เยือนพระตำหนักฤดูร้อน แห่งแรกรัตนโกสินทร์ เกาะสีชัง ชลบุรี

เกาะสีชัง ชลบุรี

ว่ากันว่าทุกสิ่งที่มีมา ทุกอย่างมีเรื่องราว ใครชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ชอบความคลาสสิกของตึกเก่าๆ วังโบราณ สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า พร้อมไปกับธรรมชาติบริเวณชายหาดที่สวยงามรอบเกาะ ที่นี่… คุณจะเหมือนได้ย้อนอดีต ทวนเข็มนาฬิกากลับไปอีกครั้ง

เกาะสีชัง เกาะที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของประวัติศาสตร์ด้านตะวันออกของเกาะ มีท่าเรือเก่าแก่ชื่อว่าท่าเรือเทววงศ์ ซึ่งเป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ จากท่าเรือเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะจะมีพระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อใช้เป็นที่ประทับฤดูร้อน ปัจจุบันได้มีการรื้อถอนไปแล้ว เพื่อนำไม้สักไปสร้างพระที่นั่งวิมาณเมฆที่กรุงเทพฯ ภายในบริเวณด้านหน้าของเกาะเป็นชายหาดท่าวัง มีเรือนไม้ริมน้ำ ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา ตึกผ่องศรี ตึกอภิรมย์ และวัดอัษฎางคนิมิตร ที่ตั้งอยู่บนด้านเหนือของเกาะ

มาเยือนเกาะสีชังแล้ว ที่ขาดไม่ได้ต้องไปนมัสการศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถานผสานสถาปัตยกรรมจีนและไทย เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสีชังที่นับถือ สูงขึ้นไปจากยอดเขาเป็น มณฑปรอยพระพุทธบาท รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้บนยอดเขาแห่งนี้ และถือเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลที่สวยงาม สามารถเห็นได้โดยรอบทิศ ตกเย็นแวะไปที่ช่องเขาขาดชมพระอาทิตย์ตกดินยามพลบค่ำ เป็นการหวนคืนกลับสู่อดีตที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอของความสุขและความประทับใจ

เกาะสีชังในปัจจุบันถึงแม้ว่าจะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดชลบุรีแต่นับได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเพราะเป็นสถานที่ตั้งของที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และเป็นที่ตั้งของสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่เป็นที่เลื่อมใสสักการะของชาวจังหวัดชลบุรี การเดินทางไปเกาะสีชังจากตัวเมืองชลบุรีก็ใช้เวลาเพียงไม่นาน ดังนั้นเกาะสีชังจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำให้ทุกคนได้ไปเยี่ยมชม หากมีโอกาสได้เดินทางไปจังหวัดชลบุรีและถ้าหากได้มีโอกาสมาเยือนเกาะสีชังเมื่อใด ท่านก็จะได้มีโอกาสมาสัมผัสถึงวิถีชาวบ้านบนเกาะสีชังรวมทั้งการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป้นศริรมงคลแก่ชีวิตในคราวเดียวกัน

อร่อยประจำถิ่น

  • บนเกาะสีชัง ต้องไม่พลาดอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะปลาหมึกสดบนเกาะนี้ ขึ้นชื่อจนต้องบอกต่อ
  • ร้านป้าปั่นลุงวิศ บนเกาะสีชัง เปิด 11.00 21.00 น. มีเมนูเด็ดคือ ปูผัดพริกไทยดำ และปลาอินทรีย์ผัดพริกไทยอ่อน โทร. 038 216 629

รู้ก่อนเดินทาง

  • พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 17.00 น.
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Sunday 20 June 2010 at 9:18 pm

ตระการตากับปราสาทไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุด ปราสาทสัจธรรม ชลบุรี

ปราสาทสัจธรรม ชลบุรี

หากท่านขับรถเดินทางไปแถบจังหวัดชลบุรี คงจะแปลกใจกับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งทำด้วยไม้ทั้งหมด สิ่งก่อสร้างนี้คือปราสาทสัจธรรม ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างใหม่ที่เป็น Unseen อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย ปราสาทสัจธรรมนี้รู้จักกันในนามวังโบราณ หรือปราสาทไม้ตามชื่อเรียกของคนในท้องถิ่น วัตถุประสงค์ในการก่อสร้างก็เพื่อเป็นแหล่งความรู้และให้ผู้คนได้ระลึกถึงสัจธรรมของชีวิต เพราะภายในปราสาทจะเต็มไปด้วยไม้แกะสลักที่บอกเล่าเรื่องปรัชญาและความเป็นไปของสัจธรรมของชีวิต นอกจากนี้ปราสาทสัจธรรมยังถือเป็นแหล่งรวมศิลปะงานไม้แกะสลักที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะตัวปราสาทและสิ่งของตกแต่งภายในล้วนทำมาจากไม้ทั้งสิ้น

