ขอพรองค์พระนอน ให้สมดังปราถนา วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา

วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา

เสียงครื้นเครงของแตรวง จากผู้มาบนบานศาลกล่าวขอพรจากวัดสะตือ มักดังกึกก้องอยู่สม่ำเสมอ นั่นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ ที่ชาวบ้านนิยมาขอพระเพื่อความสุขสมหวังในชีวิต

อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันนักสำหรับวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะวัดนี้แทบไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนที่ท่องเที่ยว แต่สำหรับชาวบ้านเมืองกรุงเก่าแล้วเชื่อว่าทุกคนรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี เพราะชื่อเสียงอันโด่งดังขององค์พระนอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือ พระนอนใหญ่ ใครก็ได้มากราบนมัสการมักสมปราถนาตามสิ่งที่ฝัน

วัดสะตือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยยาสน์ (พระนอน) ซึ่งมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพระพุทธรูปนี้ สมเด็จพระพุธาจารย์โต ได้ดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2413 ความจริงแล้ววัดสะตือนี้ชื่อเดิมคือวัดท่างาม แต่มาเปลี่ยนแปลงภายหลังเป็นวัดสะตือ

พระนอนใหญ่องค์นี้ สมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ทรงสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อปี พ.ศ.2413 ที่วัดสะตือ เดิมทีวัดนี้ชื่อว่า วัดท่างาม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอุยธยา ภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดสะตือ เพราะมีสะตือใหญ่ขึ้นอยู่ริมฝั่งน้ำตรงหน้าวัด สะตือจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมในอดีต ความร่มรื่นของวัด มักทำให้ผู้มาเยือนได้สงบจิตใจในคราวเดียวกัน นอกจากการเข้ามากราบนมัสการขอพรจากพระนอนใหญ่ และเมื่อใดที่มีผู้สมปราถนา คุณจะได้เห็นขบวนรำกลองยาวรอบองค์พระ อันเป็นภาพที่ชินตาในยามมาเยี่ยมเยือนวัดสะตือ แห่งนี้

วัดสะตือเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงไม่เพียงแค่ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ยังเป้นที่เลื่อมใสสักการะของชาวไทยพุธทั่วประเทศ ในแต่ละวันจะมีผู้ที่เดินทางมาสักการะพระนอนและหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันหยุด เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ จนในปัจจุบันทำให้วัดสะตือมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวัดอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อร่อยประจำถิ่น

  • บริเวณวัดมีขนมไทยหลากหลายจำหน่าย แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ ร้านทองม้วนสายทอง ซึ่งทำทองม้วนกันสดๆม้วนกันให้เห็น ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเสียเหลือเกิน
  • ร้านกินลูกเดียว ร้านแบบชาวบ้านธรรมดา แต่อาหารอร่อย อาหารขึ้นชื่อ กุ้งเผาตัวโตๆ น้ำจิ้มรสเด็ด ส้มตำกุ้งสด เสิร์ฟพร้อมกับขนมจีนไข่ต้ม ปลาช่อนทอดราดสมุนไพร ผัดไทยไร้เส้น ไปทางท่าเรือ พอถึงทางแยกไปนครหลวงก็เลี้ยวขวาเข้าไปเรื่อยๆประมาณ 3 กิโลเมตร ร้านจะอยู่หัวมุมโค้งถนนทางขวามือ
  • ร้านลุงม้วน ถนนนครหลวง ท่าเรือ ตลาดใหม่เหนือวัดโตนด แนะนำปลาริมแม่น้ำ อร่อยทุกจาน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ว่ากันว่าหากไปบนบานศาลกล่าวด้วยขนมจีนและไข่ต้มจะสมหวังดังใจนึก
Posted under Unseen in Thailand, ภาคกลาง by ndesigns on Monday 21 December 2009 at 2:15 am

งามล้ำปราสาทนครวัด ในเมืองกรุงเก่า วัดไชยวัฒนาราม พระนครศรีอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม พระนครศรีอยุธยา

หากพูดถึงจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทยทุกคนคงจะนึกถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอันดับ
แรกเพราะ ไม่เพียงแต่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่ในแต่ะวัดในจังหวัดพรุนครศรีอยุธยา ล้วนแต่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น วัดไชยวัฒนารามนับได้ว่าเป็นหนึ่งในวัด ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดถึงแม้ว่าที่ตั้งของวัดนั้นจะอยู่นอกบริเวณเกาะพระนครศรีอยุทธยา เนื่องมากจากมีลักษณะทางสถาปัตกรรมที่คล้ายคลึงกับปราสามนครวัดของกัมพูชา จึงสันนิษฐานว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น โดยจำลองแบบมาจากปราสามนครวัด เพื่อเป็น เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา และนอกจากนี้ยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกอีกด้วย ในปัจจุบันวัดชัยวัฒนารามอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมศิลปากรและได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 2535

ไชยวัฒนาราม คือความอัศจรรย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่จำลองปราสาทนครวัดของเขมรมาไว้ใจกลางอู้ข้าวอู้น้ำของเมืองไทย

