<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>Unseen In Thailand : ท่องเที่ยวไทย</title>
	<atom:link href="http://www.unseeninthailand.org/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.unseeninthailand.org</link>
	<description>ท่องเที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย สนับสนุนคนไทยให้เที่ยวไทย</description>
	<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 03:01:19 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ขอพรองค์พระนอน ให้สมดังปราถนา วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 07:15:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Unseen in Thailand]]></category>

		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวไทย]]></category>

		<category><![CDATA[พระนครศรีอยุธยา]]></category>

		<category><![CDATA[วัดสะตือ]]></category>

		<category><![CDATA[เที่ยวทั่วไทย]]></category>

		<category><![CDATA[เที่ยวเมืองไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=329</guid>
		<description><![CDATA[วัดสะตือ พระนครศรีอยุธยา

 เสียงครื้นเครงของแตรวง จากผู้มาบนบานศาลกล่าวขอพรจากวัดสะตือ มักดังกึกก้องอยู่สม่ำเสมอ นั่นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ ที่ชาวบ้านนิยมาขอพระเพื่อความสุขสมหวังในชีวิต
 อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันนักสำหรับวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะวัดนี้แทบไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนที่ท่องเที่ยว แต่สำหรับชาวบ้านเมืองกรุงเก่าแล้วเชื่อว่าทุกคนรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี เพราะชื่อเสียงอันโด่งดังขององค์พระนอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือ พระนอนใหญ่ ใครก็ได้มากราบนมัสการมักสมปราถนาตามสิ่งที่ฝัน

วัดสะตือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยยาสน์ (พระนอน) ซึ่งมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพระพุทธรูปนี้ สมเด็จพระพุธาจารย์โต ได้ดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2413 ความจริงแล้ววัดสะตือนี้ชื่อเดิมคือวัดท่างาม แต่มาเปลี่ยนแปลงภายหลังเป็นวัดสะตือ
 
 พระนอนใหญ่องค์นี้ สมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ทรงสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อปี พ.ศ.2413 ที่วัดสะตือ เดิมทีวัดนี้ชื่อว่า วัดท่างาม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอุยธยา ภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดสะตือ เพราะมีสะตือใหญ่ขึ้นอยู่ริมฝั่งน้ำตรงหน้าวัด สะตือจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมในอดีต ความร่มรื่นของวัด มักทำให้ผู้มาเยือนได้สงบจิตใจในคราวเดียวกัน นอกจากการเข้ามากราบนมัสการขอพรจากพระนอนใหญ่ และเมื่อใดที่มีผู้สมปราถนา คุณจะได้เห็นขบวนรำกลองยาวรอบองค์พระ อันเป็นภาพที่ชินตาในยามมาเยี่ยมเยือนวัดสะตือ แห่งนี้

วัดสะตือเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงไม่เพียงแค่ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ยังเป้นที่เลื่อมใสสักการะของชาวไทยพุธทั่วประเทศ ในแต่ละวันจะมีผู้ที่เดินทางมาสักการะพระนอนและหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันหยุด เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ จนในปัจจุบันทำให้วัดสะตือมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวัดอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อร่อยประจำถิ่น

บริเวณวัดมีขนมไทยหลากหลายจำหน่าย แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ “ร้านทองม้วนสายทอง” ซึ่งทำทองม้วนกันสดๆม้วนกันให้เห็น ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเสียเหลือเกิน


ร้านกินลูกเดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">วัดสะตือ<span> </span>พระนครศรีอยุธยา</span></strong></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"><span> </span>เสียงครื้นเครงของแตรวง จากผู้มาบนบานศาลกล่าวขอพรจากวัดสะตือ มักดังกึกก้องอยู่สม่ำเสมอ นั่นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ ที่ชาวบ้านนิยมาขอพระเพื่อความสุขสมหวังในชีวิต</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"><span> </span>อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันนักสำหรับวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะวัดนี้แทบไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในแผนที่ท่องเที่ยว แต่สำหรับชาวบ้านเมืองกรุงเก่าแล้วเชื่อว่าทุกคนรู้จักวัดนี้เป็นอย่างดี เพราะชื่อเสียงอันโด่งดังขององค์พระนอน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ หรือ พระนอนใหญ่ ใครก็ได้มากราบนมัสการมักสมปราถนาตามสิ่งที่ฝัน</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">วัดสะตือเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยยาสน์ (พระนอน) ซึ่งมีความยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพระพุทธรูปนี้ สมเด็จพระพุธาจารย์โต ได้ดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2413 ความจริงแล้ววัดสะตือนี้ชื่อเดิมคือวัดท่างาม แต่มาเปลี่ยนแปลงภายหลังเป็นวัดสะตือ</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"><span> </span>พระนอนใหญ่องค์นี้ สมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ทรงสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อปี พ.ศ.2413 ที่วัดสะตือ เดิมทีวัดนี้ชื่อว่า วัดท่างาม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอุยธยา ภายหลังเปลี่ยนเป็นวัดสะตือ เพราะมีสะตือใหญ่ขึ้นอยู่ริมฝั่งน้ำตรงหน้าวัด สะตือจึงเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมในอดีต ความร่มรื่นของวัด มักทำให้ผู้มาเยือนได้สงบจิตใจในคราวเดียวกัน นอกจากการเข้ามากราบนมัสการขอพรจากพระนอนใหญ่ และเมื่อใดที่มีผู้สมปราถนา คุณจะได้เห็นขบวนรำกลองยาวรอบองค์พระ อันเป็นภาพที่ชินตาในยามมาเยี่ยมเยือนวัดสะตือ แห่งนี้</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">วัดสะตือเป็นวัดเก่าแก่และมีชื่อเสียงไม่เพียงแค่ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ยังเป้นที่เลื่อมใสสักการะของชาวไทยพุธทั่วประเทศ ในแต่ละวันจะมีผู้ที่เดินทางมาสักการะพระนอนและหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันหยุด เสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ</span><span lang="TH"> </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">จนในปัจจุบันทำให้วัดสะตือมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวัดอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">บริเวณวัดมีขนมไทยหลากหลายจำหน่าย แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ </span>“<span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ร้านทองม้วนสายทอง</span>”<span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> ซึ่งทำทองม้วนกันสดๆม้วนกันให้เห็น ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเสียเหลือเกิน</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ร้านกินลูกเดียว ร้านแบบชาวบ้านธรรมดา แต่อาหารอร่อย อาหารขึ้นชื่อ กุ้งเผาตัวโตๆ น้ำจิ้มรสเด็ด ส้มตำกุ้งสด เสิร์ฟพร้อมกับขนมจีนไข่ต้ม ปลาช่อนทอดราดสมุนไพร ผัดไทยไร้เส้น ไปทางท่าเรือ พอถึงทางแยกไปนครหลวงก็เลี้ยวขวาเข้าไปเรื่อยๆประมาณ 3 กิโลเมตร ร้านจะอยู่หัวมุมโค้งถนนทางขวามือ</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ร้านลุงม้วน ถนนนครหลวง </span>–<span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> ท่าเรือ ตลาดใหม่เหนือวัดโตนด แนะนำปลาริมแม่น้ำ อร่อยทุกจาน</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ว่ากันว่าหากไปบนบานศาลกล่าวด้วยขนมจีนและไข่ต้มจะสมหวังดังใจนึก</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>งามล้ำปราสาทนครวัด ในเมืองกรุงเก่า วัดไชยวัฒนาราม พระนครศรีอยุธยา</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 06:57:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Unseen in Thailand]]></category>

		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<category><![CDATA[พระนครศรีอยุธยา]]></category>

		<category><![CDATA[วัดไชยวัฒนาราม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=325</guid>
		<description><![CDATA[วัดไชยวัฒนาราม พระนครศรีอยุธยา

หากพูดถึงจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทยทุกคนคงจะนึกถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอันดับ
แรกเพราะ ไม่เพียงแต่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่ในแต่ะวัดในจังหวัดพรุนครศรีอยุธยา ล้วนแต่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น วัดไชยวัฒนารามนับได้ว่าเป็นหนึ่งในวัด ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดถึงแม้ว่าที่ตั้งของวัดนั้นจะอยู่นอกบริเวณเกาะพระนครศรีอยุทธยา เนื่องมากจากมีลักษณะทางสถาปัตกรรมที่คล้ายคลึงกับปราสามนครวัดของกัมพูชา จึงสันนิษฐานว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น โดยจำลองแบบมาจากปราสามนครวัด เพื่อเป็น เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา และนอกจากนี้ยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกอีกด้วย ในปัจจุบันวัดชัยวัฒนารามอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมศิลปากรและได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 2535

ไชยวัฒนาราม คือความอัศจรรย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่จำลองปราสาทนครวัดของเขมรมาไว้ใจกลางอู้ข้าวอู้น้ำของเมืองไทย

