<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สถานที่ท่องเที่ยว - Unseen In Thailand</title>
	<atom:link href="http://www.unseeninthailand.org/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.unseeninthailand.org</link>
	<description>แนะนำ "สถานที่ท่องเที่ยว" ท่องเที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สนับสนุนคนไทยให้เที่ยวไทย</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Dec 2011 07:50:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:50:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดกาฬสินธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดบ้านก้อม]]></category>
		<category><![CDATA[วัดโพธิ์ชัยเสมาราม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3332</guid>
		<description><![CDATA[วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม &#160; &#160; &#160; &#160; วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม ตั้งอยู่บ้านเสมาตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสานเนื่องจากแทบจะไม่พบในภาคอื่นเลย &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีความโดดเด่นคือ นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด สลักภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระเจ้าสุทโธทนะ พระราหุล และนางยโสธราพิมพา เข้าเฝ้าแสดงสักการะอย่างสูงสุดด้วยการสยายพระเกศาเช็ดพระบาทองค์พระพุทธเจ้า เรียกเสมาหินภาพ &#8220;พิมพาพิลาป&#8221; ซึ่งใบเสมาหลักนี้ของจริงอยู่ที่ &#160; &#160; Credit : holidaythai]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3333" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/1147754-300x225.png" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือ วัดบ้านก้อม</strong> </span>ตั้งอยู่บ้านเสมาตรงข้ามกับทางเข้าเมืองฟ้าแดดสงยาง เป็นวัดเก่าที่ชาวบ้านได้นำใบเสมาหินที่ขุดพบมารวบรวมไว้จำนวนมาก มีใบเสมาหินขนาดใหญ่ที่อาจถือเป็นเอกลักษณ์ของอีสานเนื่องจากแทบจะไม่พบในภาคอื่นเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3334" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/วัดโพธิ์ชัยเสมาราม-หรือ-วัดบ้านก้อม1-300x225.png" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ใบเสมาที่พบในเมืองฟ้าแดดสงยางมีความโดดเด่นคือ นิยมแกะสลักภาพเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและชาดก มีใบเสมาจำลองหลักที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด สลักภาพพุทธประวัติตอนพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมด้วยพระเจ้าสุทโธทนะ พระราหุล และนางยโสธราพิมพา เข้าเฝ้าแสดงสักการะอย่างสูงสุดด้วยการสยายพระเกศาเช็ดพระบาทองค์พระพุทธเจ้า เรียกเสมาหินภาพ &#8220;พิมพาพิลาป&#8221; ซึ่งใบเสมาหลักนี้ของจริงอยู่ที่</p>
</div>
<div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมืองฟ้าแดดสูงยาง</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:47:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดกาฬสินธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองฟ้าแดดสูงยาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3326</guid>
		<description><![CDATA[เมืองฟ้าแดดสูงยาง &#160; &#160; &#160; เมืองฟ้าแดดสูงยาง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย ฟ้าแดดสงยาง หรือเรียกเพี้ยนไปเป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกว่า เมืองเสมา เนื่องจากมีผังเมืองรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณ มีซากอิฐปนดิน คูเมืองสองชั้นมีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น คือพระธาตุยาคู ผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้น เชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง ชาวนามักขุดพบใบเสมาหินทรายมีลวดลายบ้าง ไม่มีบ้าง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร 130 แผ่น พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพลของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง อายุประมาณ 1,000-2,000 ปี มีอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผาลวดลายอมราวดี ก้านขดเป็นรูปตัวมังกร อายุ 7,000 ปี ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกันแต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ อายุประมาณ 5,000-6,000 ปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิได้เริ่มมาก่อนทุกๆ แห่งในโลกนี้ &#160; &#160; &#160; เมืองฟ้าแดดสูงยางจึงเป็นเมืองโบราณที่มีอายุระหว่าง พ.ศ. 1300-1600 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 19 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทาง 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) แยกขวามือเข้าทางโรงเรียนกมลาไสย ประมาณ 13 กิโลเมตร แยกขวามือเข้าไปตามทางลูกรังอีก 600 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">เมืองฟ้าแดดสูงยาง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3327" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01697_muangFahDadSungYang-300x207.gif" alt="" width="300" height="207" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>เมืองฟ้าแดดสูงยาง</strong></span> ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย <strong>ฟ้าแดดสงยาง</strong> หรือเรียกเพี้ยนไปเป็นฟ้าแดดสูงยาง บางแห่งเรียกว่า เมืองเสมา เนื่องจากมีผังเมืองรูปร่างคล้ายใบเสมา เป็นเมืองโบราณ มีซากอิฐปนดิน คูเมืองสองชั้นมีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น คือพระธาตุยาคู ผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้น เชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง ชาวนามักขุดพบใบเสมาหินทรายมีลวดลายบ้าง ไม่มีบ้าง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร 130 แผ่น พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพลของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง อายุประมาณ 1,000-2,000 ปี มีอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผาลวดลายอมราวดี ก้านขดเป็นรูปตัวมังกร อายุ 7,000 ปี ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกันแต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ อายุประมาณ 5,000-6,000 ปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิได้เริ่มมาก่อนทุกๆ แห่งในโลกนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3328" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01698_wad-ban-kom-kalasin-300x195.gif" alt="" width="300" height="195" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมืองฟ้าแดดสูงยางจึงเป็นเมืองโบราณที่มีอายุระหว่าง พ.ศ. 1300-1600 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเสมา ตำบลหนองแปน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 19 กิโลเมตร เดินทางตามเส้นทาง 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) แยกขวามือเข้าทางโรงเรียนกมลาไสย ประมาณ 13 กิโลเมตร แยกขวามือเข้าไปตามทางลูกรังอีก 600 เมตร นับเป็นสถานที่สำคัญในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานโบราณวัตถุที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3329" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/6bb5a7-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม  อยู่ในอาณาเขตเมืองฟ้าแดดสูงยางไม่ไกลจากพระธาตุยาคู เป็นวัดโบราณ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ ใบเสมาหินสมัยทวาราวดี ที่ปักอยู่เป็นแนวกำแพงและที่เก็บรวบรวมไว้ในวัดเป็นบางส่วน ที่ใบเสมาจำหลักเป็นภาพต่างๆ ส่วนมากสลักเป็นภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%ac%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%ac%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:41:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จ.กาฬสินธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[รอยเท้าไดโนเสาร์]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3321</guid>
		<description><![CDATA[แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์ &#160; &#160; &#160; แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นรอยเท้าอยู่บนภูเขา ซึ่งถูกค้นพบโดย เด็กหญิงกัลยามาศ สิงนาคลอง และเด็กหญิงพัชรี ไวแสน เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2539 ที่บริเวณกลางลานหินลำห้วยเหง้าดู่ เชิงเขาภูแฝก บริเวณเทือกเขาภูพาน บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู หลังจากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่นักธรณีวิทยาพร้อมด้วยส่วนราชการ และเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปสำรวจจึงพบว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ประเภทเทอร์โรพอด 7 รอย จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140 ล้านปี รอยเท้าไดโนเสาร์ บริเวณเชิงภูแฝก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างอำเภอห้วยผึ้งกับกิ่งอำเภอนาคู มีรอยเท้าทั้งหมด 21 รอย ในแนวทางเดิ่น 6 แนว โดยการสำรวจของ ดร.วราวุธ สุธีระ ผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์ ได้รับคำยืนยันว่าเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์พันธุ์คอร์โนซอร์ ซึ่งเป็นพวกกินเนื้อชนิดหนึ่ง จึงเหมาะสำหรับการทัศนศึกษาเป็นอย่างยิ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3322" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/02755_006-300x196.jpg" alt="" width="300" height="196" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong>แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์</strong> ตั้ง</span>อยู่ที่ หมู่ 6 บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นรอยเท้าอยู่บนภูเขา ซึ่งถูกค้นพบโดย เด็กหญิงกัลยามาศ สิงนาคลอง และเด็กหญิงพัชรี ไวแสน เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2539 ที่บริเวณกลางลานหินลำห้วยเหง้าดู่ เชิงเขาภูแฝก บริเวณเทือกเขาภูพาน บ้านน้ำคำ ตำบลภูแล่นช้าง กิ่งอำเภอนาคู หลังจากนั้นได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่นักธรณีวิทยาพร้อมด้วยส่วนราชการ และเอกชน จ.กาฬสินธุ์ ได้เดินทางไปสำรวจจึงพบว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ ประเภทเทอร์โรพอด 7 รอย จัดอยู่ในกลุ่มคาร์โนซอร์ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140 ล้านปี</p>
<p>รอยเท้าไดโนเสาร์ บริเวณเชิงภูแฝก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างอำเภอห้วยผึ้งกับกิ่งอำเภอนาคู มีรอยเท้าทั้งหมด 21 รอย ในแนวทางเดิ่น 6 แนว โดยการสำรวจของ ดร.วราวุธ สุธีระ ผู้เชี่ยวชาญด้านไดโนเสาร์ ได้รับคำยืนยันว่าเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์พันธุ์คอร์โนซอร์ ซึ่งเป็นพวกกินเนื้อชนิดหนึ่ง จึงเหมาะสำหรับการทัศนศึกษาเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3323" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์-300x225.png" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000">เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง</span><br />
