ขอพรองค์พระนอน ให้สมดังปราถนา วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา

วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา

เสียงครื้นเครงของแตรวง จากผู้มาบนบานศาลกล่าวขอพรจากวัดสะตือ มักดังกึกก้องอยู่สม่ำเสมอ นั่นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ ที่ชาวบ้านนิยมาขอพระเพื่อความสุขสมหวังในชีวิต

อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันนักสำหรับวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะวัดนี้แทบไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนที่ท่องเที่ยว แต่สำหรับชาวบ้านเมืองกรุงเก่าแล้วเชื่อว่าทุกคนรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี เพราะชื่อเสียงอันโด่งดังขององค์พระนอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือ พระนอนใหญ่ ใครก็ได้มากราบนมัสการมักสมปราถนาตามสิ่งที่ฝัน

วัดสะตือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยยาสน์ (พระนอน) ซึ่งมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพระพุทธรูปนี้ สมเด็จพระพุธาจารย์โต ได้ดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2413 ความจริงแล้ววัดสะตือนี้ชื่อเดิมคือวัดท่างาม แต่มาเปลี่ยนแปลงภายหลังเป็นวัดสะตือ

พระนอนใหญ่องค์นี้ สมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ทรงสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อปี พ.ศ.2413 ที่วัดสะตือ เดิมทีวัดนี้ชื่อว่า วัดท่างาม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอุยธยา ภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดสะตือ เพราะมีสะตือใหญ่ขึ้นอยู่ริมฝั่งน้ำตรงหน้าวัด สะตือจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมในอดีต ความร่มรื่นของวัด มักทำให้ผู้มาเยือนได้สงบจิตใจในคราวเดียวกัน นอกจากการเข้ามากราบนมัสการขอพรจากพระนอนใหญ่ และเมื่อใดที่มีผู้สมปราถนา คุณจะได้เห็นขบวนรำกลองยาวรอบองค์พระ อันเป็นภาพที่ชินตาในยามมาเยี่ยมเยือนวัดสะตือ แห่งนี้

วัดสะตือเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงไม่เพียงแค่ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ยังเป้นที่เลื่อมใสสักการะของชาวไทยพุธทั่วประเทศ ในแต่ละวันจะมีผู้ที่เดินทางมาสักการะพระนอนและหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันหยุด เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ จนในปัจจุบันทำให้วัดสะตือมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวัดอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อร่อยประจำถิ่น

  • บริเวณวัดมีขนมไทยหลากหลายจำหน่าย แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ร้านทองม้วนสายทอง ซึ่งทำทองม้วนกันสดๆม้วนกันให้เห็น ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเสียเหลือเกิน
  • ร้านกินลูกเดียว ร้านแบบชาวบ้านธรรมดา แต่อาหารอร่อย อาหารขึ้นชื่อ กุ้งเผาตัวโตๆ น้ำจิ้มรสเด็ด ส้มตำกุ้งสด เสิร์ฟพร้อมกับขนมจีนไข่ต้ม ปลาช่อนทอดราดสมุนไพร ผัดไทยไร้เส้น ไปทางท่าเรือ พอถึงทางแยกไปนครหลวงก็เลี้ยวขวาเข้าไปเรื่อยๆประมาณ 3 กิโลเมตร ร้านจะอยู่หัวมุมโค้งถนนทางขวามือ
  • ร้านลุงม้วน ถนนนครหลวง ท่าเรือ ตลาดใหม่เหนือวัดโตนด แนะนำปลาริมแม่น้ำ อร่อยทุกจาน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ว่ากันว่าหากไปบนบานศาลกล่าวด้วยขนมจีนและไข่ต้มจะสมหวังดังใจนึก
Posted under Unseen in Thailand, ภาคกลาง by ndesigns on Monday 21 December 2009 at 2:15 am

ขอบารมีหลวงพ่อ ส่งผลให้ค้าขายร่ำรวย วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของหลวงพ่ออี๋ เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย

ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเลอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

เหตุนี้เองวัดสัตหีบหรือวัดหลวงพ่ออี๋ จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะหลวงพ่ออี๋ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย

วัดสัตหีบ นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึงวัดหลวงพ่ออี๋ แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน

อร่อยประจำถิ่น

  • สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย จันลอน ทอดมันย่างเจ้าเดิม หรือแวะชิมก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าเก่าของสัตหีบ และอย่าลืมซื้อของทะเลแห้งกลับบ้านที่ร้านเจ๊ติ๊ดซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • วัดสัตหีบเปิดให้สักการะหลวงพ่ออี๋ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 16.00 น.
  • จะมีการจัดงานประจำปีที่วัด 3 ครั้ง คือ ช่วงก่อนวันตรุษจีน ช่วง 1 9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ่ออี๋ ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 10
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:59 pm

หากมีรักที่มั่นคง เจ้าแม่จะอวยพรให้รักแท้นั้นสมหวัง เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุข ที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี

เพื่อยืนยันในคำมั่นสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุข สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสองคน และได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา

เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะจึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวายเจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด

ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆหลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก

ในปัจจุบันศาลเจ้าแม่เขาสามมุขเป็นที่รู้จักและเคารพสักการะทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวจีน
เพราะเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิม โดยยังเป็นสาถนที่ที่นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคน ที่เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีจะต้องแวะนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเดินทาง นอกจากนี้หากท่านใดศึกษาตำนานความเป็นมาของเจ้าแม่เขาสามมุขซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ
ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาที่บริเวณละแวกอ่างหิน หรือตำบลอ่างศิลาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานรักระหว่างชายหนุ่มชื่อแสน และหญิงสาวชื่อสามมุขที่ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งชื่อของบางแสน ก็เชื่อกันว่ามาจากชื่อของนายแสนนี้เอง และนี่ก็คือสิ่งที่เป็นตำนาน เกี่ยวกับความรักและความผูกพันซึ่งก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เดินทางที่มากราบไว้
ขอพรเพื่อให้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารทะเลที่ถนนรอบเขาสามมุข มีหลายร้าน ที่รู้จักกันดีคือ วังมุข อาหารทะเลทุกชนิด โทร. 038 748 217 8, 038 191 818 20 หรือ ทิพย์ประมง โทร. 038 383 358 แต่ถ้าชอบอาหารไทย ต้องร้านดีพร้อม ร้านเก่าแก่ที่ถนนเลียบชายหาด โทร. 038 381 622

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่มาไหว้เจ้าแม่กวนอิม จะซื้อสร้อยมุขเส้นละ 30 บาท ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายเจ้าแม่
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:49 pm

บูชาหลวงพ่อโสธร ขอพรให้ได้ลูกชาย วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เมืองแปดริ้ว คลาคล่ำไปด้วยสาธุชน ที่มาขอบารมีหลวงพ่อโสธรให้ชีวิตมีความสุขสมหวัง แต่หลายคนมาด้วยความหวัง… ว่าจะขอพรให้ได้ลูกชายไว้สืบสกุล

แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ตำนานที่เล่าขานถึงเรื่องความอัศจรรย์ของพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมา ยังเป็นที่โจษขานกัน จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธโสธรอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญองค์หนึ่งของเมือง
ไทยนั้น ยังเป็นที่เลื่อมใสในหมู่ชาวพุทธ จึงทำให้วัดโสธรวรารามวรวิหารแน่นขนัดไปด้วย ผู้คนที่เดินทางมานมัสการขอพรจากทุกสารทิศ ที่เชื่อกันว่าถ้าได้สักการะองค์หลวงพ่อ แล้วจะมีแต่ความสุข ความเจริญ นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันในหมู่ผู้ที่มีบุตรยากทั้งหลายว่า หากได้มากราบขอบุตรชายจากองค์หลวงพ่อโสธรแล้วมักจะสมหวังกันทุกรายไป

ปัจจุบันหากกล่าวถึงวันเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็คงจะหนีไม่พ้นวัดโสธรวรารามวรวิหารซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อพุทธโสธร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีความโดดเด่นไม่เพียงเฉพาะเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น หากยังมีความวิจิตรอลังการในเชิงสถาปัตยกรรมซึ่งมีความสวยงามมากที่สุดใน
จังหวัดฉะเชิงเทราวัดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนารายณ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในปัจจุบันได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เป็น เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และมีผู้คนเดินทางไปเยี่ยมชมและ สักการะหลวงพ่อโสธร กันอย่างล้นหลาม เป็นประจำแต่ละปี

