เยือนพระตำหนักฤดูร้อน แห่งแรกรัตนโกสินทร์ เกาะสีชัง ชลบุรี

เกาะสีชัง ชลบุรี

ว่ากันว่าทุกสิ่งที่มีมา ทุกอย่างมีเรื่องราว ใครชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ชอบความคลาสสิกของตึกเก่าๆ วังโบราณ สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า พร้อมไปกับธรรมชาติบริเวณชายหาดที่สวยงามรอบเกาะ ที่นี่… คุณจะเหมือนได้ย้อนอดีต ทวนเข็มนาฬิกากลับไปอีกครั้ง

เกาะสีชัง เกาะที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของประวัติศาสตร์ด้านตะวันออกของเกาะ มีท่าเรือเก่าแก่ชื่อว่าท่าเรือเทววงศ์ ซึ่งเป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ จากท่าเรือเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะจะมีพระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อใช้เป็นที่ประทับฤดูร้อน ปัจจุบันได้มีการรื้อถอนไปแล้ว เพื่อนำไม้สักไปสร้างพระที่นั่งวิมาณเมฆที่กรุงเทพฯ ภายในบริเวณด้านหน้าของเกาะเป็นชายหาดท่าวัง มีเรือนไม้ริมน้ำ ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา ตึกผ่องศรี ตึกอภิรมย์ และวัดอัษฎางคนิมิตร ที่ตั้งอยู่บนด้านเหนือของเกาะ

มาเยือนเกาะสีชังแล้ว ที่ขาดไม่ได้ต้องไปนมัสการศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถานผสานสถาปัตยกรรมจีนและไทย เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสีชังที่นับถือ สูงขึ้นไปจากยอดเขาเป็น มณฑปรอยพระพุทธบาท รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้บนยอดเขาแห่งนี้ และถือเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลที่สวยงาม สามารถเห็นได้โดยรอบทิศ ตกเย็นแวะไปที่ช่องเขาขาดชมพระอาทิตย์ตกดินยามพลบค่ำ เป็นการหวนคืนกลับสู่อดีตที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของความสุขและความประทับใจ

เกาะสีชังในปัจจุบันถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดชลบุรีแต่นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพราะเป็นสถานที่ตั้งของที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และเป็นที่ตั้งของสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่เป็นที่เลื่อมใสสักการะของชาวจังหวัดชลบุรี การเดินทางไปเกาะสีชังจากตัวเมืองชลบุรีก็ใช้เวลาเพียงไม่นาน ดังนั้นเกาะสีชังจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำให้ทุกคนได้ไปเยี่ยมชม หากมีโอกาสได้เดินทางไปจังหวัดชลบุรีและถ้าหากได้มีโอกาสมาเยือนเกาะสีชังเมื่อใด ท่านก็จะได้มีโอกาสมาสัมผัสถึงวิถีชาวบ้านบนเกาะสีชังรวมทั้งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป้นศริรมงคลแก่ชีวิตในคราวเดียวกัน

อร่อยประจำถิ่น

  • บนเกาะสีชัง ต้องไม่พลาดอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะปลาหมึกสดบนเกาะนี้ ขึ้นชื่อจนต้องบอกต่อ
  • ร้านป้าปั่นลุงวิศ บนเกาะสีชัง เปิด 11.00 21.00 น. มีเมนูเด็ดคือ ปูผัดพริกไทยดำ และปลาอินทรีย์ผัดพริกไทยอ่อน โทร. 038 216 629

รู้ก่อนเดินทาง

  • พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 17.00 น.
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Sunday 20 June 2010 at 9:18 pm

ตระการตากับปราสาทไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุด ปราสาทสัจธรรม ชลบุรี

ปราสาทสัจธรรม ชลบุรี

หากท่านขับรถเดินทางไปแถบจังหวัดชลบุรี คงจะแปลกใจกับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งทำด้วยไม้ทั้งหมด สิ่งก่อสร้างนี้คือปราสาทสัจธรรม ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างใหม่ที่เป็น Unseen อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ปราสาทสัจธรรมนี้รู้จักกันในนามวังโบราณ หรือปราสาทไม้ตามชื่อเรียกของคนในท้องถิ่น วัตถุประสงค์ในการก่อสร้างก็เพื่อเป็นแหล่งความรู้และให้ผู้คนได้ระลึกถึงสัจธรรมของชีวิต เพราะภายในปราสาทจะเต็มไปด้วยไม้แกะสลักที่บอกเล่าเรื่องปรัชญาและความเป็นไปของสัจธรรมของชีวิต นอกจากนี้ปราสาทสัจธรรมยังถือเป็นแหล่งรวมศิลปะงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะตัวปราสาทและสิ่งของตกแต่งภายในล้วนทำมาจากไม้ทั้งสิ้น

