ขอบารมีหลวงพ่อ ส่งผลให้ค้าขายร่ำรวย วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี

ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของหลวงพ่ออี๋ เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย

ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเลอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง

เหตุนี้เองวัดสัตหีบหรือวัดหลวงพ่ออี๋ จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะหลวงพ่ออี๋ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย

วัดสัตหีบ นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึงวัดหลวงพ่ออี๋ แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน

อร่อยประจำถิ่น

  • สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย จันลอน ทอดมันย่างเจ้าเดิม หรือแวะชิมก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าเก่าของสัตหีบ และอย่าลืมซื้อของทะเลแห้งกลับบ้านที่ร้านเจ๊ติ๊ดซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • วัดสัตหีบเปิดให้สักการะหลวงพ่ออี๋ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 16.00 น.
  • จะมีการจัดงานประจำปีที่วัด 3 ครั้ง คือ ช่วงก่อนวันตรุษจีน ช่วง 1 9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ่ออี๋ ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 10
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:59 pm

หากมีรักที่มั่นคง เจ้าแม่จะอวยพรให้รักแท้นั้นสมหวัง เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี

หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุข ที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี

เพื่อยืนยันในคำมั่นสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุข สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสองคน และได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา

เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะจึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวายเจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด

ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆหลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก

ในปัจจุบันศาลเจ้าแม่เขาสามมุขเป็นที่รู้จักและเคารพสักการะทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวจีน
เพราะเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิม โดยยังเป็นสาถนที่ที่นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคน ที่เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีจะต้องแวะนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเดินทาง นอกจากนี้หากท่านใดศึกษาตำนานความเป็นมาของเจ้าแม่เขาสามมุขซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ
ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาที่บริเวณละแวกอ่างหิน หรือตำบลอ่างศิลาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานรักระหว่างชายหนุ่มชื่อแสน และหญิงสาวชื่อสามมุขที่ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งชื่อของบางแสน ก็เชื่อกันว่ามาจากชื่อของนายแสนนี้เอง และนี่ก็คือสิ่งที่เป็นตำนาน เกี่ยวกับความรักและความผูกพันซึ่งก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เดินทางที่มากราบไว้
ขอพรเพื่อให้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต

อร่อยประจำถิ่น

  • ร้านอาหารทะเลที่ถนนรอบเขาสามมุข มีหลายร้าน ที่รู้จักกันดีคือ วังมุข อาหารทะเลทุกชนิด โทร. 038 748 217 8, 038 191 818 20 หรือ ทิพย์ประมง โทร. 038 383 358 แต่ถ้าชอบอาหารไทย ต้องร้านดีพร้อม ร้านเก่าแก่ที่ถนนเลียบชายหาด โทร. 038 381 622

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่มาไหว้เจ้าแม่กวนอิม จะซื้อสร้อยมุขเส้นละ 30 บาท ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายเจ้าแม่
Posted under ภาคตะวันออก by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:49 pm

บูชาหลวงพ่อโสธร ขอพรให้ได้ลูกชาย วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา

วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เมืองแปดริ้ว คลาคล่ำไปด้วยสาธุชน ที่มาขอบารมีหลวงพ่อโสธรให้ชีวิตมีความสุขสมหวัง แต่หลายคนมาด้วยความหวัง… ว่าจะขอพรให้ได้ลูกชายไว้สืบสกุล

แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ตำนานที่เล่าขานถึงเรื่องความอัศจรรย์ของพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมา ยังเป็นที่โจษขานกัน จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธโสธรอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญองค์หนึ่งของเมือง
ไทยนั้น ยังเป็นที่เลื่อมใสในหมู่ชาวพุทธ จึงทำให้วัดโสธรวรารามวรวิหารแน่นขนัดไปด้วย ผู้คนที่เดินทางมานมัสการขอพรจากทุกสารทิศ ที่เชื่อกันว่าถ้าได้สักการะองค์หลวงพ่อ แล้วจะมีแต่ความสุข ความเจริญ นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันในหมู่ผู้ที่มีบุตรยากทั้งหลายว่า หากได้มากราบขอบุตรชายจากองค์หลวงพ่อโสธรแล้วมักจะสมหวังกันทุกรายไป

ปัจจุบันหากกล่าวถึงวันเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็คงจะหนีไม่พ้นวัดโสธรวรารามวรวิหารซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อพุทธโสธร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีความโดดเด่นไม่เพียงเฉพาะเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น หากยังมีความวิจิตรอลังการในเชิงสถาปัตยกรรมซึ่งมีความสวยงามมากที่สุดใน
จังหวัดฉะเชิงเทราวัดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนารายณ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในปัจจุบันได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เป็น เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และมีผู้คนเดินทางไปเยี่ยมชมและ สักการะหลวงพ่อโสธร กันอย่างล้นหลาม เป็นประจำแต่ละปี

