ชมสระมรกต ท่ามกลางหมู่เกาะอ่างทอง ทะเลใน หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

ทะเลใน หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

ทะเลสาปแห่งความอัศจรรย์ น้ำทะเลสีเข้ม กลางหมู่เกาะ เปรียบเสมือนหนึ่งสระน้ำมรกต ในป่าหิมพานต์ ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์เอาไว้

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วยหมู่เกาะมากมาย จำนวน 42 เกาะ บนเกาะมีลักษณะเป็นป่าดงดิบ จึงพบพืชและสัตว์หายาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นน้ำทะเล ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังและสัตว์น้ำ มีการสำรวจพบโลมาและวาฬ บริเวณช่องอ่างทองก็ยังเป็นแหล่งวางไข่ของปลาทูที่มากที่สุดในประเทศไทย สำหรับใครชอบชมทิวทัศน์ของทะเล บนเกาะวัวตาหลับซึ่งเป็นเกาะใหญ่จะมีจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองออกไปได้รอบทิศทาง ประดุจตาเหยี่ยวที่มองลงมาจากฟากฟ้า บนเกาะวัวตาหลับนี้เป็นที่ตั้งของอุทยานฯ จะมีสถานที่กางเต๊นท์ บ้านพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้บริการ

ส่วนที่เกาะแม่เกาะ จะเป็นที่ตั้งของทะเลใน ทะเลสาบน้ำเค็มซึ่งสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินปูน ทำให้เกิดบ่อลึก มีหน้าผาล้อมรอบ มีอุโมงค์ใต้น้ำเชื่อมสู่ทะเลเปิดด้านนอก เป็นทางผ่านของสายน้ำและฝูงปลาน้อยใหญ่ และทำให้มีน้ำขึ้น น้ำลง เช่นทะเลทั่วไป

ทะเลใน กลางเกาะแม่เกาะ มีความงดงามมาก น้ำทะเลสีเขียวเข้มโอบล้อมด้วยขุนเขาต่างๆ ดูคล้ายสระมรกต หรือสระอโนดาตในป่าหิมพานต์ซึ่งปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์

ลักษณะที่สำคัญของอุทานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองคือประกอบไปด้วยเกาะเป็นเขาหินปูน จำนวน 42 เกาะที่มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไป ส่วนเนื้อที่บนตัวเกาะเองนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าอย่างมากและยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งพันธุ์พืชหายากหลายชนิด เช่น กล้วยไม้รองเท้านารี เป็นต้น ส่วนในพื้นที่ที่เป็นทะเล หมู่เกาะอ่างทองถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งวางไข่ของปลาทู ซึ่งนับความีคงามสำคัญต่อระบบนิเวศน์วิทยาของทะเลไทยทั้งหมดอีกด้วย การเดินทางมาเยือนทะเลใน หรือหมู่เกาะอ่างทองนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้โดยการนั่งเรือจากเกาะสมุยซึ่งท่านสามารถมาดำน้ำชมปะการังหรือเที่ยวชมเกาะอื่นๆในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเช่นเกาะวัวตาหลับซึ่งนับว่ามีชื่อเสียงด้านความงามไม่แพ้กัน

อร่อยประจำถิ่น

  • ถ้าจะทานอาหารทะเลมีร้านอยู่ทั่วไป แต่ไปแถวพุมเรียงต้องสั่งหอยขาว ไปแถวปากน้ำกะแดะสั่งหอยนางรมสดๆ ร้านป้าทิ้ง ร้านแถวคลองท่า ต้องกุ้งหลวง กุ้งก้ามกราม เพราะเป็นแหล่งของมัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่จะเดินทางมาชมทะเลใน ออกเดินทางจากเกาะสมุย มีเรือนำเที่ยวบริการออจากท่าเรือหน้าทอน ประมาณ 09.00 น. กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณเที่ยวละ 1 ชม.
  • ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การเดินทางไปเที่ยวทะเลในราวเดือน เมษายน พฤศจิกายน
Posted under ภาคใต้ by ndesigns on Sunday 11 July 2010 at 6:34 am

เดินเล่นบนหาดทรายขาว ดำน้ำชมแนวปะการัง เกาะมาตรา ชุมพร

เกาะมาตรา ชุมพร

ปะการังน้ำตื้น เป็นหนึ่งมนต์เสน่ห์ ที่ทำให้ผู้รักการดำน้ำ ต้องเดินทางดั้นด้นมาถึงที่นี่ เกาะมาตรา คือสวรรค์ของนักดำน้ำ

