สูดโอโซนให้ ชุ่มปอด กลางอ้อมกอดไร่องุ่น วังน้ำเขียว นครราชสีมา

เพราะวังน้ำเขียวมีปริมาณโอโซนติด 1 ใน 7 ของโลก คงไม่มีที่ใดอีกแล้วที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง เพียงได้รับอากาศดีๆ อาหารสดใหม่ เท่านี้ร่างกายก็กลับคืนสู่ความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง…

เนื่องจากวังน้ำเขียวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและมีสภาพธรรมชาติที่ค่อน
ข้างจะสมบูรณ์จึงเต็มไปด้วยสัตว์ป่าและพรรณไม้นานาชนิด รวมทั้งมีสภาพอากาศ ที่เย็นสบายตลอดทั้งปี สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็มีทั้งน้ำตกซึ่งมีอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกคลองดินดำ น้ำตกขุนโจร น้ำตกห้วยใหญ่ใตน้ำตกสวนห้อม และนอกจากมียังมี แปลงผักและสวนผลไม้นานาชนิดให้ได้เที่ยวชมและชิมผลไม่รสชาตอร่อยและราคาประหยัด

ถึงแม้ว่าวังน้ำเขียวจะเป็นสถานที่ที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ฤดูท่องเที่ยวที่มีคนนิยมไปมากที่สุดคือในช่วงเดือน พฤศจิกายน-มกราคมซึ่งเป็นฤดูหนาว โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9-18 องศา ซึ่งถือว่ากำลังเย็นสบาย ประกอบกับเป็นช่วงที่มีฝนปรายๆ ซึ่งจะทำให้บรรยากาศชุ่มชื้นยิ่งขึ้น

อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี กลายเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาของอำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ยิ่งเมื่อได้รับการจัดอันดับของโอโซนว่าติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลก อำเภอวังน้ำเขียว กลายเป็นจุดหมายใหม่ของคนรักสุขภาพ ที่อยากใช้เวลาทั้งวันแบบแนบชิดป่าเขาท่ามกลางบรรยากาศของไร่องุ่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ

มีคนบอกว่ามาวังน้ำเขียวที่เดียว เที่ยวได้หลายอย่าง… ก็คงจะจริง เพราะความหลากหลายที่มีอยู่ในพื้นที่แถบนี้ เหมือนเป็นของขวัญล้ำค่าจากธรรมชาติมอบให้มนุษย์ นอกจากเรื่องอากาศดีติดอันดับโลกแล้ว วังน้ำเขียวยังเป็นที่ที่ให้คุณเพลิดเพลินไปกับชีวิตในไร่องุ่น ชมการผลิตไวน์ระดับชาวบ้านแต่คุณภาพคับแก้ว สนุกกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ทั้งผักผลไม้ปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับที่พากันมาอวดสีสันเร้าใจ แม้แต่เส้นทางการผจญภัย คุณก็สามารถสนุกได้กับหลากหลายกิจกรรมผจญภัย ตั้งแต่เดินป่าศึกษาธรรมชาติจนถึงเครื่องเล่นผาดโผนที่มนุษย์สร้างขึ้นมาท้าทาย คงไม่เกินเลยนักหรอกถ้าจะบอกว่า วังน้ำเขียวเป็นที่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพดีของครอบครัว

อร่อยประจำถิ่น

  • เลือกซื้อองุ่นสดจากไร่ต่างๆ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น น้ำองุ่นสด แยมองุ่น รวมทั้งผักผลไม้เมืองหนาวอื่นๆ เช่น เห็ดหอม ลำไย ลิ้นจี่ ผักปลอดสารพิษ ฯลฯ

รู้ก่อนเดินทาง

  • อำเภอวังน้ำเขียวเที่ยวได้ตลอดทั้งปีในบรรยากาษแตกต่างกัน ฤดูฝน จะได้สัมผัสหมอกฝนที่สดชื่น ส่วนฤดูหนาวสายลมหนาวจะพัดผ่านให้ที่นี่เย็นสบายคลายร้อน
  • การเดินทางสามารถใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 สายนครราชสีมา วังน้ำเขียว ชลบุรี เป็นเส้นทางหลักที่ผ่านอำเภอวังน้ำเขียว
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Friday 5 June 2009 at 9:41 pm

รื่นรมย์ชมฟาร์ม เพียงปีละครั้ง เมื่อลมหนาวมาเยือน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม นครราชสีมา