วัดไชยวัฒนาราม ยังคงมนต์เสน่ห์มานานนับร้อยปี วัดแห่งนี้นอกจากจะมีความงดงามที่เป็นภาพสะท้อนในแม่น้ำเจ้าพระยาอันอลังการแล้ว ยังมีความงดงามที่เหนือกาลเวลา ซึ่งได้แก่ สถาปัตยกรรมที่จำลองแบบมาจากนครวัด นับเป็นความอัศจรรย์ที่หาชมได้ยากในสมัยนั้น สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้งสี่มุม ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ที่นิยมสร้างปรางค์เป็นประธานของวัด เช่น การสร้างปรางค์ที่วัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ โดยบนยอดปรางค์สันนิษฐานว่าเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดในปีจอมักจะแวะมาสักการะบูชาเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต

นอกจากพระปรางค์ที่ตั้งตระหง่านอย่างงามสง่า ท่ามกลางวันเวลาที่เคลื่อนคล้อย พระระเบียงรอบพระประธานก็มีความงามไม่แพ้กัน พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทอง จำนวน 120 องค์ เสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องพุทธสถานแห่งนี้มายาวนาน

อร่อยประจำถิ่น

  • โรตีสายไหมเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมานานของชาวจังหวัดอยุธยา นักท่องเที่ยวจะสามารถหาซื้อมาชิมได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแป้งสีเขียวใบเตยผสมงา หรือสีขาวผสมถั่วเหลืองซีก ส่วนเส้นไหมก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • เพิ่มมนต์เสน่ห์เมืองเก่าด้วยการเช่าเหมาเรือหางยาวจากพระราชวังจันทรเกษมเพื่อล่องไปตาม
    ลำน้ำป่าสัก ผ่านวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธศวรรย์ โบสถ์โปรตุเกส วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เจดีย์พระศรีสุริโยทัย และวัดไชยวัฒนาราม ช่วงตั้งแต่ประมาณ 19.30
    21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถานอีกด้วย
Posted under Unseen in Thailand, ภาคกลาง by ndesigns on Monday 21 December 2009 at 1:57 am

ขอพรทวยเทพองค์งาม ดื่มด่ำพุทธศิลป์แบบจีน วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) นนทบุรี

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) นนทบุรี

ความใหญ่โตโอฬารดุจพระราชวังปักกิ่ง สะดุดทุกสายตาให้ไม่อาจมองผ่านวัดแห่งนี้ ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนศิลป์งดงามตามแบบจีนแท้ ทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพสำคัญของมหายานไว้มากมาย

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ วัดสาขาของวัดเล่งเน่ยยี่ ที่ใครๆ พากันเรียกว่า วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นั้น ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 12 ปี เพื่อให้พุทธศิลป์แบบจีนอันตระการตานั้นอลังการในทุกมุมมอง จุดเด่นที่คุณควรเยี่ยมชม ก็คือ สถาปัตยกรรมที่ละม้ายคล้ายพระราชวังปักกิ่ง เพราะที่นี่สร้างขึ้นตามแบบพุทธศิลป์ในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง เช่นเดียวกับพระราชวังปักกิ่งอันเลื่องชื่อ วิหารจัดวางแบบวัดหลวง มีวิหารจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก น่าตื่นตากับภายในเป็นที่ตั้งของพระศรีอริยเมตไตรย์ซึ่งอยู่ตรงกลาง บริเวณสี่มุมของวิหารเป็นที่ตั้งของท้าวจตุโลกบาล

ถัดมาคือพระอุโบสถที่ตั้งของพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระอมิตาพุทธเจ้า และพระไภษ์ชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าในอดีต

มีภาพพระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าแกะสลักอยู่รอบพระอุโบสถ หลังพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ หรือ บ่วงฮุกโต่ย ภายในวิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และ พระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ สำหรับผู้เลื่อมใสในพุทธมหายานแล้ว วิหารหลังนี้ก็เหมาะจะมาสงบจิตสงบใจยิ่งนัก

วัดเล่งเน่ยยี่นับว่าเป็นพุทธสถานในรูปแบบจีที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย ไม่เพียงแต่เฉพาะชาวพุทธไทยจีนที่จะเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์เท่านั้น
หากแต่ยังมีค่าในเชิงสถาปัตยกรรมเป็นอย่ามากเพราะการก่อสร้างในแต่ละจุดนั้นจะเน้นความอลังการ
และวิจตรงดงามในทุกจุดของสิ่งก่อสร้าง เช่นการใช้เครื่องประดับตกแต่งอาคาร และการใช้สีต่างๆ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นี้แต่เดิมเป็นเพียงโรงเจที่ตั้งอยู่ในเขต
ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง และเมื่อทางท่านเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่แห่งแรกมาพบจึงมีดำริให้สร้างขึ้นเป็นวัดเล่งเน่ยยี่ 2 อย่างสมบูรณ์บนเนื้อที่ 12 ไร่ และใช้เวลาสร้างรวมทั้งหมด 12 ปี