เกาะมาตรา หรือเกาะมัตรา หรือเกาะตังกวย อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ใกล้กับหาดทรายรี ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือท่ายางประมาณ 1 ชั่วโมง ด้านตะวันตกของเกาะมีหาดทรายขาวนวลสลับกับโขดหิน ที่เรียงรายอยู่รอบเกาะ มีบ้านพักของอุทยานฯ สามารถกางเต๊นท์นอนพักแรมบนผืนทรายได้ บริเวณหัวแหลมของเกาะมีแนวปะการังน้ำตื้นที่มีชื่อเสียง และอุดมสมบูรณ์ที่สุดของหมู่เกาะชุมพร ด้านตะวันออกของเกาะมาตราเป็นผาสูง ปะการังส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นปะการังก้อนและปะการังสมองขนาดใหญ่ มีปลาหลายชนิด เช่น ปลาการ์ตูน ปาสลิดหินขนาดเล็ก ปลานกขุนทอง ปลาเขียวพระอินทร์ ปลาปักเป้า ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นปลาขนาดเล็กในแนวปะการัง ไม่ค่อยพบปลาขนาดใหญ่กลางน้ำเนื่องจากเป็นน้ำตื้น ที่นี่มีปะการังเขากวาง ดอกไม้ทะเลแสนสวย หอยมือเสือ รวมถึงสัตว์แปลกๆอย่าง ปูไก่ ที่ชอบปีนป่ายต้นไม้และส่งเสียงร้องจิ๊บๆ เหมือนเป็นลูกไก่

ส่วนใครที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องดำน้ำ ก็สามารถเดินเล่นริมหาดทรายสีขาวสะอาด ชมพระอาทิตย์ตกดินหรือจะเลือกว่ายน้ำเล่นริมทะเลก็สนุกไม่แพ้กัน

เกาะมาตราเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ห่างจากฝั่งออกไปประมาณ 100 เมตร เกาะนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าเกาะมัตราและเป็นเกาะที่กำลังเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในหมู่นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นในด้านความสวยงามของทะเลและเงียบสงบรวมทั้งความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของปะการัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอยู่สองชนิดที่พบได้มากที่เกาะมาตราคือ ปะการังก้อนและปะการังสมอง สำหรับผู้ที่ต้องการไปพักค้างคืนที่เกาะมาตราก็สามารถทำได้เพราะมีรีสอร์ทเล็กๆเปิดให้บริการอยู่ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปดำน้ำก็สามารถทำได้ภายในวันเดียวโดยการดำน้ำตื้นนั้นเป็นที่ที่นิยมอย่างมาก นอกจากนี้หากท่านได้มีโอกาสเดินทางมาพักค้างคืนที่เกาะมาตรา ท่านก็ยังจะได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารทะเลสดๆรสชาติอร่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งปูม้าที่เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อมากที่สุดของเกาะนี้

อร่อยประจำถิ่น

  • ปูม้าสดต้ม ที่เกาะมาตรานี้ มีชื่อเสียงว่าอร่อยมาก… อย่าพลาดเด็ดขาด
  • ถ้าในเขตเมืองชุมพร ต้องไปทานอาหารโต้รุ่ง บริเวณถนนกรมทางหลวง ใกล้สถานีรถไฟ มีอาหารแผงลอยมากมายเป็นที่ฝากท้องของคนชุมพร
  • ร้านลุย ร้านอาหารซีฟู้ดต้นตำรับ ร้านอยู่ริมทะเลที่หาดภราดรภาพ อำเภอเมืองชุมพร มีอาหารทะเลสดๆ ชิมต้มยำซีฟู้ดของที่นี่รสเด็ดถึงใจ โทร. 077 521 135, 077 522 233

รู้ก่อนเดินทาง

  • เกาะมาตรา หรือ เกาะมัตรา ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือท่ายางประมาณ 1 ชั่วโมง
Posted under ภาคใต้ by ndesigns on Saturday 3 July 2010 at 7:13 am

เล่นน้ำตก ส่องนก ชมผีเสื้อหายาก น้ำตกป่าละอู ประจวบคีรีขันธ์

น้ำตกป่าละอู ประจวบคีรีขันธ์

ความฉ่ำเย็นของละอองไอที่กระจายตัว เมื่อสายน้ำไหลมาปะทะโขดหิน เสียงดังไม่ขาดสาย ความงดงาม ท่ามกลางขุนเขา คือสวรรค์น้อยๆ ของนักเดินทาง