ความมันวาวบนผืนผ้าไหมชิ้นงาม ส่งประกายให้ จิม ทอมป์สัน เลื่องลือไปทั่วโลกเช่นไร ความรื่นรมย์บนผืนดิน ณ ฟาร์มแห่งนี้ ก็เล่าขานเรื่องราวแห่งภาคอีสานได้สนุกและแสนรื่นรมย์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ทุกๆปีเมื่อสายลมหนาวมาเยือน อำเภอเล็กๆ อย่างปักธงชัยในจังหวัดนครราชสีมา จากเดิมที่ไม่เคยอยู่ในสายตานักท่องเที่ยว กลับกลายเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งที่ทุกคนพากันมุ่งหน้าไปเยือน เพราะเป็นเวลาที่จิม ทอมป์สัน อ้าแขนต้อนรับทุกคนด้วยความอบอุ่น และอบอวลด้วยบรรยากาศสวนเกษตรที่บอกเล่าเรื่องราวดินแดนอีสานได้ดีเยี่ยม สอดแทรกความบันเทิงไว้ครบถ้วน

นอกจากจะได้เรียนรู้ว่า… กว่จะมาเป็นผ้าไหมงามๆสักชิ้น ที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เป็นมาอย่างไรนั้น ผืนดินที่มีเขาพญาปราบเป็นฉากหลัง มีอ่างเก็บน้ำลำสำลาย เป็นวิวสวยสงบงามให้พักสายตา ยังอุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งความเป็นอีสานได้ถึงแก่น เด็กๆจะได้สนุกสนานกับสวนดอกไม้เมืองหนาว แปลงผักไร้ดิน และหนูน้อย ต้องตาลุกวาวเมื่อเจอโซนฟักทองยักษ์ ส่วนคุณพ่อคุณแม่จะได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอีสาน สัมผัสเรือนอีสานโบราณที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน อิ่มอร่อยอาหารพื้นเมืองและผ่อนคลายไปกับสปาบ้านทุ่ง เชื่อเถอะว่าได้ไปเยือนสักครั้ง ปีหน้าคุณจะต้องหวนกลับมาอีกดวยความติดใจ

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมของภาคอีสานแห่งเดียวที่ทางเอกชนให้
ความสำคัญและนำมาพัฒนาได้อย่างสมบูรณ์เต็มรูปแบบซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลักๆคือ

ส่วนที่ 1 จะเป้นส่วนของการนำผลผลิตและผลิตภัณฑืพื้นบ้านมาจำหย่ายให้กับนักท่องเที่ยว ซุ้มจำหน่ายผลผลิต
ส่วนที่ 2 จะเป็นฟาร์มเพราะเห็ด และไม้ดอกไม้ประดับของเมืองหนาวซึ่งก็มีความสวยงาม
ไม่แพ้ดอกไม้ต่างๆที่ปลูกเพาะในภาคเหนือ

ส่วนที่ 3 จะเป็นส่วนของการแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวอีสานโดยจัดแสดง
ในรูปแบบของ หมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านโคราช

ส่วน 4 จะเป็นส่วนของไร่ดอกทานตะวันและไร่ฟักทองที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือก
ซื้อได้ในราคาประหยัด

ส่วนที่ 5 จะเป็นจุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปเก็บไว้
เป็นความประทับใจ

และส่วนที่ 6 จะเป้นในส่วนของแปลงผักปลอดสารพิษซึ่งท่านที่นิยมชมชอบการประกอบอาหาร
ด้วยตัวเองไม่ควรพลาดเพราะสามารถเลือกซื้อผักสดปลอดสารพิษได้ในราคาประหยัด

อร่อยประจำถิ่น

  • ที่ฟาร์มฯมีการนำเสนออาหารอีสานหลากประเภท ตั้งแต่ส้มตำรสแซ่บ แกงพื้นบ้าน และอีกสารพัดเมนูตำรับไทยให้นักท่องเที่ยวเลือกสรร จัดเสิร์ฟในถ้วยชามสังกะสีน่ารักๆเข้าถึงหัวใจของชนบทโดยแท้

รู้ก่อนเดินทาง

  • จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียงปีละครั้งเท่านั้น ราวๆปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นเดือนมกราคม
  • และถ้าใครไม่อยากขับรถเหนื่อยเกินไป ลองใช้บริการรถตู้ของจิม ทอมป์สัน ตั้งต้นจากกรุงเทพฯ ติดต่อราคาค่ารถไป กลับ รวมบัตรเข้าชม สนใจติดต่อ โทร. 044 373 116 7, 044 373 173 4, 027 622 562 www.jimthompson.com
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 4 June 2009 at 9:38 pm