อร่อยประจำถิ่น

  • เนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ย่านชุมชนตลอดบางบัวทอง จึงมีของกินอร่อยๆมากมาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านโสโอชารสเด็ด ขนมจีนบ้านคุณย่าเสริ์ฟขนมจีนเส้นสด และตกเย็นยังมีตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยอาหารนานชนิดมาให้เลือกสรร

รู้ก่อนเดินทาง

  • เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์- ศุกร์ 08.00 17.00 น. ส่วนเสาร์ อาทิตย์ เปิดถึง 18.00 น.
  • ขับรถไปใช้เส้นทางบางบัวทอง ขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าฯ เข้าถนนรัตนาธิเบศร์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกาญนาภิเษก แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนบางกรวย ไทรน้อย ประมาณ 4 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด โทร. 02 571 1155
Posted under Unseen in Thailand, ภาคกลาง by ndesigns on Monday 21 December 2009 at 1:50 am

อิ่มอก อิ่มบุญ วันออกพรรษา ที่เมืองอุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโว อุทัยธานี

ประเพณีตักบาตรเทโว อุทัยธาน

ย้อนรำลึกถึงวันที่พระพุทธองค์ ทรงเสด็จกลับมาจากการโปรดพระมารดาบนชั้นดาวดึงส์ เที่ยวงานบุญออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเมืองอุทัยธานี ที่วัดสังกัสรัตนคีรี

ประเพณีตักบาตรเทโว นั้นมาจากคำว่า โทโวโรหณะ อันหมายถึง วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก ภายหลังจากที่ได้ทรงโปรดพระมารดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดทั้งพรรษาแล้ว ตามพุทธตำนานกล่าวว่าเมื่อชาวเมืองสังกัสนครเห็นพระองค์เสด็จลงมาต่างก็ปิติยินดี และพากันมารอตักบาตรกันอย่างเนืองแน่น จึงเรียกการตักบาตรครั้งนั้นว่าการ ตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งกลายเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบมาในหมู่พุทธศาสนิกชนในวันออกพรรษา โดยชาวไทยเรียกกันสั้นๆ ต่อมาว่า ประเพรีการตักบาตรเทโว

งานประเพณีตักบาตรเทโว ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั้น คงจะได้แก่งานประเพณีตักบาตรเทโวที่วัดสังกัสรัตนคีรจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจัดขึ้นในเทศกาลออกพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ ลงมาตากบันไดจากพระมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง พร้อมด้วยพระสงฆ์จำนวนมาก ที่ตามขบวนลงมากตามบันไดกว่า 499 ขึ้น เพื่อมารอรับบาตรจากพุทธศาสนิกชนจากทุกสารทิศ ที่รอคอยมาทำบุญในวันออกพรรษา และชมประเพณีที่งดงามน่าประทับใจ ราวกับการจำลองภาพวันสำคัญแห่งพุทธกาล ในวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับมาจากเทวโลกครั้งนั้นมาไว้ให้เห็นกันอย่างปลาบปลื้มเป็นบุญตา

จังหวัดอุทัยธานีอาจจะเป็นจังหวัดที่เป็นที่รู้จักกันค่อนข้างน้อยในเชิงการท่องเที่ยว เพราะนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงเช่นอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้งแล้ว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณีที่มีชื่อเสียงก็แทบจะไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเท่าใดนัก แต่ถ้าหากกล่าวถึงประเพณีการตักบาตรเทโว ในช่วงออกพรรษาแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดได้เป็นอย่างดี เพราะประเพณีนี้นอกจากจะ เป็นแผนปฎิบัติของชาวพุทธในท้องถิ่นแล้ว ยังได้รับความสนใจจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดใกล้เคียงมาร่วมตักบาตรเทโวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่าเป็น ประเพณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคกลางในช่วงวันออกพรรษาเลยก็ว่าๆได้

อร่อยประจำถิ่น

  • อุทัยธานีนั้น มีปลาแม่น้ำสะแกกรังเป็นอาหารขึ้นชื่อ โดยเฉพาะ ปลาแรด ที่นำมาปรุงเป็นอาหารอร่อยสารพัด เช่น ทอดกระเทียม ราดพริก ชวนน้ำลายไหล นั้นมีผู้แนะนำกันว่า ร้านนกน้อยริมแม่น้ำสะแกกรัง ใกล้กับสะพานข้ามไปเกาะเทโพนั้น อาหารอร่อยและบรรยากาศดี

รู้ก่อนเดินทาง

  • อย่าลืมขึ้นไปนมัสการพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่งดงาม และพระพุทธบาทจำลองในมณฑป พร้อมทั้งถวายสักการะพระบรมรูป พระปฐมบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนกลับบ้าน
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 12:18 pm