ปัจจุบันการเดินทางมาที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร นั้นทำได้สะดวก และนอกจากจะได้มากราบหลวงพ่อโสธรเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังมีโอกาสได้ชมพระอุโบสถหลังใหม่ที่ยิ่งใหญ่ งดงาม ริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตร ด้วยรูปแบบศิลปะในรัชกาลที่ 9 โดยผนังบุหินอ่อนจากอิตาลี ส่วนบนเพดานนั้นประดับตกแต่งเป็นเรื่องราวของจักรวาล ประกอบกับงานจิตรกรรมที่สวยงาม นอกจากนี้ยอดพระอุโบสถหลังนี้ยังประดับด้วยฉัตรทองคำงามสง่า ให้เป็นพุทธสถานเพื่อให้ประชาชนได้มาเคารพสักการะองค์หลวงพ่อโสธรสืบไป

อร่อยประจำถิ่น

  • ว่ากันว่าขนมเปี๊ยะที่ฉะเชิงเทรานั้นแสนอร่อย ใครที่ชื่นชอบขนมเปี๊ยะต้องไม่พลาด โดยเฉพาะขนมเปี๊ยะสูตรโบราณไส้ต่างๆ จากร้าน อึ๋งมุ่ยเส็ง ที่เปิดมานานกว่า80ปี โทร. 038 541 165

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่ได้ลูกชายสมหวังดังใจอธิษฐาน มักจะถวายละครชาตรี หรือบูชาองค์หลวงพ่อด้วยไข่ต้ม ผลไม้ และ พวงมาลัย
  • ในส่วนพระอุโบสถหลังใหม่ เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 16.00 น. และควรแต่งกายสุภาพ
Posted under ภาคกลาง by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:41 pm

ไหว้หลักเมือง ขอพรชัยให้ชีวิต มีหลักมั่นคง ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร

ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร

เดินทางย้อนรอยมาถึงใจกลางแห่งกรุงเทพมหานคร แวะกราบพระหลักเมืองอันเป็นหลักชัยให้พระนคร ขอพรให้ชีวิตนั้นมีแต่ความมั่นคง เสริมดวงชะตา ตัดเคราะห์ ต่อบารมี

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้มีพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองขึ้น ภายหลังจากที่ได้สถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานี ตามโบราณราชประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดิน นับจากนั้นมา ศาลหลักเมืองก็เป็นที่เคารพสักการะอย่างไม่เสื่อมคลาย ในฐานะที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหลักความมั่นคงของพระนคร และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวไทยทุกคน

นอกจากประชาชนทั่วไปที่มาสักการะศาลหลักเมือง เพื่อขอพรให้บ้านเมืองมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ยังมีความเชื่อที่เล่าสืบกันมาว่า หากผู้ใดมาไหว้พระหลักเมืองนั้น จะช่วยเสริมหลักฐานความมั่นคงให้กับชีวิต ฃ่วยตัดเคราะห์ ต่อดวงชะตา เสริมอำนาจบารมีให้มีแต่ความเจิรญรุ่งเรืองอีกด้วย

หากมีโอกาสมาไหว้พระหลักเมืองแล้ว ควรจะเข้าไปสักการะเทวดาสำคัญ ผู้รักษาพระนครทั้งห้าที่ประดิษฐานอยู่ในหอเทพารักษืด้วย คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรเจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง เพื่อขอบารมีให้ท่านช่วยปกปักรักษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต

ถึงแม้ว่าในแต่ละจังหวัดจะมีศาสหลักเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคงแก่ผู้คน
ในจังหวัดแต่สำหรับศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครไม่ใช้เป็นเพียงแค่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ
จังหวัดกรุงเทพมหานครเท่านั้นแต่หากยังถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณบ้านคู่เมืองของประเทศไทยอีกแห่ง
หนึ่งเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครโดย พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศุนย์รวมจิตใจ
ของประชาชนเพื่อครั้งทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และนอกจากนี้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าในการดุแลบำรุงรักษาจากอีกหลาย
รัชกาลในเวลาต่อมา ซึ่งล่าสุดเมื่อ พศ 2525 เมื่อครั้งฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งได้มีการบูรณปฎิสังขรณ์ศาลหลักเมืองครั้งใหญ่จนสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นศุนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งขาติอย่างแท้จริง