ผจญภัยในทุ่งกว้าง… ตามแบบวิถีคาวบอยไทย ฟาร์มโชคชัย นครราชสีมา

เมื่อภาพของคนโลดแล่นบนหลังม้า ต้อนฝูงวัวบนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มิใช่เพียงความฝันของเด็กๆอีกต่อไป เพราะที่ฟาร์มโชคชัย คุณจะได้ผจญภัยเรียนรู้วิถีคาวบอยไทยและใช้เวลาสุขสันต์ร่วมกันได้ทั้งครอบครัว

ในบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยป่าเขา ที่โอบกอดทุ่งหญ้าผืนใหญ่อันอุดม เหมาะแก่การทำฟาร์มวัวยิ่งนัก ฟาร์มโชคชัยจึงเปิดบ้านต้อนรับทุกครอบครัว ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตในฟาร์มด้วยความอบอุ่น ทุกคนจะได้เรียนรู้การรีดนมวัวด้วยตัวเอง และได้เห็นขั้นตอนว่า… กว่าจะเป็นน้ำนมนั้น ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย พร้อมกับชมและร่วมสนุกในการทำไอศครีมนมแบบง่ายๆ ตำรับฟาร์มโชคชัย และยังมีบริการฟาร์มทัวร์ นำพาทุกคนในครอบครัวไปสนุกกับวิถีคาวบอยในทุ่งกว้าง มีฟาร์มม้าแคระให้เด็กๆได้ตื่นเต้น และสนุกไปกับการแสดงอันแสนรู้ของสัตว์นานาชนิด ที่จะมาสร้างความครื้นเครงและเรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆ

นอกจากนี้ยังได้ทึ่งกับวิถีคาวบอยไทย ชมการสาธิตคล้องบ่วงบาศบนคอวัว รู้จักการบังคับม้าพยศ ดื่มด่ำกับบรรยากาศแค้มป์ปิ้งแบบบูติกฟาร์ม นอนในแคมป์ติดแอร์ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย อิ่มเอมกับบาร์บีคิวยามค่ำคืน และตื่นขึ้นมาในยามเช้าด้วยอารมณ์เบิกบาน ขานรับความสุขของทุกคนในครอบครัวกันอย่างเต็มอิ่ม

ในปัจจุบันฟาร์มโชคชัยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงเกษตรและเป็นสถานที่ในเชิงกิจกรรม
ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถร่มกันทำได้เท่านั้นแต่ยังเป็นแหล่งความรู้ทางด้านการเลี้ยงโคนมและ
โคเนื้ออย่างครบวงจรซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเรียนรู้กรรมวิธีได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งนับว่ามีฟาร์มโคนม ไม่มากนักที่สามารถเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงได้อย่างครบวงจร ในปัจจุบันฟาร์โชคชัย สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ได้ถึงหลักหมื่นคนต่อวัน และสามารถรองรับคุณะทัวร์ขนาดใหญ่ได้ หรือจะมาเที่ยวเป้นครอยครัวก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม สำหรับครอบครัว อีกหลากหลายประเภท เรียกได้ว่าสามารถ มาพักค้างแรมได้กันถึง 2-3 วันเลยทีเดียว ซึ่งรูปแบบที่พักก็มีหลากหลายเหมาะกับการ ท่องเที่ยวทั้งในงบประมาณที่สูงและงบประมาณที่มีจำกัด ซึ่งนับได้ว่าฟาร์มโชคชัยเป็น สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารอร่อยของที่นี่คือ โชคชัยสเต๊กเฮาส์ เสิร์ฟเนื้อโคขุนที่ผ่านการหมักบ่มมาอย่างดี นำมาทำเป็นสเต๊กหลากหลายเมนูให้ได้ทาน ตบท้ายด้วยไอศครีมจากร้าน อืมม มิลค์ เป็นไอศครีมนมสดแท้ๆ รับรองว่าถูกใจคุณหนูอย่างแน่นอน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ฟาร์มโชคชัยเหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ช่วงสั้นๆ เพราะอยู่ห่างจากกรุงเทพเพียง 160 กิโลเมตร ขับรถไม่ถึง 2 ชั่วโมงบนถนนมิตรภาพ คุณก็จะได้สัมผัสดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบคาวบอยไทย
  • ฟาร์มโชคชัย สำนักงานใหญ่ โทร. 02 532 2846 หรือ www.farmchokchai.com
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Wednesday 3 June 2009 at 9:20 pm