ร่วมถวายดอกไม้เข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สระบุรี

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สระบุรี

เมื่อดอกเข้าพรรษาเบ่งบาน เป็นสัญญาณให้รู้ว่าช่วงเวลาสำคัญของชาวพุทธมาถึงแล้ว มาร่วมประเพณีตักบาตรดอกไม้กับชาวสระบุรี ที่เชื่อกันว่า… ถ้าใครได้ถวายดอกไม้เข้าพรรษา แล้วจะได้กุศลมากนัก

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอพระพุทธบาท จัดขึ้นปีละครั้ง ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา และหาชมได้เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

ประเพณีนี้จะมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันเข้าพรรษา เริ่มต้นจากขบวนแห่พระพุทธรูปที่งดงามและขบวนพระภิกษุที่ออกบิณฑบาตรเป็นสาย เพื่อรับดอกไม้จากพุทธศาสนิกชนที่มารอคอยกันอย่างพร้อมเพรียง แล้วขบวนพระสงฆ์นั้นจะมุ่งหน้าขึ้นสู่บันไดนาค เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท แล้วจึงกลับลงมาเข้าสู่พระอุโบสถ เพื่อทำพิธีสวดมนต์อธิษฐานเข้าสู่พรรษา

มีเกร็ดเล่าว่า ในการตักบาตรดอกไม้นั้น จะนิยมใช้ดอกเข้าพรรษามากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ชาวบ้านจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาที่ขึ้นตามไหล่เขาหลังจากทำบุญในตอนเช้า เพื่อนำมาใส่บาตรในตอนบ่าย ดอกเข้าพรรษาจะมีลักษณะคล้ายกับกระชาย ซึ่งจะออกดอกเบ่งบานเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น มีทั้งสีเหลือง สีขาว และสีม่วงที่หายาก จนเชื่อกันว่า หากใครนำดอกเข้าพรรษาสีม่วงมาตักบาตร จะได้กุศลแรงกว่าสีอื่น

หลังจากร่วมประเพณีที่วัดพระพุทธบาทแล้ว ต้องไม่พลาดการนมัสการรอยพระพุทธบาทในพระมณฑป ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสิริมงคลสูงสุดสำหรับผู้ที่ได้มาสักการะ จนมีคำกล่าวว่าหากใครได้มาบูชาครบ 7 ครั้งแล้ว จะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลยทีเดียว

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีทางพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสระบุรี ความพิเศษของประเพณีนี้มิได้มีเพียงแค่เฉพาะรูปแบบของการตักบาตรที่แตกต่างออกไปคือ
ชาวบ้านจะนำดอกไม้มาใส่บาตรแต่ความพิเศษจะอยู่ที่ตัวดอกไม้ที่ชาวบ้านนำมาถวายพระ กล่าวคือ ชาวบ้านมักจะใช้ดอกไม้ป่าซึ่งมักจะเป็นดอกที่มีฤดูผลิบานในช่วงวันเข้าพรรษา แต่ในปัจจุบันชนิดของดอกไม้ก็ถูกปรับเปลี่ยนไปตามความสะดวกและยุคสมัย บ้างก็ใช้ดอกมะลิ บ้างก็ใช้ดอกบัวแล้วแต่ความสะดวกในการหาหรือบางคนก็ใช้ดอกไม้อื่นๆที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังรวมถึงพิธีการต่างๆที่เป็นองค์ประกอบของประเพณีตักบาตรดอกไม้ เช่น ขบวนจำลองพยุหยาตราของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมมานมัสการรอยพระพุทธบาท ประกวดไม้ดอกไม้ประดับประดิษฐ์จากดอกไม้ใบตอง ประกวดธิดาตักบาตรดอกไม้ เป็นต้น

อร่อยประจำถิ่น

  • ย่านพระพุทธบาทมีร้านอร่อยชื่อ สถาพรโภชนา ที่ขายมากว่า 30 ปี มีก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ่น หรือหมูตุ๋นมะระ และผัดไทยกุ้งสดรสชาติอร่อยทีเดียว

รู้ก่อนเดินทาง

  • นอกจากประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดพระพุทธบาทยังมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ และเดือน มีนาคม ของทุกปีด้วย สอบถามข้อมูลที่สำนักงาน ททท. ภาคกลาง เขต 7 โทร. 036422 768 9
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:56 am

โยนดอกบัวแห่งศรัทธา เพื่อวันทาหลวงพ่อโต ประเพณีรับบัว สมุทรปราการ

ประเพณีรับบัว สมุทรปราการ

ประเพณีรับบัว ของชาวบางพลี มีเอกลักษณ์ และแสดงถึงความศรัทธาในพุทธศาสนา และความกลมเกลียวของชุมชน… ภาพดอกบัวที่ท่วมท้นองค์หลวงพ่อโต ดุจดั่งท่านได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่บัวนับพัน

ประเพณีรับบัวหรือที่เรียกอีกอย่างว่าประเพณีโยนบัวนั้น เป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงของสมุทรปราการ สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษในพื้นที่บางพลีนับแต่อดีต อันเป็นจุดชุมชนซึ่งเคยเป็นที่อาศัยของชาวไทย ลาว และชาวมอญที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ปัจจุบันได้มีการรื้อฟื้นประเพณีรับบัวและจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 และเช้าตรู่ของวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับช่วงเทศกาลออกพรรษา

