทุกวันนี้หากพูดถึงอำเภอปายสามารถกล่าวได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จังอำเภอนี้เพราะเป็นสถานที่ที่มีชื่อ
เสียงที่โด่งดังไปทั่วโลกในปัจจุบัน และไม่เพียงความงามทางธรรมชาติและวิธีชีวิตของชาว อำเภอปายเท่านั้นที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ วัดน้ำฮูก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวที่มาอำเภอปายแทบจะทุกคนต้องมาแวะเยี่ยมชมและนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง เพราะวัดน้ำฮูเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่ออุ่นเมืองซึ่งถือเป็นพระพทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาว
อำเภอปาย ซึ่งเป็นพระพทธรูปสมัยเชียงแสนที่มีอายุกว่า 500 ปีและมีความพิเศษคือ พระเศียรสามารถ เปิดได้และจะมีน้ำบรรจุอยู่ภายในตลอดเวลาซึ่งเชื่อกันว่า เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

ห่างจากเมืองปายไปเพียง 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของวัดน้ำฮูู ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวท้องถิ่นมาเนิ่นนาน เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่ออุ่นเมือง พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยศิลปะล้านนา แบบสิงห์สาม ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปายมาช้านาน มีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจที่ว่าภายในพระโมฬีที่เปิดได้ของหลวงพ่ออุ่นเมืองนั้น มีน้ำซึมขังอยู่ถายในอย่างไม่เคยเหือดแห้ง ชาวเมืองปายถือว่าเป็นน้ำมนต์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างสูง ถ้าใครได้ดื่มกินหรือนำมาประพรมร่างกายแล้ว จะมีแต่ความเป็นสวัสดิมงคลแก่ชีวิต ช่วยปัดเป่า เภทภัยและความเจ็บไข้ให้มลายสิ้นไป

ตามประวัติกล่าวกันว่าหลวงพ่ออุ่นเมืองนั้นสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายพระพี่นางสุพรรณกัลยา โดยภายในวัดยังมีเจดีย์อนุสรณ์สถานพระนางสุพรรณกัลยาอยู่ด้านหลังโบสถ์ รวมทั้งมีพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระนางสุพรรณกัลยา ประดิษฐานที่ศาลากลางน้ำให้ประชาชนได้ถวายสักการะเป็นสิริมงคลอีกด้วย

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารน้องเบียร์ที่เมืองปายมีอาหารพื้นเมืองหลากหลายที่น่าลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล แกงโฮะรสเด็ด หรือว่าหมูสเต๊ะนุ่มๆ น่ารับประทาน

รู้ก่อนเดินทาง

  • สามารถเข้าไปนมัสการพระอุ่นเมื่องได้ทุกวัน แต่ไม่อนุญาตให้เปิดพระโมฬีหลวงพ่ออุ่นเมือง เพื่อความเหมาะสม แต่ทางวัดได้เตรียมน้ำมนต์และบรรจุขวดสำหรับผู้ที่ต้องการนำกลับไปบูชาแล้ว
Posted under ภาคเหนือ by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 9:43 pm

งานบวชนาค ของชาวไทยใหญ่ ที่สืบทอดมาแต่โบราณ ประเพณีปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

ประเพณีปอยส่างลอง แม่ฮ่องสอน

ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ของชาวไทยใหญ่มีมาแต่โบราณ สือบทอดส่งต่อกันเหมือนเป็นมรดกอันล้ำค่า น่ายกย่อง การที่ลูกชายได้บวชเณรในพุทธศาสนา จึงถือเป็นบุญอันยิ่งใหญ่ของครอบครัว