ชมปราสาทไม้ริมทะเลที่สลักเสลาขึ้นงดงามดังเทวโลก ปราสาทสัจธรรมได้ประกาศก้องถึงฝีมืออันแสนประณีตและภูมิปัญญาแห่งช่างไทย ที่สร้างปราสาทไม้ที่ยิ่งใหญ่นี้ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งตะปูแม้แต่ตัวเดียว

อลังการงานสร้างที่สุดแสนตระการตากับปราสาทสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่สูงกว่าหนึ่งร้อยเมตร บนแหลมราชเวช ริมทะเล จังหวัดชลบุรี ปราสาทไม้หลังนี้เริ่มต้นสร้างขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 โดยแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ ที่ต้องการสืบทอดและฟื้นฟูภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์งานไม้ที่ยิ่งใหญ่ของช่างไทยโบราณที่น่าภาคภูมิ

และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ปราสาทสัจธรรม ขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลังนั้น ไม่มีการใช้น็อตหรือตะปูในการก่อสร้างเลย หากได้ใช้ภูมิปัญญาแห่งการเข้าเดือยและการใชไม้สลักแบบไทย นอกจากนี้ภายนอกภายในองคืปราสาท รวมทั้งเรือนยอด ได้รับการสลักเสลาขึ้นอย่างบรรจง ด้วยฝีมือช่างแกะสลักไทย ที่ฝากฝีมืไว้อย่างงามวิจิตรเกินคำบรรยาย รวมกับเนรมติเทวโลกมาไว้ให้ได้ชมเพียงเบื้องหน้า ประกอบด้วยงานประติมากรรมรูปเทพเจ้าในศาสนาต่างๆตามความเชื่อและปรัชญาแห่งโลกตะวันออก เมื่อได้ปราสาทสัจธรรมแล้วคุณจะได้เห็นว่า แรงศรัทธาของมนุษย์นั้นมีพลังที่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่งดงามฝากไว้ให้กับโลกใบนี้ได้เพียงไร

ปัจจุบัน ปราสาทสัจธรรมเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมโดยเก็บค่าบริการเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่ามากกับการที่ได้ชมศิลปะการก่อสร้างที่ประณีตและอลังการที่หาดูได้ยาก

อร่อยประจำถิ่น

  • หนองมนแห่งชลบุรีไม่เคยสิ้นมนต์ขลัง ข้าวหลามที่นี่ขึ้นชื่อและยังหอมหวานอยู่เสมอ ตลาดหนองมนยังมีของฝากที่เป็นอาหารทะเลจากทะเลอื่นๆอีกมากมาย เช่น ปลาอินทรีย์เค็ม ปลาหมึก ปูดอง กั้งดอง หอยดอง หรือห่อหมกร้อนๆ ให้ซื้อมากมาย

รู้ก่อนเดินทาง

  • ปราสาทสัจธรรม จังหวัดชลบุรี โทร. 038 367 815
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 18.00 น.
  • บัตรค่าเข้าชมท่านละ 500 บาท
Posted under Unseen in Thailand, ภาคตะวันออก by ndesigns on Tuesday 20 April 2010 at 9:19 am

วันเดียว… เที่ยวครบรส กับตลาดสี่ภาค ตลาดน้ำสี่ภาค ชลบุรี

ตลาดน้ำสี่ภาค ชลบุรี

ปัจจุบันหากพูดถึงพัทยาก็คงจะหนีไม่พ้นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลและแหล่งรวมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมแสงสีในยามค่ำคืนพร้อมกับบรรยากาศทะเลและหาดทราย แต่ในปัจจุบันพัทยาได้รับการส่งเสริมให้เป้นจังหวัดท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรมมากขึ้นและตลาดน้ำสี่ภาคก็เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของเมืองพัทยา

เรื่อยล่องไปตามคลองที่สองข้างทาง ถูกเนรมิตให้เป็นชุมชนการค้าริมน้ำเหมือนในอดีตเที่ยววันเดียวได้อิ่มใจไปกับที่รวมเอาตลาดสี่ภาคของไทย มาไว้ในสถานที่เดียวกัน

หากคุณกลัวตื่นไม่ทันตลาดน้ำยามเช้าที่ใดๆ ก็ให้มาที่ตลาดน้ำสี่ภาค ที่พัทยา ซึ่งเปิดให้คุณได้สนุกสนานกับการเลือกซื้อสินค้าการเกษตร หัตถกรรม และอาหารสารพัดสารพัน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ ที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมและสถาที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในภาคตะวันออกที่น่าสนใจ

ภายในตลาดน้ำที่ภาค ได้จำลองคูคลองและรูปแบบของชุมชนการค้าริมน้ำในอดีตจากทั่วทุกภาคของเมื่องไทยมาไว้ในสถานที่แห่งเดียวกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้เห็นภาพของวัฒนธรรมความเป็นอยู่ และการค้าขายของชาวไทยในอดีตที่ใกล้ชิดผูกพันกับสายน้ำ พร้อมทั้งชมความงามของบ้านเรือนไทยในภาคต่างๆที่สวยงาม