ในวันงานประเพณีรับบัว จะมีการแห่องค์จำลองของหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เป็นที่เคารพบูชาของชาวบางพลี และเป็นหนึ่งในตำนานพระพุทธรูปที่ลอยน้ำ มาพร้อมกับหลวงพ่อบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร เพื่อให้ประชาชนจำนวนมาก นำดอกบัวมานมัสการองค์หวงพ่อโตเพื่อเป็นสิริมงคล

ขบวนแห่หลวงพ่อโตจะถูกจัดขึ้นทางน้ำ ประชาชนสองฝั่งที่พากันเฝ้าคอย จะโยนดอกบัวขึ้นไปบูชาบนเรือหลวงพ่อโตที่อยู่กลางน้ำ บางคนก็พายเรือมาร่วมขบวน โดยตลอดสองฝั่งคลองสำโรงจะมีการตกแต่งบ้านเรือน และติดธงทิวกันอย่างสวยงาม ประกอบกับเสียงขับร้องและเสียงดนตรีที่มีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรื่นเริงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางพลี เช่น การแสดงการละเล่นเพลงเรือ รวมทั้งการละเล่นพื้นบ้านประเภทต่างๆ ในงานยังมีการประกวดเรือสวยงาม และการประกวดหนุ่มสาวรับบัว ที่น่าชมด้วย

ประเพณีรับบัวหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือประเพณีโยนบัว เป็นประเพณีเฉพาะประจำท้องถิ่นของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคสมัยใดแต่อย่างไรก็ตามประเพณีรับบัวที่ดำเนิน
มาจนถึงปัจจุบันนั้นจะมีความแตกต่างกับประเพณีที่จัดขึ้นในสมัยโบราณอยู่เล็กน้อย เช่นการแห่หลวงพ่อโต ซึ่งเริ่มมีมาในยุคหลังๆ แต่อย่างไรก็ตามปรัชญาของประเพณีนั้น ยังคงอยู่และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งนั่นก็คือการแสดงออกถึงความรักสมัครสมาน
สามัคคีของพี่น้องต่างเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในชุมชนหรือพื้นที่เดียวกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารแนะนำ ได้แก่ ร้านระเบียงทะเล ในซอยบางปู 72 เยื้องกับเมืองโบราณ ที่มีรายการอาหารทะเลอร่อยสดมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศริมอ่าวไทย อาหารจานเด็ด เช่น ปูทะเลผัดซอสไข่เค็ม ปลากระพงราดพริกกระเหรี่ยง และแกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว โทร. 02 709 1825 และร้านสายลม บางปูที่อยู่ติดๆกัน ก็น่านั่งไม่แพ้กัน ยำปูไข่ดอง และส้มตำปูม้าของเขารสจัดจ้านถูกใจ โทร. 02 709 0892

รู้ก่อนเดินทาง

  • สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก ที่ว่าการอำเภอบางพลี โทร. 02 337 3489 90
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:44 am

แข่งขันวิ่งควาย ช่วงเวลาพักผ่อน ของชาวนาไทย ประเพณีวิ่งควาย ชลบุรี

ประเพณีวิ่งควาย ชลบุรี

แต่ไหนแต่ไรมา… คนไทยเป็นคนสนุกสนาน ซึ่งจะสะท้อนออกมาจากวัฒนธรรมประเพณีและการแข่งขันวิ่งควาย ถือเป็นภาพสะท้อนที่ดียิ่ง

เสียงเซ็งแซ่ ร้องเชียร์ แห่งความสนุกสนาน ดังกระหึ่มมาจากท้องทุ่งนา เป็นสัญญาณบอกว่าประเพณีวิ่งควายได้มาถึงแล้ว ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาแต่โบร่ำโบราณ เมื่อสิ้นสุดฤดูไถหว่าน ที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดระยะเวลา ระหว่างรอคอยการเติบโตงอกงามของรวงข้าวที่จะตกออกของรวงข้าวที่จะตกดอกออกรวง ก็ถึงเวลาแห่งการพักผ่อนของชาวนาและฝูงควาย

ในงานวันประเพณี ชาวบ้านจะพร้อมใจกันอาบน้ำแต่งตัว ประดับประดาตกแต่งควายของตนเองให้สวยงาม ด้วยผ้าแพรพรรณ ลูกปัดหลากสี เพื่อนำควายของตัวเองมาประกวดประชัน ทั้งประเภทสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ ตลกขบขัน สร้างเสียงหัวเราะเฮฮาได้เป็นอย่างดี จากนั้นยอดนักบู๊และยอดฝีมือจากที่ต่างๆ ทั่วทุกหมู่บ้าน จะออกมาประลองฝีเท้าเพื่อแข่งขันวิ่งควาย ควบกันจนฝุ่นตลบ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก หรือรุ่นใหญ่ เสียงเชียร์ดังกึกก็องจนเลื่องลือไปไกลถึงต่างแดน นับว่าเป็นงานประเพณีที่สนุกสนานและหาชมได้ยาก

ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีที่สืบสานต่อกันมามากกว่า 100 ปี ประเพณีนี้มิใช่เพียงจัดขึ้นหรือได้รับการสนับสนุนเพื่อผลประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวเพียง
อย่างเดียว แต่มันคือประเพณีที่สื่อถึงความผูกพันกันระหว่างควายกับคนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ไม่ใช่หน้าทำนาควายก็จะได้พักผ่อนรวมทั้งถูกเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี และยังเป็นประเพณีที่แสดงออกถึงควากตัญญูรู้คุณของคนที่มีต่อความในฐานะสัตว์เลี้ยงคู่ทุกข์
คู่ยากที่ช่วยกันตรากตรำทำงานมาตลอดฤกาล ประเพณีวิ่งควายในปัจจุบันนี้มีชื่อเสียง เป็นอย่างมาก และได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากการวิ่งแข่งควายแล้ว ยังมีการจัดประกวดประขันการตกแต่งควายสวยงาม ขบวนพาเหรดและอื่นๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจในเชิงการท่องเที่ยวอีกด้วย สนปัจจุบัน ประเพณีวิ่งควายถูกจัดขึ้นอย่างแพร่หลายตามเมืองต่างๆในจังหวัดจันทบุรี ส่วนการจัดงาน ในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี ตรงกับวันขึ้น
14 ค่ำ เดือน 11 ส่วนที่อำเภอบ้านบึงจะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และที่ตลาดหนองเขิน อำเภอบ้านบึง จะจัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

อร่อยประจำถิ่น

  • ถ้าอยากกินอาหารทะเลแกล้มบรรยากาศด้วย ต้องร้านปะการัง อยู่แถวๆวงเวียนเล็ก แหลมแท่น ร้านทาสีขาวยื่นออกไปในทะเล บรรยากาศโรแมนติก เมนูเด็ด อาหารทะเลทุกชนิด
  • ร้านวังมุข บนเขาสามมุข มีเมนูเด็ดคือ อาหารทะเลทุกชนิด ขอแนะนำปูทะเลนึ่ง ใหญ่มาก ใครที่ชอบกินปูจะได้อร่อยกับเนื้อปูเต็มๆ

รู้ก่อนเดินทาง

  • งานจัดขึ้นในวัน 14 ค่ำ เดือน 11 หรือประมาณตุลาคม ของทุกปี จัดกันที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:34 am

นมัสการรอยพระพุทธบาท บนยอดเขาสูงเทียมฟ้า พระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

พระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

การนมัสการรอยพระพุทธบาท เปรียบเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดา ซึ่งถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ผู้คนนับพันจึงพากันดั้นด้นมาที่นี่ จุดหมายคือยอดเขาคิชฌกูฏอันสูงลิบเพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทอันงดงาม

สำหรับผู้ที่มาเที่ยวจังหวัดจันทบุรี หากเดินทางมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมีเวลาเหลือ ก็ขอแนะนำให้แวะนมัสการพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ เพราะถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งของชาวจันทบุรี ซึ่งในแต่ละปี จะมีพุทธศาสนิกชนมาสักการะเป็นจำนวนมาก รอบพระพุทธบาทตั้งอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏที่สูงกว่า 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะของรอยพระพุทธบาทนี้จะเป็นรอยบนแผ่นหินใหญ่ เชื่อกันว่าถูกค้นพบโดยพรานหาของป่าเมื่อประมาณสองร้อยปีก่อนและหลังจากนั้นก็เป็นสถานที่
ที่เคารพสักการะของชาวพุธมาจวบจนปัจจุบัน

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ เขียวขจี ใครชอบเที่ยวน้ำตก ที่นี่มีน้ำตกคลองช้าเซ น้ำตกกระทิง และน้ำตกคลองกระสือ ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ที่สำคัญบนยอดเขาคิชฌกูฏอันสูงลิบนั้น แม้การเดินทางจะค่อนข้างลำบาก แต่ยังมีผู้คนจำนวนมาก ที่พยายามจะดั้นด้นขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวง ต้องขึ้นรถกระบะโฟว์วีลไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทางราว 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร บนยอดเขายังมีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย ทั้งศิลาเจดีย์ หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระพุทธบาทอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ตัวเมืองจันทรบุรีได้อย่างชัดเจน ใครยังไม่เคยไป ไม่ควรพลาดครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองไม่ผิดหวัง