ปอยส่างลอง หรือ งานประเพณีบวชลูกแก้ว ของชาวไทยใหญ่ เป็นการบรรพชาสามเณรให้สืบทอดในพระพุทธศาสนา และเพื่อเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า โดยมีความเชื่อว่า… ถ้าลูกของตนได้บวชเป็นสามเณรจะได้รับอานิสงส์อันแรงกล้า และเมื่ออายุย่างเข้า 9 ปี ครอบครัวที่มีลูกชายจะนิยมให้ลูกบวชเรียน เพราะถือว่าลุกชายยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ พิธีนี้จะจัดกันอย่างยิ่งใหญ่ แต่ละครอบครัวที่มีลูกชายวัยเดียวกัน จะชักชวนและจัดงานบวชพร้อมๆกัน ในพิธีจะมีการแต่งตัวให้นาคอย่างดงามคล้ายเจ้าชายไทยใหญ่ ใส่เครื่องทรงคล้ายกษัตริย์ เมื่อเข้าขบวนแห่ก็ให้ขึ้นหลังม้า กางสัปทน(ร่ม) จัดขบวนแห่อย่างสวยงามไปบวชที่วัด มีการจุดบั้งไฟเฉลิมฉลอง หลังจากบวชเป็นเณรเรียบร้อย ก็จะศึกษาเล่าเรียนพุทธศาสนาอยู่ที่วัด พออายุได้ประมาณ 19 ปี ก็ลาสิกขา

ปอยส่างลองเป็นอีกประเพณีหนึ่งของชาวไทยใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งมักจะจัดกันใน 3 อำเภอหลักของจังหวัดแม่ฮ่องสอนคืออำเภอขุนยวม อำเภอเมือง และ อำเภอปาย ลักษณะที่น่าสนใจของประเพณีปอยส่างลองก็คือการบวชเป็นสามเณรหรือพระภิกษุตามแบบ
ฉบับของชาวไทยใหญ่ ซึ่งงานจะมีทั้งหมด 3 วัน ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือคนที่เป็นนาคจะแต่งหน้าทาปากดูมีเอกลักษณ์ และจะไม่มีการโกนคิ้ว สำหรับภิกษุที่เป็นไทยใหญ่ หรือชาวพม่า และนอกจากนี้ก็ยังแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยงามและตกแต่งด้วยดอกไม้ ซึ่งมาถึงขั้นตอนนี้เราจะไม่เรียกว่านาค แต่จะเรียกว่า
ส่างลองในวันที่สองก็จะเป็นวันที่ส่างลองจะต้องไปขอขมาลาบวชกับญาติผู้ใหญ่ และวันที่สามจึงจัดขบวนแห่ส่างลองไปถามถนนเดินทางไปยังวัด เพื่อทำพิธีอุปสมบทต่อไป พิธีนี้อาจจะดูไม่ต่างจากการอุปสมบททั่วๆไปนัก ในแง่ของพิธีกรรม แต่ความน่าสนใจจะอยู่ที่การแต่งตัวของส่างลองและขบวนแห่

นับเป็นการปลูกฝังให้ลูกหลานได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาตั้งแต่ยังเล้ก เพื่อกล่อมเกลาจิตใจและอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี เป็นพุทธมามกะที่สืบสานพระศาสนาต่อไป

อร่อยประจำถิ่น

ใครชอบข้าวซอยต้องร้านข้าวซอยป้านูญ อยุ่แถวถนนผดุงม่วยต่อ ในตัวเมือง เปิด 07.00 16.00

อาหารชื่อแปลกอีกอย่างคือ ข้าวกั้นจิ๊น เจ้าอร่อยต้องที่ร้านศรีบัว อยู่ถนนสิงหนาทบำรุง ใกล้ตลาดสายหยุด เปิด 09.00 20.00

รู้ก่อนเดินทาง

ประเพณีบวชลูกแก้วหรือประเพณีปอยส่างลอง มีระหว่างเดือน มีนาคม เมษายน ระยะเวลา 3 7 วัน มักจัดกันที่ อ.ขุนยวม อ.ปาย และ อ.เมือง

Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 13 August 2009 at 1:50 am

ชมปราสาทที่สร้างขึ้นด้วยความศรัทธา เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า ประเพณีจองพารา แม่ฮ่องสอน

ทุกปี… ในช่วงวันออกพรรษา ชาวไทยใหญ่จะบรรจงสรรสร้างปราสาทขึ้นด้วยความศรัทธาสูงสุด เพื่อรอรับเสด็จกระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่าจะเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

