ขอบารมีหลวงพ่อ ส่งผลให้ค้าขายร่ำรวย วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของหลวงพ่ออี๋ เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย

ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเลอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

เหตุนี้เองวัดสัตหีบหรือวัดหลวงพ่ออี๋ จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะหลวงพ่ออี๋ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย

วัดสัตหีบ นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึงวัดหลวงพ่ออี๋ แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน

อร่อยประจำถิ่น

  • สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย จันลอน ทอดมันย่างเจ้าเดิม หรือแวะชิมก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าเก่าของสัตหีบ และอย่าลืมซื้อของทะเลแห้งกลับบ้านที่ร้านเจ๊ติ๊ดซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • วัดสัตหีบเปิดให้สักการะหลวงพ่ออี๋ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 16.00 น.
  • จะมีการจัดงานประจำปีที่วัด 3 ครั้ง คือ ช่วงก่อนวันตรุษจีน ช่วง 1 9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ่ออี๋ ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 10
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:59 pm

หากมีรักที่มั่นคง เจ้าแม่จะอวยพรให้รักแท้นั้นสมหวัง เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุข ที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี

เพื่อยืนยันในคำมั่นสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุข สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสองคน และได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา

เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะจึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวายเจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด

ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆหลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก

ในปัจจุบันศาลเจ้าแม่เขาสามมุขเป็นที่รู้จักและเคารพสักการะทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวจีน
เพราะเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิม โดยยังเป็นสาถนที่ที่นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคน ที่เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีจะต้องแวะนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเดินทาง นอกจากนี้หากท่านใดศึกษาตำนานความเป็นมาของเจ้าแม่เขาสามมุขซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ
ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาที่บริเวณละแวกอ่างหิน หรือตำบลอ่างศิลาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานรักระหว่างชายหนุ่มชื่อแสน และหญิงสาวชื่อสามมุขที่ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งชื่อของบางแสน ก็เชื่อกันว่ามาจากชื่อของนายแสนนี้เอง และนี่ก็คือสิ่งที่เป็นตำนาน เกี่ยวกับความรักและความผูกพันซึ่งก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เดินทางที่มากราบไว้
ขอพรเพื่อให้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารทะเลที่ถนนรอบเขาสามมุข มีหลายร้าน ที่รู้จักกันดีคือ วังมุข อาหารทะเลทุกชนิด โทร. 038 748 217 8, 038 191 818 20 หรือ ทิพย์ประมง โทร. 038 383 358 แต่ถ้าชอบอาหารไทย ต้องร้านดีพร้อม ร้านเก่าแก่ที่ถนนเลียบชายหาด โทร. 038 381 622

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่มาไหว้เจ้าแม่กวนอิม จะซื้อสร้อยมุขเส้นละ 30 บาท ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายเจ้าแม่
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:49 pm

สู่การผจญภัย ในพรมแดน ที่ไร้กำแพงกั้น ระหว่างคนและสัตว์ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี

เติมสีเขียวใส่หัวใจ ด้วยการผจญภัยท่องไปในโลกกว้างที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ดินแดนที่ทุกคนในครอบครัว จะได้เรียนรู้ชีวิตสัตว์โลกอย่างถ่องแท้และเข้าถึง เมื่อไร้ซึ่งกำแพงกั้น

เชื่อไหมว่าหัวใจของเด็กๆ จะพองโตขึ้นทุกครั้ง เมื่อจะได้ไปเที่ยวสวนสัตว์ และหากได้ไปเยือนสวนสัตว์เปิดเขาเขียวสักครั้ง เด็กน้อยจะรู้สึกเหมือนได้ผจญภัยในป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด เพราะที่นี่เป็นสวนสัตว์เปิด ทำให้ใกล้ชิดกับเจ้าสิงสาราสัตว์กันได้เต็มที่ มีสัตว์กว่า 8,000 ตัว กว่า 300 ชนิดให้ชื่นชมกันได้อย่างละลานตา

ดูเหมือนเสือขาวจากหุบเสือป่าจะกลายเป็นดาราเด่นของที่นี่ไปเสียแล้ว เพราะเด็กๆให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่กรงนกใหญ่ก็ไม่น้อยหน้า ภายในกรงอันกว้างใหญ่นี้เต็มไปด้วยนกหลากชนิด ทั้งไก่ฟ้าหายาก นกยูง นกสวยงามจากต่างประเทศ ต่อด้วยการออกไปให้อาหารในสวนละมั่ง ที่สร้างความสุขได้ทั้งครอบครัว กิจกรรมตอนกลางคืนที่น่าตื่นเต้นคงหนีไม่พ้นไนท์ซาฟารี เปิดมิติใหม่ให้ครอบครัวได้ชมพฤติกรรมสัตว์ป่าเวลากลางคืน โดยขบวนรถพ่วงที่พาไปสัมผัสชีวิตสัตว์กลางคืนกันอย่างใกล้ชิด เพื่อการเรียนรู้ชีวิตสัตว์แบบครบวงจร ทั้งยังเป็นการเรียนรู้ร่วมกันของครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเหลือล้น ถ้าอยากดื่มด่ำบรรยากาศสวนสัตว์เปิดให้เต็มอิ่ม ลองแวะพักรีสอร์มเขาเขียว เอสตาเต้้ แค้มป์ปิ้งหรูกลางสวนสัตว์ เวลานอนจะแว่วได้ยินเสียงกวางร้องยามค่ำคืนเหมือนนอนกลางป่าจริงๆ

กิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอีกอย่างหนึ่ง
ก็คือการขับรถกอล์ฟชมสวนสัตว์ด้วยตัวเองซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการขับรถกอล์ฟชมรอบสวนสัตว์ ซึ่งท่านจะสามารถ ควบคุมเวลาได้ด้วยตัวเอง เหมาะสำรับการไปท่องเที่ยวแบบเป็นครอบครัว นอกจากนี้ ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังมีรีสอร์ทที่พักที่สวยงามตั้งอยูด้านในคือ เขาเขียวเอสตาเต้ ซึ่งจะเป็นที่พักแบบรีสอร์ทเป็นเต๊นท์ขนาดใหญ่สามาถพักได้หลายคน ซึ่งนับว่าเป็นที่พักที่ให้บรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากขับรถชมสัตว์แล้ว ทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังมีการจัดการแสดงของสัตว์อีกหลายชนิดซึ่งท่านสามารถตรวจสอบ
รอบการแสดงและชนิดของสัตว์ที่จัดแสดงได้กับเว็บไซต์ของสวนสัตว์

อร่อยประจำถิ่น

  • เลือกรับประทานอาหารหลากชนิดที่มีบริการในร้านค้าของสวนสัตว์ หรือแวะชิม ไก่หุบบ่อน นำมาปรุงสารพัดรูปแบบได้บนเส้นทางเลี่ยงเมืองกรุงเทพ พัทยา ก่อนถึงสวนสัตว์เปิดเขาเขียว

รู้ก่อนเดินทาง

  • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว โทร. 038 298 270, 038 298 195 www.kkopenzoo.com
  • เขาเขียว เอสตาเต้ โทร. 02 730 0935 6 www.estateresort.com
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Saturday 6 June 2009 at 9:49 pm