อร่อยประจำถิ่น

มาเมืองจันทร์ต้องกินแกงหมูชะมวง กระวานผัดฉ่า ส้มตำ ทุเรียนหมอนทองที่ร้านจันทร ร้านเก่าแก่ อยู่ข้างโรงแรมเกษมศานต์ 1 ตรงข้ามที่ทำการไปรษณีย์จันทรบุรี ร้านคุณแดง อยู่ใกล้แยกวัดไผ่ล้อมเลยโรงแรมเคพี แกรนด์ เมนูเด็ด ไก่บ้านต้มกระวาน แกงป่าปลาเห็ดโคน น้ำพริกปูหลน ใครชอบน้ำพริก ร้านน้ำพริกสี่ภาค ขายน้ำพริกล้วนอยู่ซอยตรงข้ามโรงหนังสยาม ร้านก๋วยเตี๋ยวปูป้าสมจิตร อยู่ซอยถัดจากร้านน้ำพริกสี่ภาค เมนูเด็ด ก๋วยเตี๋ยวผัดปู

รู้ก่อนเดินทาง

งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ จัดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเทศการตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี (ปลายเดือนมกราคม มีนาคม) รวมระยะเวลา 2 เดือน

Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 20 August 2009 at 11:09 pm

งานสงกรานต์นานาชาติ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ประเพรีสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร

ประเพรีสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร

สงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนไทย เป็นประเพณีที่มีการรดน้ำขอพร เพื่อแสดงความกตัญญูและเคารพรักต่อผู้ใหญ่ เป็นงานที่สดชื่น ชุ่มฉ่ำ และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

คงจะไม่ต้องกล่าวกันมากหากจะพูดถึงความมีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยและ
ประเพณีสงกรานต์ เป็นความภาคภูมิใจอย่างมากที่สุดของคนไทย ที่ได้เป็นเจ้าของวัฒนธรรม และเทศกาลที่มีแห่งเดียวในโลกและเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกรวมทั้งเป็นที่เฝ้ารอของคนไทยและนัก
ท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มักจะพากันหลั่งไหลมายังประเทศไทยเพื่อร่วมฉลองเทศกาล สงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

แต่สำหรับคนไทยแล้ว ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าเทศกาลสงกรานต์ย่อมมีความหมายมากกว่าวันหยุดและการสาดน้ำเพื่อ
เฉลิมฉลอง เพราะวันสงกรานต์จะเปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ไทยที่ทุกคนในครอบครัวจะมา อยู่รวมกันพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นวันดีที่จะได้ทำบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไป และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ก็มักจะจัดกันในช่วงวันสงกรานต์นี้ และนอกจากนี้ วันสงกรานต์ยังได้รับความสำคัญจากรัฐบาลประกาศให้เป็นวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุ ซึ่งถือว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทยที่ทุกคนจะได้มีความสุข กับการเฉลิมฉลองและการอยู่กับครอบครัว

ใครไม่ได้ไปเที่ยวไหน น่าจะลองไปเล่นสงกรานต์นานาชาติที่ถนนข้าวสาร ซึ่งถือเป็นแหล่งที่พักอาศัยชั่วคราวของชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ชาวต่างชาติเห็นคนไทยเราสาดน้ำกันอย่างครึกครื้นจึงมาขอร่วมสนุกด้วย มิตรภาพอันงดงามที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างชาติระหว่างภาษา ผูกเชื่อมกันผ่านรอยยิ้ม และสายน้ำอันฉ่ำเย็น เรื่องราวของเทศกาลที่งดงามและสนุกสนานบนถนนแห่งนี้ ซึ่งมีมานานกว่า 20 ปี จึงถูกบอกเล่าปากต่อปาก จนทำให้ งานสงกรานต์ทั่วประเทศรวมทั้งที่ถนนข้าวสาร มีชื่อเสียงดังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สงกรานต์บนถนนสายนี้ไม่เป็นรองใคร สนุกกันได้สุดเหวี่ยงในแบบไทยๆ ไม่มีแป้ง ไม่มีแอลกอฮอล์ และนอกจาการเล่นสาดน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำแล้วตลอดถนนสายนี้ ก็ยังมีเวทีการแสดง ที่ตื่นตาตื่นใจเพิ่มความครึกครื้นอีกเป็นทวีคูณ

อร่อยประจำถิ่น

ร้านอร่อยบรรยากาศดีๆแถวถนนข้าวสาร รวมอาหารหลายเชื้อชาติร้านแรก ร้านชัมบารามา เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นมีระเบียงนังผ่อนคลาย มีอาหารอร่อย ปอเปี๊ยะชีส สลัดยำกุ้ง คาโบนารา ใครชอบพิซซ่า ร้านพิซซ่าลันตา พิซซ่าร้อนๆ ใครอยากลองอาหารอิสราเอลร้านอยู่ใกล้ๆ พิซซ่าลันตา คออาหารฝรั่ง ต้องร้านนิวส์โจ ใครคิดถึงข้าวแกง ร้านนี้ไมมีชื่ออยู่ตรงข้ามสเวนเซ่น ปากซอยรามบุตรี อร่อยเด็ด

รู้ก่อนเดินทาง

สงกรานต์ถนนข้าวสาร เริ่มตั้งแต่ในวันที่ 12 เมษายน เวลา 18.00 24.00 น. ยาวไปถึงวันที่ 15 เมษายน ของทุกปี

Reblog this post [with Zemanta]
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 20 August 2009 at 11:01 pm