อร่อยประจำถิ่น

  • บริเวณท่าช้าง และท่าพระจันทร์ มีร้านอาหาร และขนมต่างๆมากมาย ให้เลือกรับประทานยามเมื่อท้องหิว หรือจะข้ามเรือไปยังท่าเรือศิริราชก็มีอาหารให้เลือกละลานตาไม่แพ้กัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ในบริเวณศาลหลักเมืองมี พระเสี่ยงทาย ให้ตั้งจิตอธิษฐานถามถึงสิ่งที่ปราถนา การยกพระเสี่ยงทายนั้นต้องทำสองครั้ง ครั้งแรกขอให้ยกขึ้น ส่วนครั้งที่สองขอให้ยกไม่ขึ้น หากเป็นดังนั้นเชื่อว่าจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ
Reblog this post [with Zemanta]
Posted under ภาคกลาง by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:25 pm

มงคลแห่งชีวิต สักการะองค์พระธาตุ ที่ผุดขึ้นจากเนินดิน พระธาตุนาดูน มหาสารคาม

พระธาตุนาดูน มหาสารคาม

นมัสการองค์พระบรมสารีริกธาตุ ที่เคยสาบสูญแห่บ้านนาดูน ซึ่งถูกพบจากเนินดินพร้อมกับเรื่องราวความสำคัญของถื่นพุทธมณฑลอีสานแห่งมหาสารคาม

ในภาคอีสานอันกว้างใหญ่นั้นมีพระธาตุสำคัญหลายองค์ อันเป็นเครื่องแสดงถึงความรุ่งเรืองและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในพื้นที่ที่ไม่เคยเสื่อมคลายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในจังหวัดมหาสารคามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระธาตุนาดูน อันเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ซึ่งชาวอีสานเชื่อกันว่าใครได้มาสักการะบูชา พระธาตุนาดูน สักครั้งหนึ่งแล้วนั้น จะถือว่าเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิต

กล่าวกันว่าพระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกค้นพบขึ้นจากเนินดินในซากโบราณสถานร้าง กลางทุ่งนาแห่งบ้านนาดูน เป็นที่มาของการสร้างพระธาตุนาดูน ที่สวยงามอลังการขึ้นไว้เพื่อประดิษฐานและเป็นที่สักการะบูชาสืบไป โดยหลักฐานการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ และโบราณวัตถุแห่งจัมปาศรีซึ่งเป็นนครโบราณสมัยทวาราวดีนั้น แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและความเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาที่สำคัญของพื้นที่แห่งนี้ในอดีต

นอกจากคุณจะได้อิ่มบุญไปกับการไหว้พระธาตุนาดูนสีขาว สูงสง่ามองเห็นได้แต่ไกลแล้ว พื้นที่โล่งโดยรอบนั้นยังจัดเป็นสัดส่วนที่สวยงามมองแล้วสบายตา มีสายลมพัดเย็นๆที่ช่วยให้จิตใจสลบและผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว

จากการพิสุจน์หลักฐานทางโบราณคดี เชื่อกันว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุอยู่ในราว 1,300 ปี และในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในหมู่พระธาตุทั้งหมดในภาคอีสาน ในปัจจุบันพระธาตุนาดูนนอกจากจะเป็นถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดมหาสารคามแล้ว บริเวณรอบพราตุยังถูกจัดให้เป็น พิพิธภัณฑ์ทางศานนาและวัฒนธรรม สวนรุกชาติ และ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็น สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาอีกด้วย จากรูปทรงจะสังเกตุเห็นได้ว่าพระธาตุมีลักษณะองค์ ที่แตกต่างออกไปจากพระธาตุองคือื่นๆในภาคอีสาน ทั้งนี้เป็นเพราะพระธาตุนาดูน ถูกจำลองแบบมาจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งมีฐานประยุกต์แบบศิลปทวาราวดี
จึงทำให้มีลักษณะแต่งต่างจากพระธาตุองค์อื่นๆ