ปัจจุบันการเดินทางมาที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร นั้นทำได้สะดวก และนอกจากจะได้มากราบหลวงพ่อโสธรเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังมีโอกาสได้ชมพระอุโบสถหลังใหม่ที่ยิ่งใหญ่ งดงาม ริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตร ด้วยรูปแบบศิลปะในรัชกาลที่ 9 โดยผนังบุหินอ่อนจากอิตาลี ส่วนบนเพดานนั้นประดับตกแต่งเป็นเรื่องราวของจักรวาล ประกอบกับงานจิตรกรรมที่สวยงาม นอกจากนี้ยอดพระอุโบสถหลังนี้ยังประดับด้วยฉัตรทองคำงามสง่า ให้เป็นพุทธสถานเพื่อให้ประชาชนได้มาเคารพสักการะองค์หลวงพ่อโสธรสืบไป

อร่อยประจำถิ่น

  • ว่ากันว่าขนมเปี๊ยะที่ฉะเชิงเทรานั้นแสนอร่อย ใครที่ชื่นชอบขนมเปี๊ยะต้องไม่พลาด โดยเฉพาะขนมเปี๊ยะสูตรโบราณไส้ต่างๆ จากร้าน อึ๋งมุ่ยเส็ง ที่เปิดมานานกว่า80ปี โทร. 038 541 165

รู้ก่อนเดินทาง

  • ผู้ที่ได้ลูกชายสมหวังดังใจอธิษฐาน มักจะถวายละครชาตรี หรือบูชาองค์หลวงพ่อด้วยไข่ต้ม ผลไม้ และ พวงมาลัย
  • ในส่วนพระอุโบสถหลังใหม่ เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 16.00 น. และควรแต่งกายสุภาพ
Posted under ภาคกลาง by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:41 pm

ไหว้หลักเมือง ขอพรชัยให้ชีวิต มีหลักมั่นคง ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร

ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร

เดินทางย้อนรอยมาถึงใจกลางแห่งกรุงเทพมหานคร แวะกราบพระหลักเมืองอันเป็นหลักชัยให้พระนคร ขอพรให้ชีวิตนั้นมีแต่ความมั่นคง เสริมดวงชะตา ตัดเคราะห์ ต่อบารมี

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้มีพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองขึ้น ภายหลังจากที่ได้สถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานี ตามโบราณราชประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดิน นับจากนั้นมา ศาลหลักเมืองก็เป็นที่เคารพสักการะอย่างไม่เสื่อมคลาย ในฐานะที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหลักความมั่นคงของพระนคร และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวไทยทุกคน

นอกจากประชาชนทั่วไปที่มาสักการะศาลหลักเมือง เพื่อขอพรให้บ้านเมืองมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ยังมีความเชื่อที่เล่าสืบกันมาว่า หากผู้ใดมาไหว้พระหลักเมืองนั้น จะช่วยเสริมหลักฐานความมั่นคงให้กับชีวิต ฃ่วยตัดเคราะห์ ต่อดวงชะตา เสริมอำนาจบารมีให้มีแต่ความเจิรญรุ่งเรืองอีกด้วย

หากมีโอกาสมาไหว้พระหลักเมืองแล้ว ควรจะเข้าไปสักการะเทวดาสำคัญ ผู้รักษาพระนครทั้งห้าที่ประดิษฐานอยู่ในหอเทพารักษืด้วย คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรเจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง เพื่อขอบารมีให้ท่านช่วยปกปักรักษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต

ถึงแม้ว่าในแต่ละจังหวัดจะมีศาสหลักเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคงแก่ผู้คน
ในจังหวัดแต่สำหรับศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครไม่ใช้เป็นเพียงแค่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ
จังหวัดกรุงเทพมหานครเท่านั้นแต่หากยังถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณบ้านคู่เมืองของประเทศไทยอีกแห่ง
หนึ่งเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครโดย พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศุนย์รวมจิตใจ
ของประชาชนเพื่อครั้งทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และนอกจากนี้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าในการดุแลบำรุงรักษาจากอีกหลาย
รัชกาลในเวลาต่อมา ซึ่งล่าสุดเมื่อ พศ 2525 เมื่อครั้งฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งได้มีการบูรณปฎิสังขรณ์ศาลหลักเมืองครั้งใหญ่จนสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นศุนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งขาติอย่างแท้จริง