วันเริ่มต้นปีใหม่ ของชาวไทยเชื้อสายจีน เทศกาลตรุษจีนที่เยาวราช กรุงเทพมหานคร

เทศกาลตรุษจีนที่เยาวราช กรุงเทพมหานคร

วันตรุษจีน หรือ วันปีใหม่ของชาวจีน ถือเป็นวันเริ่มต้นของความเป็นสิริมงคล คนไทยเชื้อสายจีนจะเก็บกวาดบ้านให้สะอาดเอี่ยม เพื่อรอรับความรุ่งเรืองและสิ่งดีงาม

ชาวจีน ถือว่า วันตรุษจีน เป็นัวนเริ่มต้นของปี ก่อนหน้าวันตรุษจีนสองวัน จะเป็นวันจ่าย ชาวจีนจะออกไปจับจ่ายซื้อของ เพื่อมาทำพิธีไหว้ ก่อนวันถือหนึ่งวัน จะเรียก วันไหว้ ชาวจีนจะทำพิธีไหว้เจ้าที่ พระพุทธ ศาลต่างๆ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกที่ในบ้าน และบริเวณบ้านทั้งหมด รวมทั้งไหว้บรรพบุรุษเพื่อระลึกถึงบุญคุณ และอธิษฐานให้เกิดสิ่งดีงามในชีวิต ในวันตรุษจีน ร้านรวงที่เป็นของคนจีน จะหยุดกิจการค้าขาย ถือโอกาสหยุดพักผ่อน จึงถือเป็นวันเที่ยว วันที่ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้ากัน

งานประเพณีตรุษจีนที่เยาวราช ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ประจำปี มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ชมการแสดงทางวัฒนธรรมของนักแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 7 มณฑล สักการะตราประทับของเจ้าแม่กวนอิมจากเมืองจีน เพื่อความเป็นสิริมงคล นิทรรศกาลศิลปวัมนธรรมของจีน ซุ้มประดับโคมไฟศิลปะจีนอันตระการตา และอีกมากมาย บรรยากาศของถนนเยาวราชจะอบอวลไปด้วยสีแดง สีแห่งความเป็นสิริมงคล แถมท้ายด้วยอาหารหลากหลาย อร่อยมากมายจนเลือกไม่ถูก…

ปัจจุบันงานฉลองเทศกาลตรุษจีนที่เยาวราชนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ไม่แพ้งานฉลองตรุษจีนในประเทศอื่นๆมีการถ่ายทอดสดไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างๆทั่วโลก ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากงานฉลองได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเป็นเวลานานร่วมสัปดาห์ ไม่เพียงแต่จะเป็นเทศกาลอาหารจีนที่ทุกคนรอคอยมาตลอดปี แต่ยังเป็นงานที่รวบรวมเอามหรสพยิ่งใหญ่อลังการหลากหลายรูปแบบมาจัดแสดงเพื่อให้ความ
บันเทิงทั้งชาวไทยและชาวจีน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศด้วย และนอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ประชาชนชาวจีนในประเทศไทยภาคภูมิใจมากที่สุดก็คืองานฉลองได้รับพระมหากรุณา
ธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์มาร่วมเป้นองค์ประธานเปิดงานเป็นประจำทุกปี

อร่อยประจำถิ่น

ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่วรจักร ตรอกบ้านดอกไม้ ถ.วรจักร เมนูเด็ก ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ร้านหมี่หวานเจ๊เพ็ญ ในตลาดปีระกาฝั่งใต้ เวิ้งนาครเขษม เมนุเด็ดหมี่หวาน อาหารโบราณที่นับวันจะหากินยากขึ้นทุกที ร้านบะหมี่จับกัง ปากซอยเจริญกรุง23 (ตรอกเจริญชัย1) ขายมากว่า 30 ปี เมนูเด็ด บะหมี่หมูอบ ร้านแกงกะหรี่นายโย่ง ถนนเยาวราชฝั่งขวา ปากซอยอิศรานุภาพ เป็นแกงกะหรี่สไตล์จีนกวางตุ้ง เมนูเด็ด แกงกะหรี่หมู เนื้อ ร้านข้าวพระรามลงสรง เป็นร้านไม่มีชื่อ อยู่ที่ต้นซอยไพบูลย์ต่อกับซอยผลิตผล เมนูเด็ด ข้าวพระรามลงสรง ซึ่งปัจจุบันหากินอร่อยๆยาก ร้านนิวกวงเม้ง ถนนพาดสาย เยื้องภัตตาคารตั้งใจอยู่ เมนูเด็ด ฮื่อแซ ขาห่านอบหม้อดิน หูฉลาม ร้านตั้งจั๊วหลี ถนนข้าวหลาม เมนูเด็ด หัวปลาเผือก ออส่วน ปลาดิบจีนโบราณ ฯลฯ

รู้ก่อนเดินทาง

วันตรุษจีน ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ของทุกปี ตามปฏิทินจีน

Reblog this post [with Zemanta]
Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 20 August 2009 at 10:50 pm

Next Page »