ชมปราสาทไม้ริมทะเลที่สลักเสลาขึ้นงดงามดังเทวโลก ปราสาทสัจธรรมได้ประกาศก้องถึงฝีมืออันแสนประณีตและภูมิปัญญาแห่งช่างไทย ที่สร้างปราสาทไม้ที่ยิ่งใหญ่นี้ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งตะปูแม้แต่ตัวเดียว

อลังการงานสร้างที่สุดแสนตระการตากับปราสาทสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่สูงกว่าหนึ่งร้อยเมตร บนแหลมราชเวช ริมทะเล จังหวัดชลบุรี ปราสาทไม้หลังนี้เริ่มต้นสร้างขึ้นนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 โดยแนวคิดของคุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ ที่ต้องการสืบทอดและฟื้นฟูภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์งานไม้ที่ยิ่งใหญ่ของช่างไทยโบราณที่น่าภาคภูมิ

และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ปราสาทสัจธรรม ขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นด้วยไม้ทั้งหลังนั้น ไม่มีการใช้น็อตหรือตะปูในการก่อสร้างเลย หากได้ใช้ภูมิปัญญาแห่งการเข้าเดือยและการใชไม้สลักแบบไทย นอกจากนี้ภายนอกภายในองคืปราสาท รวมทั้งเรือนยอด ได้รับการสลักเสลาขึ้นอย่างบรรจง ด้วยฝีมือช่างแกะสลักไทย ที่ฝากฝีมืไว้อย่างงามวิจิตรเกินคำบรรยาย รวมกับเนรมติเทวโลกมาไว้ให้ได้ชมเพียงเบื้องหน้า ประกอบด้วยงานประติมากรรมรูปเทพเจ้าในศาสนาต่างๆตามความเชื่อและปรัชญาแห่งโลกตะวันออก เมื่อได้ปราสาทสัจธรรมแล้วคุณจะได้เห็นว่า แรงศรัทธาของมนุษย์นั้นมีพลังที่สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่งดงามฝากไว้ให้กับโลกใบนี้ได้เพียงไร

ปัจจุบัน ปราสาทสัจธรรมเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมโดยเก็บค่าบริการเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่ามากกับการที่ได้ชมศิลปะการก่อสร้างที่ประณีตและอลังการที่หาดูได้ยาก

อร่อยประจำถิ่น

  • หนองมนแห่งชลบุรีไม่เคยสิ้นมนต์ขลัง ข้าวหลามที่นี่ขึ้นชื่อและยังหอมหวานอยู่เสมอ ตลาดหนองมนยังมีของฝากที่เป็นอาหารทะเลจากทะเลอื่นๆอีกมากมาย เช่น ปลาอินทรีย์เค็ม ปลาหมึก ปูดอง กั้งดอง หอยดอง หรือห่อหมกร้อนๆ ให้ซื้อมากมาย

รู้ก่อนเดินทาง

  • ปราสาทสัจธรรม จังหวัดชลบุรี โทร. 038 367 815
  • เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 18.00 น.
  • บัตรค่าเข้าชมท่านละ 500 บาท
Posted under Unseen in Thailand, ภาคตะวันออก by ndesigns on Tuesday 20 April 2010 at 9:19 am

ขอบารมีหลวงพ่อ ส่งผลให้ค้าขายร่ำรวย วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของหลวงพ่ออี๋ เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย

ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเลอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

เหตุนี้เองวัดสัตหีบหรือวัดหลวงพ่ออี๋ จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะหลวงพ่ออี๋ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย

วัดสัตหีบ นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึงวัดหลวงพ่ออี๋ แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน

อร่อยประจำถิ่น

  • สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย จันลอน ทอดมันย่างเจ้าเดิม หรือแวะชิมก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าเก่าของสัตหีบ และอย่าลืมซื้อของทะเลแห้งกลับบ้านที่ร้านเจ๊ติ๊ดซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • วัดสัตหีบเปิดให้สักการะหลวงพ่ออี๋ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 16.00 น.
  • จะมีการจัดงานประจำปีที่วัด 3 ครั้ง คือ ช่วงก่อนวันตรุษจีน ช่วง 1 9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ่ออี๋ ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 10
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:59 pm