อร่อยประจำถิ่น

  • มาเยือนมหาสารคามทั้งทีควรหาโอกาสลิ้งลอง หม่ำ หรือ ไส้กรอกอีสานรสเด็ด ที่มีทั้งที่ทำจากเนื้อหมูและเนื้อวัว ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป หากติดใจซื้อฝากคนที่บ้านก็ได้ เพราะสามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ในบริเวณพระธาตุนาดูนนั้นมีศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจัมปาศรีซึ่งเก็บรักษาศิลปวัตถุที่ ่ขุดค้นพบในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่น่าเข้าชม สำหรับผู้ที่ต้องการเติม ความรู้ไปควบคู่กับการเติมบุญในคราวเดียวกัน
Posted under ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 9:57 pm

กราบพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ประจำคนปีขาล แห่งเมืองหม้อห้อม พระธาตุช่อแฮ แพร่

พระธาตุช่อแฮ แพร่

ไม่ว่าคุณเกิดปีขาล หรือว่าปีใดๆ หากได้มากราบไหว้องค์พระธาตุช่อแฮแล้วไซร้ บุญกุศลนั้นจะส่งให้ชีวิตนั้นมีแต่ความสุขและความรุ่งเรืองสืบไป

เมืองแพร่ ไม่เพียงเป็นที่รู้จักกันแต่เพียงเรื่องของผ้าหม้อห้อม ที่เลื่องลือกันในด้าคุณภาพและความงาม จากการย้อมด้วยต้นห้อมแท้ๆ ที่ให้สีสันสวยล้ำลึกกว่าหม้อห้อมจากถิ่นใดหากคุณได้มาเยือนเมืองแห่งนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการเดินทางไปนมัสการพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญอีกองค์ประจำภาคเหนือ คือ พระธาตุช่อแฮ อันเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวแพร่ที่เก่าแก่ ซึ่งมีประวัติว่าสร้างขึ้นมานับแต่สมัยพระยาลิไทแห่งกรุงสุโขทัยเลยทีเดียว

พระธาตุช่อแฮนั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ออกไปเพียง 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาอย่างสง่างามพระธาตุช่อแฮ เป็นสีทองระยับยามต้องแสงแดดนั้น เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวพุทธ เนื่องด้วยเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอกด้านซ้ายและพระเกศาแห่งองค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงมีผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาสักการะไม่ได้ขาด ด้วยความ ศรัทธา และถือว่าเป็นสิริมงคลสูงสุดแห่งชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ของผู้ที่เกิดในปีขาล เนื่องจากตามคติความเชื่อของชาวล้านนาถือเป็นพระธาตุประจำตัวของผู้ที่เกิดในปีขาลและเชื่อกัน
ว่าหากผู้ใดได้มากราบนมัสการองค์กระธาตุสักครั้งในชีวิต ก็จะมีแต่ความผาสุกและ ความรุ่งเรืองตลอดกาล

พระธาตุองค์นี้นับได้ว่าเป็นพระธาตุที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆของภาคเหนือสืบเนื่องมาจากได้รับ
พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระธาตุช่อแฮเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี 2549 และนอกจากนี้สำหรับผู้ที่เกิดปีขาล นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธืที่จะต้องเดินทางมาสักการะกันเป็นประจำทุกปีกันเลยทีเดียว และสำหรับนักท่องเที่ยวเองแล้วพระธาตุช่อแฮยังถือว่าเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัด ซึ่งถ้าใครเดินทางมาจังหวัดแพร่แต่ยังไม่ได้ไปนมัสการพระธาตุก็เหมือนกับยังเดินทางมาไม่ถึง
จังหวัดแพร่ นอกจากพระธาตุช่อแฮแล้ว เมืองแพร่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือแพะเมืองผี

อร่อยประจำถิ่น

  • จังหวัดแพร่นั้นเป็นแหล่งผลิตชาใบหม่อนชั้นดีอีกด้วย ชาใบหม่อนจากกลุ่มแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ตำบลแม่ยางตาล อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ คือของฝากเพื่อสุขภาพที่ควรติดมือกลับบ้าน หากสนใจ โทร. 054 548 112

รู้ก่อนเดินทาง

  • เชื่อกันว่าหากได้นำผ้าแพรเนื้อดีไปถวายแด่องค์พระธาตุช่อแฮ อานิสงส์จะช่วยให้เกิดแต่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต และหน้าที่การงานตลอดกาล
Posted under ภาคเหนือ by ndesigns on Wednesday 2 September 2009 at 12:02 am