ดอกไม้ปลายฝน สัมผัสลมหนาว บนเขาสมอปูน ลานสุริยัน นครราชสีมา

ดอกไม้ปลายฝน สัมผัสลมหนาว บนเขาสมอปูน ลานสุริยัน นครราชสีมา

ขุนเขาตั้งตระหง่านเคียงคู่ หมอกโรยตัวบางๆ สร้างบรรยากาศโรแมนติก ชวนหลงใหล ดอกไม้หลากหลาพันธุ์ เบ่งบานทักทายส่งกลิ่นหอมไม่ขาดสานที่ลานสุริยัน

ลานสุริยัน เป็นลานแห่งทุ่งดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของเขาสมอปูน เทือกเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขาใหญ่ เป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีภูเขาสลับกันระหว่างท่งหญ้าและลานหิน ในช่วงเดือน ตุลาคม ลานสุริยันจะมีทุ่งดอกดุสิตา เต็มลานกว้าง ดอกเล็กๆ สีม่วงและน้ำเงินสด บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมชวนหลงใหลและเนื่องจากบริเวณลานหินที่มีลักษณะชื้น เพราะมีน้ำไหลรินอยู่ตลอดเวลา และน้ำบนหินนี้เองจะช่วยหล่อเลี้ยงทุ่งดอกไม้ ทำให้ทั่วทั้งทุ่งเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ แข่งกันออกดอกสวยงาม เช่น เอื้องนวลจันทร์ ม้าวิ่ง กระดุมเงิน ชบาหิน หยาดน้ำค้าง จรัสจันทร์ ฯลฯ

ความงามของดอกไม้ อากาศที่หนาวเย็น คลอเคล้าไปด้วยหมอกบางๆ สร้างความโรแมนติกให้ลานหินแห่งนี้อยู่ไม่น้อย ใครที่ชอบถ่ายภาพ พลาดไม่ได้ต้องนำกล้องคู่กายมาด้วย เพื่อบันทึกภาพที่งดงามน่าประทับใจ นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีดีที่ไม่อยากให้พลาดชม

ถึงแม้ว่าลานสุริยันจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวคุ้นหูมากนัก แต่ถ้าหากได้มีโอกาสไปเที่ยวแล้ว รับรองว่าจะต้องติดใจ เพราะลานสุริยันจะว่าไปก็คือส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ได้ชื่อว่ายังคงเป็นสภาพ
ป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย นอกจากเราจะพบพันธุ์ไม้หายากต่างๆดังที่กล่าวไปแล้วลานสุริยันยังมีของดีอีกนั่นก็คือวิวทิว
ทัศน์อันสวยงามซึ่งก็นับว่ามีความสวยงามไม่แพ้เทือกเขาอื่นๆในประเทศไทย ซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ที่หลากหลายและเต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีนานาชนิดและที่สำคุญคือยังมี
รอยเท้าไดโนเสาร์บริเวณใกล้ผาเตลิ่นอีกด้วย และเนื่องจากเป็นแหล่งรวมของดอกไม้ต้นไม้หลากสีนานาชนิดนี้เอง ผาสุริยันจึงเป็นที่ที่นิยมในหมู่นักถ่ายรูปซึ่งก็มักจะไม่ผิดหวังหากต้องการเก็บภาพที่สวยงาม
ของดอกไม้รวมทั้งความประทับใจกับวิวทิวทัศน์ที่ดูแปลกตา

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารแถวๆเขาใหญ่ ร้านเขาใหญ่เมาท์เทน จากแยกปากช่องเข้ามาประมาณ 2 กม. ซ้ายมือถนนธนะรัชต์ อาหารอร่อยโดยเฉพาะขาหมูทอด สุดยอด ใครชอบอาหารพื้นบ้าน ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาช่อนทรงเครื่อง ร้านไก่ย่างเลิศทิพย์ ริมทางหลวงหมายเลข 304 ทางไปโคราช อยากชิมไวน์อร่อย เมนูเด็ด ซาโยเต้ผัดแฮม ต้องไปที่ร้าน PB Valley ทางลัดเข้า Mission Hill และเขาใหญ่ จากมวกเหล็ก ผ่านร้าน Diary Farm ธิดาเทพรีสอร์ทถึงทางแยกจะเห็นป้ายบอกทางเป็นระยะๆ บรรยากาศดีมาก มีไร่องุ่นนับพันไร่ อยู่ในหุบเขา

รู้ก่อนเดินทาง

  • ช่วงที่น่าเที่ยวมากที่สุดคือช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือเดือนตุลาคมของทุกปี
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Tuesday 19 May 2009 at 11:57 pm