นอกจากในส่วนของชุมชนตลาดริมน้ำซึ่งเป็นสถานที่ขายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านไทยว่า 14 ร้านค้าแล้ว ภายในพื้นที่ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งวิถีชีวิตประเพณีไทย ที่เน้นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตการทำนาปลูกข้าว แปลงเกษตรสาธิตและสมุนไพรไทย การทอผ้าไหม การทำขนมไทยโบราณ หากเดินจนเมื่อยแล้ว คุณยังสามารถลงเรือพายชมทัศนียภาพตลาดน้ำได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

ไม่เพียงแต่รวบรวมเอาบรรยากาศตลาดน้ำของทั้งสี่ภาคมารวมไว้เท่านั้น หากแต่ยังมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย เช่น การแสดงกลางแจ้งเช่นแปลงนาสาธิต การพายเรือชมตลาดด้วยตัวเอง พิพธภัณฑ์ไม้แกะสลัก หรืองานอีเวนท์อื่นๆที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆอีกมากมาย

อร่อยประจำถิ่น

  • มาถึงพัทยาต้องทานอาหารทะเล ในบริเวณใกล้เคียงตลาดน้ำสี่ภาคนั้น มีร้านอาหารทะเลสดๆ รสชาติเด็ดที่ควรแวะไปรับประทาน โดยเฉาพะร้านอาหารในย่านบ้านอำเภอ เช่น ร้านปรีชาเจ้าดัง ที่มาพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด หรือ ร้านสีนวล ก็ สด อร่อยไม่แพ้กัน


รู้ก่อนเดินทาง

  • ตลาดน้ำสี่ภาค อยู่บนเส้นทาง พัทยา สัตหีบ เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 24.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม
  • หากมาเที่ยวตรงกับวันหยุดเสาร์ และอาทิตย์ จะมีการแสดงของแต่ละภาคเวียนมาแสดงให้ดูกันอย่างเพลิดเพลิน
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Monday 19 April 2010 at 1:12 am

ขอบารมีหลวงพ่อ ส่งผลให้ค้าขายร่ำรวย วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของหลวงพ่ออี๋ เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย

ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเลอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

เหตุนี้เองวัดสัตหีบหรือวัดหลวงพ่ออี๋ จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะหลวงพ่ออี๋ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย

วัดสัตหีบ นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึงวัดหลวงพ่ออี๋ แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน

อร่อยประจำถิ่น

  • สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย จันลอน ทอดมันย่างเจ้าเดิม หรือแวะชิมก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าเก่าของสัตหีบ และอย่าลืมซื้อของทะเลแห้งกลับบ้านที่ร้านเจ๊ติ๊ดซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • วัดสัตหีบเปิดให้สักการะหลวงพ่ออี๋ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 16.00 น.
  • จะมีการจัดงานประจำปีที่วัด 3 ครั้ง คือ ช่วงก่อนวันตรุษจีน ช่วง 1 9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ่ออี๋ ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 10
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:59 pm

หากมีรักที่มั่นคง เจ้าแม่จะอวยพรให้รักแท้นั้นสมหวัง เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุข ที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี

เพื่อยืนยันในคำมั่นสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุข สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสองคน และได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา

เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะจึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวายเจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด

ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆหลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก

ในปัจจุบันศาลเจ้าแม่เขาสามมุขเป็นที่รู้จักและเคารพสักการะทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวจีน
เพราะเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิม โดยยังเป็นสาถนที่ที่นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคน ที่เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีจะต้องแวะนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเดินทาง นอกจากนี้หากท่านใดศึกษาตำนานความเป็นมาของเจ้าแม่เขาสามมุขซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ
ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาที่บริเวณละแวกอ่างหิน หรือตำบลอ่างศิลาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานรักระหว่างชายหนุ่มชื่อแสน และหญิงสาวชื่อสามมุขที่ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งชื่อของบางแสน ก็เชื่อกันว่ามาจากชื่อของนายแสนนี้เอง และนี่ก็คือสิ่งที่เป็นตำนาน เกี่ยวกับความรักและความผูกพันซึ่งก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เดินทางที่มากราบไว้
ขอพรเพื่อให้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารทะเลที่ถนนรอบเขาสามมุข มีหลายร้าน ที่รู้จักกันดีคือ วังมุข อาหารทะเลทุกชนิด โทร. 038 748 217 8, 038 191 818 20 หรือ ทิพย์ประมง โทร. 038 383 358 แต่ถ้าชอบอาหารไทย ต้องร้านดีพร้อม ร้านเก่าแก่ที่ถนนเลียบชายหาด โทร. 038 381 622

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่มาไหว้เจ้าแม่กวนอิม จะซื้อสร้อยมุขเส้นละ 30 บาท ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายเจ้าแม่
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:49 pm

Next Page »