แข่งขันวิ่งควาย ช่วงเวลาพักผ่อน ของชาวนาไทย ประเพณีวิ่งควาย ชลบุรี

ประเพณีวิ่งควาย ชลบุรี

แต่ไหนแต่ไรมา… คนไทยเป็นคนสนุกสนาน ซึ่งจะสะท้อนออกมาจากวัฒนธรรมประเพณีและการแข่งขันวิ่งควาย ถือเป็นภาพสะท้อนที่ดียิ่ง

เสียงเซ็งแซ่ ร้องเชียร์ แห่งความสนุกสนาน ดังกระหึ่มมาจากท้องทุ่งนา เป็นสัญญาณบอกว่าประเพณีวิ่งควายได้มาถึงแล้ว ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาแต่โบร่ำโบราณ เมื่อสิ้นสุดฤดูไถหว่าน ที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดระยะเวลา ระหว่างรอคอยการเติบโตงอกงามของรวงข้าวที่จะตกออกของรวงข้าวที่จะตกดอกออกรวง ก็ถึงเวลาแห่งการพักผ่อนของชาวนาและฝูงควาย

ในงานวันประเพณี ชาวบ้านจะพร้อมใจกันอาบน้ำแต่งตัว ประดับประดาตกแต่งควายของตนเองให้สวยงาม ด้วยผ้าแพรพรรณ ลูกปัดหลากสี เพื่อนำควายของตัวเองมาประกวดประชัน ทั้งประเภทสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ ตลกขบขัน สร้างเสียงหัวเราะเฮฮาได้เป็นอย่างดี จากนั้นยอดนักบู๊และยอดฝีมือจากที่ต่างๆ ทั่วทุกหมู่บ้าน จะออกมาประลองฝีเท้าเพื่อแข่งขันวิ่งควาย ควบกันจนฝุ่นตลบ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก หรือรุ่นใหญ่ เสียงเชียร์ดังกึกก็องจนเลื่องลือไปไกลถึงต่างแดน นับว่าเป็นงานประเพณีที่สนุกสนานและหาชมได้ยาก

ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีที่สืบสานต่อกันมามากกว่า 100 ปี ประเพณีนี้มิใช่เพียงจัดขึ้นหรือได้รับการสนับสนุนเพื่อผลประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวเพียง
อย่างเดียว แต่มันคือประเพณีที่สื่อถึงความผูกพันกันระหว่างควายกับคนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ไม่ใช่หน้าทำนาควายก็จะได้พักผ่อนรวมทั้งถูกเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี และยังเป็นประเพณีที่แสดงออกถึงควากตัญญูรู้คุณของคนที่มีต่อความในฐานะสัตว์เลี้ยงคู่ทุกข์
คู่ยากที่ช่วยกันตรากตรำทำงานมาตลอดฤกาล ประเพณีวิ่งควายในปัจจุบันนี้มีชื่อเสียง เป็นอย่างมาก และได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากการวิ่งแข่งควายแล้ว ยังมีการจัดประกวดประขันการตกแต่งควายสวยงาม ขบวนพาเหรดและอื่นๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจในเชิงการท่องเที่ยวอีกด้วย สนปัจจุบัน ประเพณีวิ่งควายถูกจัดขึ้นอย่างแพร่หลายตามเมืองต่างๆในจังหวัดจันทบุรี ส่วนการจัดงาน ในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี ตรงกับวันขึ้น
14 ค่ำ เดือน 11 ส่วนที่อำเภอบ้านบึงจะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และที่ตลาดหนองเขิน อำเภอบ้านบึง จะจัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

อร่อยประจำถิ่น

  • ถ้าอยากกินอาหารทะเลแกล้มบรรยากาศด้วย ต้องร้านปะการัง อยู่แถวๆวงเวียนเล็ก แหลมแท่น ร้านทาสีขาวยื่นออกไปในทะเล บรรยากาศโรแมนติก เมนูเด็ด อาหารทะเลทุกชนิด
  • ร้านวังมุข บนเขาสามมุข มีเมนูเด็ดคือ อาหารทะเลทุกชนิด ขอแนะนำปูทะเลนึ่ง ใหญ่มาก ใครที่ชอบกินปูจะได้อร่อยกับเนื้อปูเต็มๆ

รู้ก่อนเดินทาง

  • งานจัดขึ้นในวัน 14 ค่ำ เดือน 11 หรือประมาณตุลาคม ของทุกปี จัดกันที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:34 am