ความสูงถึง 15 ชั้น ของน้ำตกป่าละอู สร้างความประทับใจแก่ผู้ที่ดั้นด้นมาถึง ระยะทางแม้จะไกลอยู่สักหน่อย แต่ก็สะดวกสบาย สามารถนำรถเข้ามาได้ถึงตัวน้ำตก ที่นี่มีน้ำชุกตลอดปี โดยเฉพาะฤดูที่มีฝนโปรยปรายลงมา น้ำตกชั้นแรกๆ จะเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ชั้น 5 ขึ้นไป จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ธรรมชาติอันงดงามอุดมสมบูรณ์ ผืนป่าอันเงียบสงบ เป็นบรรยากาศที่น่าหลงใหลยิ่งนัก ถ้าความฉ่ำเย็นของสายน้ำทำให้อดใจไม่ได้ที่จะกระโจนลงไปแหวกว่าย ก็มีจุดลงเล่นน้ำที่ไม่อันตราย สามารถดำผุดดำว่ายได้อย่างปลอดภัย

ใครที่ไม่ชอบเล่นน้ำ ก็สามารถชื่นชมฝูงผีเสื้อนับร้อยตัว ที่ขยับปีกไปมาอยู่ตามโป่ง โดยเฉพาะตามลำธารหรือน้ำตกที่มีน้ำไหลเย็น ผีเสื้อหายากที่คุณไม่ได้พบจากที่ไหน ก็อาจจะได้เจอกันที่นี่ โดยเฉพาะเวลาเช้าตรู่จะมีผีเสื้อจำนวนมากกว่าปกติ มาเกาะสยายปีกผึ่งแดด ให้อบอุ่นแข็งแรงก่อนจะบินออกหาอาหาร ที่นี่มีสัตว์ป่าหายากและนกนานาชนิด ที่สามารถเห็นได้ตามรายทางระหว่างที่เดินไปน้ำตก ความสงบเย็น งดงามของธรรมชาติ จะช่วยเติมเต็มให้หัวใจที่อ่อนล้ามีพลังขึ้นมาอีกครั้ง

หากเดินทางมาอำเภอหัวหินเมื่อใด การเดินทางไปเที่ยวน้ำตกป่าละอูดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ยากนักเพราะสามารถเดินทางโดยรถยนต์ได้โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงจากตัวอำเภอหัวหิน น้ำตกป่าละอูเป้นน้ำตกที่สวยงามที่มีจำนวนถึง 15 ชั้นและมีสภาพป่าอุดมสมบุรณ์ อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด การเดินเท้าชมน้ำตกก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบาก เพราะนักท่องเที่ยวไม่ต้องเดินทางเป้นระยะทางไกล เพื่อเข้าถึงตัวน้ำตก ยกเว้นแต่ว่าจะต้องการเดินชมน้ำตกตั้งแต่ชั้นที่เจ็ดขึ้นไป ซึ่งจะต้องใช้เวลาและความพยายามมากพอสมควรเพราะการเดินทางขึ้นค่อนข้างลาดชัน แต่อย่างไรก็ตาม น้ำตกป่าละอูในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูที่มีผีเสื้อป่าหลากหลายชนิดมาชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก

อร่อยประจำถิ่น

  • ที่สะพานปลาริมอ่าวประจวบ รอซื้อของสดๆ จากชาวประมงแล้วสั่งปรุงได้ตามชอบใจ หรือจะไปร้านดังก็มีร้านรับลม อยู่ที่ปากคลองบางนางรม อาหารอร่อย บรรยากาศดี

รู้ก่อนเดินทาง

  • ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดคือระหว่าง เดือน พฤศจิกายน เมษายน เพราะจะมีน้ำมากและฝนเริ่มทิ้งช่วง การเดินทางไม่ลำบาก
  • เตรียมกล้องส่องทางไกล คู่มือดูนก คู่มือดูผีเสื้อมาด้วย เดือนเมษายน กรกฎาคม เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับดูผีเสื้อ
Posted under ภาคกลาง by ndesigns on Saturday 3 July 2010 at 6:57 am