<span style="color: #000000">พื้นที่บนภูหลวงจะมีลักษณะเป็นที่ราบ อากาศเย็นตลอดปี มีพืชพรรณไม้ป่าดงดิบ ทุ่งหญ้า ป่าสน อันงดงาม และมากมายหลากหลายด้วยดอกไม้ภู แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูหลวงซึ่งนักท่องเที่ยว สามารถเดินเท้าเที่ยวชม ก็คือสวนสน และลานหิน เช่น โหล่นสาว แยงคิง ลานสนโหล่นแต้ โหล่นหินแอ่วขัน อันเป็นลานธรรมชาติที่เรียงรายเป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีผาหิน เช่น ผากบ และผารุ่งอรุณ อันเป็นผาชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมวิวได้งดงาม ทั้งยังสามารถเดินชมทุ่งหญ้ากว้าง ที่สนามกอล์ฟช้างอันกว้างใหญ่ไพศาล</span></p>
<p><span style="color: #000000">วันเวลาที่แนะนำ</span><br />
<span style="color: #000000">การไปชมรอยเท้าไดโนเสาร์ ช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-มีนาคม</span></p>
<p><span style="color: #000000">การเดินทาง</span><br />
ขึ้นสีภูหลวงด้านอำเภอภูเรือซึ่งมีทางรถยนต์ขึ้นได้ถึงหลังภู ระยะทางจากแยกบ้านสานตมราว 30 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าอีกราว 5 กิโลเมตร จึงจะถึงบริเวณผาเตลิ่น ซึ่งเป็นจุดชมรอยเท้า ไดโนเสาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%ac%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:38:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสุโขทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุ่งแม่ระวิง]]></category>
		<category><![CDATA[สวนหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3316</guid>
		<description><![CDATA[สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง) &#160; &#160; &#160; สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง) ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลป่ากุมเกาะ แต่เดิมเคยเป็นหนองน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 830 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นน้ำ 645 ไร่ พื้นดิน 185 ไร่ ลักษณะของสวนนี้เป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบมองเห็นทิวทัศน์ได้ เหมาะสำหรับที่จะพักผ่อน &#160; &#160; &#160; ภายในบริเวณมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สะพานไม้โบราณ ที่ข้ามอ่างน้ำเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง มีความยาว 300 เมตร สักการะบูชาพระร่วง ณ วงเวียนประดิษฐานรูปพระร่วง อยู่ปากทางเข้าเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง สักการะบูชาพระมหาโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม และนมัสการศาลปู่ก๊อก ข้างที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ พักผ่อนศาลาที่พักริมทาง ชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานหลายด้าน เช่น โครงการเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงไก่ พิพิธภัณฑ์ชาวนาแหล่งรวบรวมอุปกรณ์ชาวนาโบราณแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวนาสมัยสุโขทัย แปลงสวนสมุนไพรสาธิต เรือนเพาะชำกล้าไม้ นอกจากนั้นภายในบริเวณสวนแห่งนี้มีอาคารเอนกประสงค์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดีจังหวัดสุโขทัย สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-full wp-image-3317" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01074_suanluangpraluang.jpg" alt="" width="300" height="202" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>สวนหลวงพระร่วงเฉลิมพระเกียรติ (ทุ่งแม่ระวิง)</strong> </span>ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลป่ากุมเกาะ แต่เดิมเคยเป็นหนองน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีพื้นที่ทั้งหมด 830 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นน้ำ 645 ไร่ พื้นดิน 185 ไร่ ลักษณะของสวนนี้เป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบมองเห็นทิวทัศน์ได้ เหมาะสำหรับที่จะพักผ่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-full wp-image-3318" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/images20.jpg" alt="" width="274" height="184" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภายในบริเวณมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สะพานไม้โบราณ ที่ข้ามอ่างน้ำเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง มีความยาว 300 เมตร สักการะบูชาพระร่วง ณ วงเวียนประดิษฐานรูปพระร่วง อยู่ปากทางเข้าเกาะกลางทุ่งแม่ระวิง สักการะบูชาพระมหาโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม และนมัสการศาลปู่ก๊อก ข้างที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ พักผ่อนศาลาที่พักริมทาง ชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานหลายด้าน เช่น โครงการเกษตรผสมผสาน ได้แก่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงไก่ พิพิธภัณฑ์ชาวนาแหล่งรวบรวมอุปกรณ์ชาวนาโบราณแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวนาสมัยสุโขทัย แปลงสวนสมุนไพรสาธิต เรือนเพาะชำกล้าไม้</p>
<p>นอกจากนั้นภายในบริเวณสวนแห่งนี้มีอาคารเอนกประสงค์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของดีจังหวัดสุโขทัย สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากุมเกาะ โทร. 0 5564 2100</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:33:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสุโขทัย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก]]></category>
		<category><![CDATA[สวรรควรนายก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3309</guid>