อร่อยประจำถิ่น

  • บริเวณท่าช้าง และท่าพระจันทร์ มีร้านอาหาร และขนมต่างๆมากมาย ให้เลือกรับประทานยามเมื่อท้องหิว หรือจะข้ามเรือไปยังท่าเรือศิริราชก็มีอาหารให้เลือกละลานตาไม่แพ้กัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ในบริเวณศาลหลักเมืองมี พระเสี่ยงทาย ให้ตั้งจิตอธิษฐานถามถึงสิ่งที่ปราถนา การยกพระเสี่ยงทายนั้นต้องทำสองครั้ง ครั้งแรกขอให้ยกขึ้น ส่วนครั้งที่สองขอให้ยกไม่ขึ้น หากเป็นดังนั้นเชื่อว่าจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ
Reblog this post [with Zemanta]
Posted under ภาคกลาง by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:25 pm

ขอพรให้มิตรภาพ และความรักนั้นเป็นนิรันดร์ พระธาตุศรีสองรัก เลย

พระธาตุศรีสองรัก เลย

สุดแดนแห่งจังหวัดเลย คือพระธาตุศรีสองรัก ที่เป็นพยานแห่งสัจจะไมตรีของสองอาณาจักรใครได้มาไหว้พระธาตุศรีสองรักนี้ เชื่อว่าความรักและสัมพันธภาพนั้นจะมั่นคงสืบไป

เลยเป็นจังหวัดทางภาคอีสานตอนเหนือ มีภูมิประเทศที่งดงามด้วยเทือกภูที่สลับซับซ้อน ประกอบกับภูมิกาอาศที่แสนสบาย ชวนให้ดินแดนแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้มาเยือนอยู่เสมอ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุศรีสองรักอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของทั้งชาวไทยและชาวลาวมานานกว่าสี่ศตวรรษ

พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย เป็นพระธาตุก่ออิฐถือปูนสีขาวสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ตามตำนานกล่าวว่า… ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และเครื่องหมายแห่งมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักร โดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ซึ่งได้ร่วมกันสร้างพระธาตุและตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และไม่ล่วงล้ำดินแดนซึ่งกันและกันตลอดไป

พี่น้องชาวไทยและชาวลาวต่างเชื่อกันว่า หากผู้ใดได้มากราบไหว้ พระธาตุศรีสองรัก และขอพรในด้านที่เกี่ยวกับความรักและมิตรภาพนั้นจะได้พบกับความสมหวัง และมีสัมพันธภาพที่ยั่งยืน ดังนั้นเราจึงได้พบเห็น หนุ่มสาว หรือ เพื่อนฝูง ที่พากันมานมัสการพระธาตุศรสองรัก ไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยจิตที่มุ่งมั่นขอรพให้ความรักและมิตรภาพนั้นอยู่ชั่วนิรันดร์

ในปัจจุบันพระธาตุศรีสองรักเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่ชาวพุทธและนักท่องเที่ยว
ยึดถือและเดินทางไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทางไปเยือน
จังหวัดเลยทั้งนี้ก็เนื่องมาจากพระธาตุแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงมิตรภาพระหว่างอาณาจักรกรุง
ศรีอยุธยา
และอาณาจักรเวียงจันท์ในสมัยก่อน อีกทั้งยังเป็นเรื่องหมายแบ่งเขตแดนของ
ทั้งสองอาณาจักรอีกด้วยพระธาตุแห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ
สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พระธาตุแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเลยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 83 กิโลเมตรซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระธาตุศรีสองรักและเป็นวัดที่ไม่มี
พระภิกษุจำพรรษาอยู่

อร่อยประจำถิ่น

  • ที่อำเภอด่านซ้าย มีน้ำพริกแจ่วดำน้ำผักสะทอน เป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ และเป็นของฝากที่หาทานได้ยากมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาดี อำเภอด่านซ้ายร่วมกันผลิตจำหน่าย สนใจหาซื้อได้ที่ร้าน OTOP ในจังหวัดเลย

รู้ก่อนเดินทาง

  • มีความเชื่อว่าหากนำต้นผึ้งไปขอพรพระธาตุศรีสองรักแล้วจะสมความมุ่งมาดปราถนา แต่ควรงดสักการะด้วยดอกไม้ และของบูชาสีแดง รวมทั้งงดใส่เสื้อสีแดงไปบูชาพระธาตุ เพราะถือเป็นสีแห่งเลือดและความรุนแรง
Posted under ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ by ndesigns on Thursday 3 September 2009 at 10:15 pm

Next Page »