จองพารา แปลว่า ปราสาทพระ ชาวบ้านจะช่วยกันสร้างปราสาทจำลอง ที่ทำด้วยโครงไม้ไผ่ประดับลวดลายด้วยกระดาษสาสีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อย และโคมไฟตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อใช้สมมติเป็นปราสาท เพื่อรอรับเสด็จพระพุทธองค์จากสวรรค์ แล้วนำไปประดับไว้ตามบริเวณวัดและบ้านเมือง ในวันแรม 1 ค่ำ ไปจนถึง แรม 8 ค่ำ เดือน 11 จะมีการถวายข้าวที่จองพารา วันละครั้ง และจุดเทียนหรือประทีป โคมไฟไว้ในช่วงเวลาตลอดเทศกาล แสงประทีปนับพันดวง ตามวัด สถูป และบ้านเรือนในตอนใกล้รุ่ง เป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจ

ในช่วงวันพิธีจะมีการเฉลิมฉลอง ฟ้อนโต ฟ้อนรูปสัตว์ต่างๆ ฟ้อนดาบ ฯลฯ ไปตามถนน สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า สัตว์โลกและสัตว์หิมพานต์พากันรื่นเริง ยินดี ร่ายรำเป็นพุทธบูชาเพื่อรับสเด็จ วันแรม 8 ค่ำ จะมีพิธีถวายเทียนพันเล่ม โดยแห่ต้นเทียนไปถวายที่วัด และวันสุดท้ายจะมีพิธีถวายไม้เกี๊ยะ โดยนำฟืนจากสนภูเขามามัดรวมกันเป็นต้นสูง แล้วนำเข้าขบวนแห่ ประกอบด้วยฟ้อนรูปสัตว์ต่างๆ และเครื่องประโคมไปทำพิธีจุดถวายเป็นพุทธบูชาที่ลานวัด เป็นภาพของประเพณีที่งดงามที่เกิดจากแรงศรัทธาอันหาที่สุดมิได้


ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประเพณีจองพารา

ประเพณีนี้เป็นประเพณีเฉพาะของชาวไทยใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งคำว่า จอง หมายถึง วัด หรือปราสาท และคำว่า พารา นั้นแปลว่าพระพุทธรูป หรือ พระพุทธเจ้า ซึ่งรวมความหมายแล้วก็จะหมายถึงการเตรียมสร้างวัด หรือปราสาทสำหรับพระพุทธเจ้าที่กำลังจะลงมาจากสวรรค์ในวันออกพรรษานั่นเอง

ส่วนวัสดุที่ใช้นำมาสร้างตัวจองนั้นก็จะประกอบไปด้วยไม้ไผ่ ซึ่งจะนำมาทำเป็นตัวโครงของจอง และก็จะใช้กระดาษสาในการบุทำเป็นผนัง ส่วนลวดลายด้านนอกก็จะใช้กระดาษสีตัดเป็นรูปต่างๆตกแต่งไว้อย่างสวยงาม และหลังจากประกอบตัวจองเสร็จแล้วก็จะนำไปวางไว้บนนั่งร้านอีกทีหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการนำผลไม้มาแขวนไว้ที่นั่งร้านและเสานั่งร้านทั้งสี่ด้านและมีการประดับโคมไฟ
เพิ่มติมเพื่อความสวยงามในตอนกลางคืน และก็จะต้องจองพารานี้ไว้จนครบ 7 วัน หลังจากนั้นก็จะนำไปทิ้งหรือเผาทำลายเมื่อเสร็จพิธีและทำขึ้นมาใหม่ในปีต่อไป

อร่อยประจำถิ่น

ร้านอาหารพื้นเมืองแม่ฮ่องสอนยอดนิยม ไส้อั่ว หมกปลา แคบหมู น้ำเงี้ยว แนะนำร้าน บ้านเพลง ตั้งอยู่ตรงข้าม TN TOUR เดือนเยื้องไปทางซ้ายมือ

รู้ก่อนเดินทาง

เทศกาลนี้จัดขึ้นระหว่าง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 หรือ ในเดือนตุลาคมของทุกปี

Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 13 August 2009 at 1:43 am

สัมผัวความมหัศจรรย์ ของโคลนสีดำ หนึ่งในสามของโลก ภูโคลน แม่ฮ่องสอน

โคลนสีดำไม่น่ามอง กลับกลายเป็นขอ มีคุณค่าด้วยแร่ธาตุนานาชนิดที่มีสรรพคุณพิเศษ และที่ภูโคลนแห่งนี้ความลับในเนื้อโคลนสีดำอันมหัศจรรย์กำลังเป็นที่กล่าวขานในหมู่
คนรักสุขภาพจากทั่วไทยและทั่วโลก

เพราะเป็นเพียงหนึ่งในสามแห่งของโลกที่มีการค้นพบโคลนสีดำอันเป็นโคลน
ที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์สูงซึ่งเป็นผลดีต่อผิวพรรณและสุขภาพกาย ภูโคลนจึงมีผู้คน มาเยี่ยมเยือนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งโดยเฉพาะในหมู่คนรักสุขภาพแล้วที่นี่เป็นอีกแห่งของ
เมืองไทย ที่ผู้ใส่ใจต่อสุขภาพต้องเดินทางไปให้ถึง ด้วยสายน้ำแร่ที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวดิน เป็นเหมือนยาชั้นเลิศที่มนุษย์กำลังค้นหาและพบว่าตะกอนโคลนที่ปนเปื้อนมากับน้ำร้อน
ธรรมชาติอันสะอาดสะอ้านนั้นทำให้ผิวพรรณผุดผ่องสดใส

เมื่อโคลนเดือดบริสุทธิ์สีดำ ปราศจากกลิ่นกำมะถัน ทั้งยังอุดมด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อผิวหนัง และระบบภายในร่างกาย เขาจึงจัดโปรแกรมเพื่อสุขภาพและความงาม ด้วยโคลนและน้ำแร่จากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติเป็น Natural Spa ที่น่ารักแบบชาวบ้านราคาไม่แพง ไม่ว่าจะเป็นบริการโคลนพอกหน้า เพื่อผิวหน้ากระจ่างใสเนียนนุ่ม และหากได้พอกโคลนทั้งตัวแล้วพลังของมันจะช่วยไป กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตปรับระบบภายในต่างๆ ของร่างกายให้คืนสู่สมดุลภูโคลน จึงเป็นแหล่งโคลนเพื่อสุขภาพชั้นนำของเมื่องไทย น่าภาคภูมิใจแค่ไหนที่ไทย เราเองมีดีไม่แพ้ที่อื่นใดในโลก

ปัจจุบันภูโคลนแม่ฮ่องสอนเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวมากกว่าแต่ก่อนมาก ทั้งนี้เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเที่ยวได้โดยใช้ระยะเวลาไม่นานและเป็นทางผ่าน
ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงซึ่งก็คือปางอุ๋ง ภูโคลนนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว สุภาพสตรีที่สนใจด้านสุขภาพและความงามเป็นอย่างมากเพราะการพอกโคลนนั้นเป็นหนึ่งในวิธี
ที่ดีที่สุดในการทำความสะอาดและบำรุงผิวหน้า และเนื่องจากจะต้องใช้โคลน ที่สะอาดและ มีคุณภาพแร่ธาตุสูง ค่าบริการตาร้านในเมืองจะแพงกว่า มาที่แหล่งค่อนข้างมาก ดังนั้นอาจจะเรียกได้ว่าภูโคลนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวสุภาพสตรีทุกคนตั้งแวะเมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะจะได้พอกโคยนคุณภาพดีและราคาถูกเมื่อเทียบกับการไปใช้บริการในเมือง และยังมีสินค้าเสริมสุขภาพและความงามที่ทำมาจากโคลนจำหน่ายอีกด้วย บางท่านถึงกับเดินทางมาซื้อโดยเฉพาะเลยก็มี

อร่อยประจำถิ่น

  • มาถึงภูโคลนแล้ว อย่าลืมแวะชิมอาหารประจำถิ่นของชาวไทยเมืองใหญ่แม่ฮ่องสอน แนะนำร้านใบเฟิร์น เพื่อเพิ่มอรรถรสของการเดินทางให้น่าจดจำยิ่งขึ้น

รู้ก่อนเดินทาง

  • ภูโคลนสามารถเที่ยวได้ตลอดปี
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต1 โทร. 053 248 604, 053 248 607, 053 241 466
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 1 June 2009 at 9:12 pm

อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน ผ่อนคลายกายและใจในธรรมชาติ โป่งน้ำร้อนท่าปาย แม่ฮ่องสอน

สุขใดคงไม่เท่ากับการได้นอนอาบน้ำแร่แสนสบาย ณ โป่งน้ำร้อนท่าปาย พลังน้ำแร่ร้อนจากธรรมชาติมากประโยชน์ จะช่วยผ่อนคลายใจและกายให้ถึงขีดสุด

โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จากลานจอดรถออกแรงเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 500 เมตร คุรจะพบโป่งน้ำร้อนที่กำลังผุดเป็นพรายฟอง 2 บ่อใหญ่รายรอบด้วยป่าไม้สักอันสมบูรณ์ ปกคลุมด้วยหมอกควันบางๆ บางคนอาจรับรู้ถึงกลิ่นฉุนเล็กน้อยซึ่งเป็นกลิ่นจากแร่ธาตุใต้ผิวดิน อุณหภูมิของน้ำในโป่งสูงถึง 80 องศาเซลเซียส สูงเกินไปกับการลงไปแช่ตัว บางช่วงจะเป็นธารกว้าง แต่ในขณะที่บางช่วงก็เป็นแอ่ง สามารถลงไปนอนแช่ในน้ำอุ่นๆได้ สบายอารมณ์ จะเลือกผ่อนคลายเป็นส่วนตัว หรือใช้เวลากับครอบครัวที่รักก็เพลิดเพลินได้ตามใจชอบ

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ สำหรับทุกคนที่มีหัวใจรักป่าเขาลำเนาไพรอย่างเต็มเปี่ยม รับฟังเสียงนกขับขาน สายลมเย็นโบกสะบัดพัดโชยชื่นกลางแสงแดดอุ่น ที่ถืว่าเป็นสิ่งที่ดีนักต่อสุขภาพ ยิ่งหากได้กางเต๊นท์นอนพักค้างแรมสักคืน คุรจะได้แหงนหน้ามองดูดาวนับพันกระจ่างฟ้ายามค่ำ รื่นรมย์กับความงามของธรรมชาติที่แสนเรียบง่าย มีพียงแสงดาวและแสงจันทร์คลอเคล้าบรรยากาศพาให้คุณนอนหลับฝันดีตลอดคืน

โป่งน้ำร้อนท่าปายถึงแม้ว่าจะเป็นโป่งน้ำร้อนขนาดเล็กและยังนับว่ามีนักท่องเที่ยวเข้าไปชมค่อน
ข้างน้อย แต่รับรองว่าถ้าหากได้เข้าไปเยี่มชมแล้วรับรองว่าจะไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องการแช่น้ำร้อนที่ไหลออกมาจากธรรมชาติแบบเป็นธารน้ำตก โป่งน้ำร้อนท่าปายก็เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่เราแนะนำให้ไปเยี่ยมชม การเดินทางก็ไม่ยากลำบาก ทานสามารถขับรถยนต์เข้าไปได้จนถึงตัวน้ำตก และยังสามารถเดินเข้าไปสำรวจสภาพธรรมชาติ
ิและแช่น้ำแร่ได้ตลอดทั้งวัน นับว่าเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง หากเมื่อท่าน มีโอกาสเดินทางมาเยือนเมืองปาย นอกจากโป่งน้ำร้อนท่าปายแล้วก็ยังจะมีกิจกรรมให้เลือกทำอีกมากมายเช่นขี่ช้างชมป่า หรือล่องแพแม่น้ำปายก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก

อร่อยประจำถิ่น

  • ใกล้ๆโป่งน้ำร้อนท่าปาย มีร้านกาแฟวาวี อ.ปาย ที่เสิร์ฟกาแฟหอมกรุ่นให้คุณแวะไปจิบกาแฟยามเช้ากันได้เพลินๆ