		<description><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก &#160; &#160; &#160; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองสวรรคโลก หลังวัดสวรรคาราม (วัดกลาง) ห่างจากตัวเมืองสุโขทัย 38 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1.6 กิโลเมตร ถึงพิพิธภัณฑ์ &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ชั้นบน จัดแสดงประติมากรรมสมัยต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นสมบัติที่มาจากวัดสวรรควรนายก และพระ สวรรควรนายก และบางส่วนย้ายมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ก่อนยุคสุโขทัย จนถึงศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ชั้นล่าง จัดแสดงเครื่องถ้วยสังคโลก เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้ ซึ่งขุดพบมากที่แหล่งโบราณคดีเครื่องถ้วยสังคโลกบ้านเกาะน้อย และบ้านป่ายาง อำเภอศรีสัชนาลัย รวมทั้งแสดงเครื่องถ้วยชามสมบัติใต้ทะเลที่งมได้มาจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 &#8211; 16.30 น. &#160; &#160; &#160; อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3310" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01072_sawankanayok-museum-sukhothai-300x193.jpg" alt="" width="300" height="193" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก</strong> </span>ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองสวรรคโลก หลังวัดสวรรคาราม (วัดกลาง) ห่างจากตัวเมืองสุโขทัย 38 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1.6 กิโลเมตร ถึงพิพิธภัณฑ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3311" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก3-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium">ชั้นบน</span> จัดแสดงประติมากรรมสมัยต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นสมบัติที่มาจากวัดสวรรควรนายก และพระ สวรรควรนายก และบางส่วนย้ายมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ก่อนยุคสุโขทัย จนถึงศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น</span></p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium">ชั้นล่าง</span> จั</span>ดแสดงเครื่องถ้วยสังคโลก เพื่อประโยชน์ในการศึกษาหาความรู้ ซึ่งขุดพบมากที่แหล่งโบราณคดีเครื่องถ้วยสังคโลกบ้านเกาะน้อย และบ้านป่ายาง อำเภอศรีสัชนาลัย รวมทั้งแสดงเครื่องถ้วยชามสมบัติใต้ทะเลที่งมได้มาจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย</p>
<p>พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30 &#8211; 16.30 น.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3312" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก-300x150.jpg" alt="" width="300" height="150" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-size: medium">อัตราค่าเข้าชม</span></strong></span></p>
<p>ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท ในกรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการวิทยากรนำชม ติดต่อได้ที่พิพิธภัณฑ์สวรรควรนายก อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย 64110 โทร. (055) 641-571, (055) 643-166</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:30:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสุโขทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีสัชนาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3303</guid>
		<description><![CDATA[อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย &#160; &#160; อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เดิมชื่อ ป่าคา หมายถึงป่าคาหลวง หรือสันกลางแม่วังช้าง ตั้งอยู่ที่บ้านป่าคา หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแก่ง ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เพื่อรักษาสภาพป่าที่เป็นต้นน้ำลำธาร และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอทุ่งเสลี่ยม มีพื้นที่ประมาณ 213 ตารางกิโลเมตร และต่อมากรมป่าไม้ได้ดำเนินการผนวกพื้นที่เพิ่มเติมในท้องที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ประมาณ 106 ตารางกิโลเมตร รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 319 ตารางกิโลเมตร อุทยานฯ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าคาขนาดใหญ่ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำท่าแพ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะสัณฐานเป็นเทือกเขา ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบเขา สัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระแต เสือไฟ อีเห็นข้างลาย เลียงผา เต่าปูลู เป็นต้น และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524 &#160; &#160; &#160; &#160; อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย เด็ก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3304" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย3-300x240.jpg" alt="" width="300" height="240" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium"><strong>อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย</strong></span> เดิม</span>ชื่อ ป่าคา หมายถึงป่าคาหลวง หรือสันกลางแม่วังช้าง ตั้งอยู่ที่บ้านป่าคา หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านแก่ง ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เพื่อรักษาสภาพป่าที่เป็นต้นน้ำลำธาร และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอทุ่งเสลี่ยม มีพื้นที่ประมาณ 213 ตารางกิโลเมตร และต่อมากรมป่าไม้ได้ดำเนินการผนวกพื้นที่เพิ่มเติมในท้องที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ประมาณ 106 ตารางกิโลเมตร รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 319 ตารางกิโลเมตร อุทยานฯ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าคาขนาดใหญ่ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำท่าแพ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะสัณฐานเป็นเทือกเขา ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบเขา สัตว์ป่าที่พบได้แก่ กระแต เสือไฟ อีเห็นข้างลาย เลียงผา เต่าปูลู เป็นต้น และได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3305" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-size: medium">อัตราค่าเข้าอุทยานฯ</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000">นักท่องเที่ยว ชาวไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท</span></p>