ชมดอกไม้งาม ทำความรู้จักกับผืนป่า เดินศึกษาธรรมชาติ ภูฝอยลม อุดรธานี

ภูฝอยลม อุดรธานี

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่า ศึกษาธรรมชาติ กางเต๊นท์ ปักสมอบก นั่งร้องเพลงรอบกองไฟ อิ่มเอมใจไปกับบรรยากาศอันบริสุทธิ์ ที่ภูฝอยลมแห่งนี้เหมาะสมเป็นที่สุด

ภูฝอยลมแห่งนี้ ตั้งชื่อตามไลเคนซึ่งมีมากในป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีความชื้นสูง ซึ่งปัจจุบันแทบจะสูญพันธุ์ไปตามความเสื่อมของป่า ที่นี่จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติเชิงนิเวศน์เพื่อฟื้นฟูผืนป่า ซึ่งเปิดกว้างให้ทุกคนได้มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ สัมผัสความงดงามของผืนป่า และเพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการอนุรักษ์ให้เกิดขึ้น

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย ที่นี่มีเส้นทางจักรยานเสือภูเขา ให้ปั่นชมป่าเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศหรือจะเดินเข้าป่าศึกษาธรรมชาติ ชมน้ำตกธารงาม ใครไม่ชอบการผจญภัย จะเดินเล่นชมสวนดอกไม้นานาพันธุ์ หรือจะชมแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจรอบๆบริเวณ ก็สุขใจดีไม่น้อย เพราะที่นี่มีโครงการอุทยานก่อนประวัติศาสตร์ เส้นทางไดโนเสาร์ อาคารพิพิธภัณฑ์ที่ปั้นรูปไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ ขนาดเท่าของจริง มีหุ่นจำลองวิวัฒนาการของมนุษย์ และนาฬิกาแดดซึ่งใช้แสงอาทิตย์เป็นเข็มนาฬิกา

ตกเย็นปล่อยอารมณ์ นั่งชมพระอาทิตย์ตกลับเหลี่ยมเขา หาที่เหมาะๆ กางเต๊นท์ร้องเพลงรอบกองไฟ สนุก ตื่นเต้น แถมยังได้ความรู้กลับไปอีกด้วย

ภูฝอยลมนับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน โดยตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพันดอน-ปะโค อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ในอดีตถูกชาวบ้านราษฎรบุกรุกพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมากจึงทำให้เกิดการทำลายระบบนิเวศน์วิทยาของป่าไปอย่างมาก โดยเฉพาะการหายไปของ ฝอยลม ซึ่งเป็นชื่อของไลเคนชนิดหนึ่งที่เกาะอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ใหญ่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ แต่ในปัจจุบันภูฝอยลมได้รับการพัฒนาทั้งในแง่ของการทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยควบคู่ไปกับการฟื้นฟูระบบนิเวศน์วิทยา จนในปัจจุบันทำให้ภูฝอยลมเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงหน้านาว ซึ่งอากาศจะมีความหนาวเย็นชวนหลงไหลไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอื่นๆในภาคอีสาน การเดินทางมาเที่ยวภูฝอยลมนั้นสามารถเดินทางมาได้หลายเส้นทาง แต่เส้นทางที่สั้นและใช้เวลในการเดินทางน้อยที่สุดคือ เส้นทางสายอุดร-ดงเค็ง-หนองแสง-ภูฝอยลม ซึ่งมีระยะทางประมาณ 45 กม.

อร่อยประจำถิ่น

  • บนภูฝอยลมมีร้านอาหารแสนอร่อยไว้บริการหรือ ถ้ามีโอกาส แวะเข้าตัวเมืองก็แวะรับประทานอาหารสมุนไพรที่ร้านสวนอาหารบ้านแจ๋วแหววถนน ชัยภูมิ บ้านเขว้า อร่อยแถมยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

รู้ก่อนเดินทาง

  • หน้าหนาวที่นี่จะหนาวมาก เตรียมเสื้อหนาๆไปด้วย จะได้อบอุ่นทั้งกาย ทั้งใจ

ที่พักอุดรธานี โรงแรมอุดรธานี โรงแรมในอุดรธานี

Posted under ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ by ndesigns on Saturday 19 June 2010 at 8:45 pm

ชมแกรนด์แคนยอน เมืองสยาม ภูผาแห่งบาดาล ที่โผล่พ้นน้ำ แก่งหินสามพันโบก อุบลราชธานี