ยลวัดที่สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา ที่งดงามดั่งสวรรค์บนดิน วัดรองขุ่น เชียงราย

วัดรองขุ่น เชียงราย

คำว่าศรัทธานั้นสร้างได้ทุกสรรพสิ่ง คงไม่ใช่คำพูดที่เกินจริง วัดรองขุ่นจึงงดงามด้วยศิลปะที่แสนประณีตบรรจง ราวกับศิลปินผู้สร้างนั้น ได้วาดภาพสามมิติแห่งสรวงสวรรค์มาไว้บนผืนดินให้มนุษย์ได้สัมผัส

วัดรองขุ่น ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ถือเป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรเรืองนาม ที่อุทิศตนสร้างวัดอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ให้วัดแห่งนี้ งดงามดังสวรรค์ที่มีอยู่จริงซึ่งมนุษย์สามารถสัมผัสได้บนพื้นพิภพ คล้ายเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนให้คนเราใฝ่ปฏิบัติธรรรม และประกอบแต่กรรมดีในการดำเนินชีวิต

พระอุโบสถวัดรองขุ่น มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงช่อฟ้า ใบระกา และรายละเอียดซึ่งแตกต่างไปจากวัดแห่งอื่น โดยตัวพระอุโบสถที่เน้นสีขาวบริสุทธิ์นั้น สื่อแทนพระบริสุทธิคุณ ขณะที่กระจกขาววาววับจับประกายระยิบระยับ หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธองค์ที่โชติจรัสชัชวาลไปทั่วทั้งโลกมนุษย์และจักรวาล นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่แสนอลังการฝีมือของอาจารย์เฉลิมชัยเอง ซึ่งไม่น่าพลาดชมอยู่ภายในโบสถ์อีกด้วย ถึงแม้ว่าการก่อสร้างวัดนั้นยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ความงามที่ปรากฏ ได้สร้างความสุขทางใจให้ดื่มด่ำไปกับเรื่องราวในพุทธศาสนา ในรายละเอียดตกแต่งที่พิถีพิถันทั่วทุกมุม ซึ่งไม่เพียงแต่ความวิจิตรที่สัมผัสได้เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงหลักธรรมในศาสนาที่ลึกซึ้งให้ผู้ที่มาเยือนอย่างเราได้กลับไปขบคิดกันอีกด้วย

ในปัจจุบัน วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงไม่เพียงแต่เฉพาะในเมืองไทย แต่ยังมีชื่อเสียงโด่งดังมากในต่างประเทศ ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยความวิจิตรกระการตาในแง่ของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งซึ่งมาจากความเลื่อม
ใสและศรัธาในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้าของผู้สร้าง และไม่เพียงเท่านั้น อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นเจ้าของรูปแบบสถาปัตยกรรมอันสวยงาม นี้ยังตั้งใจ ยกวันร่องขุ่นนี้ให้เป็นสมบัติของคนไทยทุกคนและสมบัติของชาติไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป ซึ่งนับเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย และยังถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวเชียงรายด้วย

อร่อยประจำถิ่น

  • เชียงรายเป็นแหล่งปลูกชาชั้นเลิศไม่แพ้ที่ใด จากวัดรองขุ่นนักดื่มชาควรหาเวลาไปสูดอากาศพร้อมทั้งชิมชาอู่หลงรสเลิศที่ดอยแม่สลอง โดยบริษัทใบชาโชคเจริญ จำกัด มีชาชั้นดีให้คุณเลือกซื้อเป็นของฝาก โทร. 053 765 114 9

รู้ก่อนเดินทาง

  • นอกจากจะชมความงดงามของพระอุโบสถแล้ว ยังสามารถเข้าชมผลงานภาพจิตรกรรมพุทธศิลป์ส่วนหนึ่งของอาจารย์เฉลิมชัยภายในห้อง
    จัดแสดงที่อยู่ภายในบริเวณวัดได้อีกด้วย
Reblog this post [with Zemanta]
Posted under ภาคเหนือ by ndesigns on Tuesday 1 September 2009 at 11:03 pm