<p><span style="color: #000000"><strong><br />
<span style="font-size: medium">สถานที่พัก</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000">ทางอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 6 หลัง พักได้ 4-8 คน ราคา 300-800 บาท/คืน และทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง เสียค่าพื้นที่ 10 บาท/คืน หรือจะเช่าเต็นท์ของทางอุทยานฯ พักได้ 2-8 คน ราคา 40-120 บาท/คืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติ ศรีสัชนาลัย ตู้ ปณ. 10 ตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64130 โทร. (055) 619-214-5 หรือที่ติดต่อกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. (02) 562-0760 หรือสำรองที่พักด้วยตนเองที่ <span style="color: #000000">http://www.dnp.go.th</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3306" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/น้ำตกตาดดาว-ส-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>การเดินทาง</strong></span></p>
<p><span style="text-decoration: underline">รถยนต์</span> จากจังหวัดสุโขทัยสามารถใช้เส้นทางได้ 2 ทาง</p>
<p><strong>เส้นทางแรก</strong> จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เส้นสุโขทัย-ตาก เลี่ยงเมืองไปประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนหมายเลข 1113 มาถึงสี่แยกสารจิตรแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 1294 เข้าสู่อุทยานฯ รวมระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร</p>
<p><strong>เส้นที่สอง</strong> จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 101 เส้นสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ถึงอำเภอศรีสัชนาลัยให้เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย ทางหลวงหมายเลข 1035 ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 1249 เข้าสู่อุทยานฯ รวมระยะทางประมาณ 122 กิโลเมตร</p>
<p><span style="text-decoration: underline">รถโดยสารประจำทาง</span> มีรถออกจากอำเภอศรีสัชนาลัย เป็นรถสองแถว จอดตรงข้ามสถานีตำรวจ อำเภอศรีสัชนาลัย มีรถออกก่อนเที่ยง วันละ 1 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที อัตราค่าโดยสารคนละ 30 บาท</p>
<p>ในกรณีที่เดินทางเป็นหมู่คณะ อาจจ้างเหมาจากท่ารถดังกล่าวเข้าไปอุทยานฯ ได้ ราคาค่าจ้างเหมาต่อเที่ยวประมาณ 600-800 บาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  travel.upyim</pre>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:27:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3297</guid>
		<description><![CDATA[อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย &#160; &#160; อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า บริเวณที่เรียกว่า แก่งหลวง ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัยลงมาทางอำเภอสวรรคโลก 11 กิโลเมตร หรือห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 550 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตของตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ ตำบลท่าชัย ส่วนตัวเมืองโบราณศรีสัชนาลัยอยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 45.14 ตารางกิโลเมตร เดิมชื่อว่า เมืองเชลียง แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ศรีสัชนาลัย ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์มีโบราณสถาน และโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง สำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง &#160; &#160; &#160; อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท ในกรณีที่นำยานพาหนะเข้าภายในเขตอุทยานฯ เสียค่าธรรมเนียมอีก ราคา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3298" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/28-march-sukhothai3-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium"><strong>อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย</strong></span> ตั้ง</span>อยู่ที่ตำบลเมืองเก่า บริเวณที่เรียกว่า แก่งหลวง ห่างจากตัวอำเภอศรีสัชนาลัยลงมาทางอำเภอสวรรคโลก 11 กิโลเมตร หรือห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 550 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตของตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ ตำบลท่าชัย ส่วนตัวเมืองโบราณศรีสัชนาลัยอยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 45.14 ตารางกิโลเมตร เดิมชื่อว่า เมืองเชลียง แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น ศรีสัชนาลัย ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์มีโบราณสถาน และโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง สำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3299" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/chedijedthaew-450x300-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-size: medium">อัตราค่าเข้าชม</span></strong></span></p>