แก่งหินสามพันโบก อุบลราชธานี

พลังแห่งธรรมชาติ บางครั้งอัศจรรย์เหนือคำบรรยาย ถ้าชื่นชอบความแปลกที่แตกต่างคงไม่มีที่ใดสวยงามแปลกตา เท่ากับแก่งหินสามพันโบก แกรนด์ แคนยอน แห่งเอเชีย

สายน้ำอันเชี่ยวกราก หมุนวน ที่กัดเซาะแก่งหินผา เกิดเป็นความงดงามอันวิจิตร แก่งหินใต้ลำน้ำโขงที่จมหายไปในบาดาลเมื่อฤดูน้ำหลาก ด้วยแรงแห่งสายน้ำที่กัดเซาะอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นานกว่าพันปีทำให้หินที่แข็งแกร่งกร่อนลงจนกลายเป็นแอ่งน้อยใหญ่ กว่าสามพันแอ่ง จึงถูกขนานนามว่า สามพันโบก ในฤดูแล้งที่น้ำแห้งขอด แก่งหินสามพันโบก จะโผล่พ้นน้ำอวดสายตา ให้เห็นความแข็งแกร่งอลังการของภูเขาอันยิ่งใหญ่กลางลำน้ำโขง จนกลายเป็นภาพงานศิลปะอันล้ำเลิศกลางลำน้ำ บางส่วนคล้ายรูปดาว วงรี หรือแม้แต่หัวสุนัข ดูสวยงามแปลกตา

นอกจากจะดูด้วยสายที่ริมฝั่งน้ำแล้ว ยังสามารถล่องเรือไปชมในระยะใกล้ได้ เรือจะพาเราล่องเรื่อยตามแม่น้ำโขง จากหาดสลึง หาดทรายสีขาวที่ทอดยาวริมแม่น้ำโขง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ชมทิวทัศน์สองฝั่งโขงที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยฝูงปลาน้อยใหญ่ ซึมซับวิถีชีวิตของชาวประมง ตกเย็นทอดอารมณืชมพระอาทิตย์ตกริมน้ำ ช่างเป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่สุดแสนจะงดงาม

แก่งหินสามพันโบก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ถูกขานนามว่าแกรนด์แคนยอนแห่งเมืองสยามและถึงแม้ว่าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งในเมืองไทยที่ถูกขนานนามในทำนองเดียวกัน แต่แก่งหินสามพันโบกนับได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศที่มีความอลังการและคล้ายคลึงมากที่สุด และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือคุณค่าทางการศึกษาเกี่ยวกับการเกิดลักษณะภูมิประเทศของแก่งหินสามพันโบกเพราะจะต่างจากการเกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายคลึงแกรด์แคนยอนโดยทั่วไปกล่าวคือ เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง เนื่องจากในช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหิน ดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล และด้วยแรงน้ำวนกัดเซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็น แอ่งเล็ก ใหญ่ จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง ซึ่งนับได้ว่ามีความน่าสนใจอย่างมากในเชิงภูมิศาสตร์

อร่อยประจำถิ่น

  • มาอุบลฯ ทั้งทีอย่าลืมซื้อหมูยออุบล เป็นของฝากติดมือกลับบ้าน ที่ร้าน 111 (ตองหนึ่ง) ถนนพโลชัย โทร. 045 261 552 หรือร้านแม่ฮายที่อยู่ติดกัน โทร. 045 254 763
  • ร้านกกขาม ถนนสายเลี่ยงเมือง อ.เมือง ใกล้สะพานคูเดื่อ โทร. 045 261 121, 045 254 278 อาหารเด่น ปิ้งทาเกลือ ปิ้งไก่บ้าน
  • แพอาหารอารยา ริมแม่น้ำโขง อ.โขงเจียม โทร. 045 351 015 บรรยากาศดี มีเรือนำเที่ยวบริการแนะนำ กุ้งอบเนย ต้มยำปลาหมึก ปลาคังลวก ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม

รู้ก่อนเดินทาง

  • ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ จะมีประเพณีแข่งตักปลา ซึ่งนับว่าเป็นประเพณีที่ยังคงเหลืออยู่แห่งเดียวในประเทศไทย

ที่พักอุบลราชธานี โรงแรมอุบลราชธานี โรงแรมในอุบลราชธานี

Posted under ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ by ndesigns on Friday 18 June 2010 at 9:00 pm

Next Page »