รู้ก่อนเดินทาง

  • โป่งน้ำร้อนท่าปายตั้งอยู่ใน ต.แม่ฮี อ.ปาย ห่างจากอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง 30 กม.
  • ภายในหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ น.ด.2 มีห้องน้ำและลานกางเต๊นท์ให้บริการ โดยมีเต๊นท์ในราคา 30 บาท / คน ชาวต่างชาติ 100 บาท / คน หากนำเต๊นท์มาเองไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ
  • ติดต่อที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ น.ด.2 โทร. 053 248 491
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 1 June 2009 at 9:30 am

ตื่นตาน้ำพุร้อน ที่พุ่งทะยาน จากดินสู่ฟ้า โป่งเดือด ป่าแป๋ เชียงใหม่

อัศจรรย์น้ำพุร้อนกีเซอร์ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มากมายด้วยสรรพคุณเพื่อการบำบัดรักษาท่ามกลางธรรมชาติเขียวสดของหมู่ไม้ โป่งเดือดป่าแป๋ จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายในใจของคนรักสุขภาพ

เมื่อนึกถึงสถานที่อันมีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่หรือแม่ฮ่องสอน หลายๆคนคงนึกถึงอำเภอปาย ซึ่งในปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักอำเภอนี้ ซึ่งเมื่อเดินทางมาอำเภอปาย โดยใช้เส้นทางแม่มาลัย-ปาย นักท่องเที่ยวหลายๆคนก็จะต้องเดินทางผ่านบ่อน้ำร้อนโป่งเดือดหรือโป่งเดือดป่าแป๋ซึ่งในอดีต
นักท่องเที่ยวก็มักจะแวะชมในฐานะที่เป็นทางผ่านไปยังอำเภอปาย แต่ในปัจจุบัน โป่งเดือดป่าแป๋ไม่ใช่รู้จักในฐานะทางผ่านอีกต่อไป เนื่องมาจากได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ มีบ่อน้ำร้อนให้นักท่องเที่ยวลงไปแช่และสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งแช่น้ำร้อนรักษา
สุขภาพไปในตัว

เพราะเมืองไทยมีธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่มากมาย แม้แต่น้ำพุร้อนที่โป่งเดือดป่าแป๋ในเขตอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำพุร้อนกีเซอร์ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
ยังมอบความตื่นตาจากสายน้ำ พุ่งพวยจากระดับผิวดินเป็นครั้งคราวตลอดเวลา ตามแรงดันใต้ผิวดินถ้าเทียบกับพ่อน้ำพุร้อน ที่เป็นเพียงน้ำผุดขึ้นมาเท่านั้น นับว่าโป่งเดือดป่าแป๋อลังการกว่ากันมากนัก ทั้งยังมีสรรพคุณช่วยบำบัดรักษาโรคปวดตามข้อได้ดีอีกด้วย ในอดีตน้ำพุร้อนจากที่แห่งนี้พวยพุ่งจากพื้นดินสูงถึง 2 เมตร จากบ่อใหญ่ที่สุดในบรรดา 3 บ่อที่มีอยู่ ทุกๆ30วินาที คุณจะได้พบน้ำพุร้อนอุณหภูมิสูงถึง 99 องศาเวลเซียส ที่ทะยานขึ้นจากดินสู่ฟ้า ราวกับโชว์อันตระการตาจากธรรมชาติที่กำนัลสู่มนุษย์

และเพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับคุณประโยชน์จากน้ำพุร้อนกันเต็มอิ่ม จึงมีการสร้างห้องอาบน้ำโดยน้ำร้อนจากโป่งเดือดส่งผ่านเข้ามาทางท่อที่เชื่อมต่อกับน้ำพุร้อน ว่ากันว่า… ด้วยแร่ธาตุที่มีน้ำพุร้อนนั้น จะช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณได้ดี

อร่อยประจำถิ่น

  • ที่อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีร้านอาหารสวัสดิการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม บริการนักท่องเที่ยวในราคาสบายกระเป๋า

รู้ก่อนเดินทาง

  • หากเดินทางมาเยือนในฤดูหนาว แนะว่าควรกางเต๊นท์พักแรม ณ อุทยานฯ เพื่อดื่มด่ำทะเลหมอกยามเช้า ติดต่ออุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทร. 053 471 669
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Friday 29 May 2009 at 10:29 pm