<p>ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท ในกรณีที่นำยานพาหนะเข้าภายในเขตอุทยานฯ เสียค่าธรรมเนียมอีก ราคา 10-50 บาท และทางอุทยานฯ มีบริการรถรางนำชมโบราณสถานทั่วบริเวณ ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท หากนักท่องเที่ยวที่ต้องการขอวิทยากรนำชม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 64130 โทร. (055) 679-211</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center">
<img class="aligncenter size-medium wp-image-3300" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/Travel_20110709003105-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-size: medium">การเดินทาง</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium">รถยนต์ </span>จากตัวเมืองสุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 เส้นสุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย ไปจนถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 18-19 เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแม่น้ำยม จะมีทางแยกขวาเข้าอุทยานฯ ไป ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นระยะทาง 68 กิโลเมตร</span></p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium">รถโดยสารประจำทาง</span> มีรถสายสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ออกจากท่ารถที่ตลาดเทศบาลไปอุทยานฯ ทุกวัน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางจากอำเภอสวรรคโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 1201 ไปจนถึงตำบลเมืองเก่า บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ อีก 2 กิโลเมตร รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  thaipackagetour</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดพิพัฒน์มงคล</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:25:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[พิพัฒน์มงคล]]></category>
		<category><![CDATA[วัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพิพัฒน์มงคล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3291</guid>
		<description><![CDATA[วัดพิพัฒน์มงคล &#160; &#160; &#160; วัดพิพัฒน์มงคล เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; Credit : holidaythai]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">วัดพิพัฒน์มงคล</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3292" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01071_wad-pipan-mongkol-sukhothai-300x206.jpg" alt="" width="300" height="206" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><span style="font-size: medium"><strong>วัดพิพัฒน์มงคล</strong></span> เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ หรือพระพุทธสุโขโพธิ์ทอง หล่อด้วยทองคำหนัก 9 กิโลกรัม ปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะสมัยสุโขทัยที่มีความงดงาม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3293" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/tInfo_Picture27122552132547-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3294" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/0011-300x182.jpg" alt="" width="300" height="182" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:22:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสุโขทัย]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3285</guid>
		<description><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ &#160; &#160; &#160; &#160; พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ ตั้งอยู่เลขที่ 477/2 ต.หาดเสี้ยว  จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของผ้าทอมือลายโบราณ ชาวไทพวน บ้านหาดเสี้ยวได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จก 9 ลาย ผ้าที่ใช้ในพิธีบวชนาคด้วยขบวนช้าง ผ้าที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ซึ่งล้วนเป็นเอกลักษณ์ผ้าทอมือของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยวที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยปี นอกจากนี้ยังมีผ้าซิ่นทองคำ (ซิ่นไหมคำ) ผืนเก่าที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และ มีผืนใหม่ ซึ่งจัดทอขึ้นเพื่อใช้ในพิธีแต่งงาน &#160; &#160; &#160; &#160; ผ้าซิ่นทองคำนี้เป็นผ้าที่มึความประณีตงดงาม ตามแบบฉบับของราชวงศ์ทางเหนือ และร้านยังได้มีการจัดแสดงเรือนไทยของชาวไทยพวนในสมัยโบราณ พร้อมทั้งมีการสาธิตกรรมวิธีในการทอผ้าซิ่นตีนจกของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 07.00-18.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียด โทร. (055) 671-143, (081) 042-7542 โทรสาร (055) 630-058 &#160; &#160; &#160; &#160; การเดินทาง จากกรุงเทพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3286" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01066_01-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ</strong> </span>ตั้งอยู่เลขที่ 477/2 ต.หาดเสี้ยว  จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของผ้าทอมือลายโบราณ ชาวไทพวน บ้านหาดเสี้ยวได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จก 9 ลาย ผ้าที่ใช้ในพิธีบวชนาคด้วยขบวนช้าง ผ้าที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ซึ่งล้วนเป็นเอกลักษณ์ผ้าทอมือของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยวที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยปี นอกจากนี้ยังมีผ้าซิ่นทองคำ (ซิ่นไหมคำ) ผืนเก่าที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และ มีผืนใหม่ ซึ่งจัดทอขึ้นเพื่อใช้ในพิธีแต่งงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3287" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01067_02-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผ้าซิ่นทองคำนี้เป็นผ้าที่มึความประณีตงดงาม ตามแบบฉบับของราชวงศ์ทางเหนือ และร้านยังได้มีการจัดแสดงเรือนไทยของชาวไทยพวนในสมัยโบราณ พร้อมทั้งมีการสาธิตกรรมวิธีในการทอผ้าซิ่นตีนจกของชาวไทยพวนบ้านหาดเสี้ยว</p>
<p>เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 07.00-18.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม</p>
<p>สอบถามรายละเอียด โทร. (055) 671-143, (081) 042-7542 โทรสาร (055) 630-058</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3288" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/01068_03-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: medium;color: #000000"><strong>การเดินทาง</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000">จากกรุงเทพ จะถึงอุ</span>ทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยก่อน ระยะทางประมาณ 550 กม. และจากอุทยานฯ ไปอีก 11 กม.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82-2/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82-2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 07:13:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thailandtravel</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสุโขทัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=3279</guid>
		<description><![CDATA[อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย &#160; &#160; &#160; อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นดินแดนแห่งยุคทองที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ที่ยังคงร่องรอยแห่งอารยธรรมอันรุ่งเรือง สถาปัตยกรรมอันงดงามวิจิตรบรรจง และที่สำคัญเป็นร่องรอยอดีตแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย และของคนทั้งโลกจนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลก เมื่อ พ.ศ. 2534 เมืองเก่าสุโขทัยอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ถนนจรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย &#8211; ตาก ในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส &#160; &#160; &#160; &#160; อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมอุทยานฯ ต่าง ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 align="center">อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3280" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/64000-3-1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-size: medium">อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</span></strong> เป็นดินแดนแห่งยุคทองที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ที่ยังคงร่องรอยแห่งอารยธรรมอันรุ่งเรือง สถาปัตยกรรมอันงดงามวิจิตรบรรจง และที่สำคัญเป็นร่องรอยอดีตแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย และของคนทั้งโลกจนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลก เมื่อ พ.ศ. 2534</span></p>
<p><span style="color: #000000">เมืองเก่าสุโขทั</span>ยอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร ถนนจรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย &#8211; ตาก ในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3281" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/sukothai8-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000000"><strong><span style="font-size: medium">อัตราค่าเข้าชม</span></strong> นักท่องเที่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมอุทยานฯ ต่าง ๆ ใ</span>นจังหวัดสุโขทัยได้ ภายในระยะเวลา 30 วัน เปิดให้ เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 18.00 น.) หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00- 21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน</p>
<p>ในกรณีที่นำยานพาหนะเข้าเขตโบราณสถานจะต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย และที่บริเวณลานจอดรถของอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีบริการ รถราง นำชมรอบ ๆ บริเวณอุทยานฯ อัตราค่าบริการ นักท่องเที่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 20 บาท นอกจากนั้นที่บริเวณด้านหน้าอุทยานฯ มีบริการ รถจักรยาน ให้เช่าในราคาคันละ 20 บาท</p>
<p>กรณีเข้าชมเป็นหมู่เป็นคณะ และต้องการวิทยากรนำชม หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย 64210 โทร. (055) 697-310</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3282" src="http://www.unseeninthailand.org/wp-content/uploads/2011/12/สถานที่ท่องเที่ยว-จังหวัดสุโขทัย-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;font-size: medium"><span style="color: #000000">การเดินทาง</span><br />
</span></strong>จากตัวเมืองสุโขทัย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถประจำทางสายเมืองเก่า (รถสองแถว) มีรถออกทุก 20 นาที จอดรอบบริเวณท่ารถใกล้ป้อมยามตำรวจมาลงที่หน้าอุทยานฯ มีรถออกทุก 20 นาที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<pre>
Credit :  holidaythai</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