วัดไชยวัฒนาราม ยังคงมนต์เสน่ห์มานานนับร้อยปี วัดแห่งนี้นอกจากจะมีความงดงามที่เป็นภาพสะท้อนในแม่น้ำเจ้าพระยาอันอลังการแล้ว ยังมีความงดงามที่เหนือกาลเวลา ซึ่งได้แก่ สถาปัตยกรรมที่จำลองแบบมาจากนครวัด นับเป็นความอัศจรรย์ที่หาชมได้ยากในสมัยนั้น สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้งสี่มุม ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ที่นิยมสร้างปรางค์เป็นประธานของวัด เช่น การสร้างปรางค์ที่วัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ โดยบนยอดปรางค์สันนิษฐานว่าเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดในปีจอมักจะแวะมาสักการะบูชาเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต

นอกจากพระปรางค์ที่ตั้งตระหง่านอย่างงามสง่า ท่ามกลางวันเวลาที่เคลื่อนคล้อย พระระเบียงรอบพระประธานก็มีความงามไม่แพ้กัน พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทอง จำนวน 120 องค์ เสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องพุทธสถานแห่งนี้มายาวนาน

อร่อยประจำถิ่น

โรตีสายไหมเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมานานของชาวจังหวัดอยุธยา นักท่องเที่ยวจะสามารถหาซื้อมาชิมได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแป้งสีเขียวใบเตยผสมงา หรือสีขาวผสมถั่วเหลืองซีก ส่วนเส้นไหมก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน

รู้ก่อนเดินทาง

เพิ่มมนต์เสน่ห์เมืองเก่าด้วยการเช่าเหมาเรือหางยาวจากพระราชวังจันทรเกษมเพื่อล่องไปตาม
ลำน้ำป่าสัก ผ่านวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธศวรรย์ โบสถ์โปรตุเกส วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เจดีย์พระศรีสุริโยทัย และวัดไชยวัฒนาราม ช่วงตั้งแต่ประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">วัดไชยวัฒนาราม<span> </span>พระนครศรีอยุธยา</span></strong></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">หากพูดถึงจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทยทุกคนคงจะนึกถึง<strong>จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>เป็นอันดับ<br />
แรกเพราะ ไม่เพียงแต่มีจำนวนมากเท่านั้น แต่ในแต่ะวัดในจังหวัดพรุนครศรีอยุธยา ล้วนแต่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น <strong>วัดไชยวัฒนาราม</strong>นับได้ว่าเป็นหนึ่งในวัด ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดถึงแม้ว่าที่ตั้งของวัดนั้นจะอยู่นอกบริเวณเกาะพระนครศรีอยุทธยา เนื่องมากจากมีลักษณะทางสถาปัตกรรมที่คล้ายคลึงกับปราสามนครวัดของกัมพูชา จึงสันนิษฐานว่า <strong>สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง</strong>ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น โดยจำลองแบบมาจากปราสามนครวัด เพื่อเป็น เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา และนอกจากนี้ยังเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวกอีกด้วย ในปัจจุบันวัดชัยวัฒนารามอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมศิลปากรและได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปี 2535</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"><strong>ไชยวัฒนาราม</strong> คือความอัศจรรย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ที่จำลองปราสาทนครวัดของเขมรมาไว้ใจกลางอู้ข้าวอู้น้ำของเมืองไทย</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"><strong>วัดไชยวัฒนาราม</strong> ยังคงมนต์เสน่ห์มานานนับร้อยปี วัดแห่งนี้นอกจากจะมีความงดงามที่เป็นภาพสะท้อนในแม่น้ำเจ้าพระยาอันอลังการแล้ว ยังมีความงดงามที่เหนือกาลเวลา ซึ่งได้แก่ สถาปัตยกรรมที่จำลองแบบมาจากนครวัด นับเป็นความอัศจรรย์ที่หาชมได้ยากในสมัยนั้น สิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ที่มุมฐานมีปรางค์ทิศประจำอยู่ทั้งสี่มุม ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ที่นิยมสร้างปรางค์เป็นประธานของวัด เช่น การสร้างปรางค์ที่วัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะ โดยบนยอดปรางค์สันนิษฐานว่าเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดในปีจอมักจะแวะมาสักการะบูชาเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">นอกจากพระปรางค์ที่ตั้งตระหง่านอย่างงามสง่า ท่ามกลางวันเวลาที่เคลื่อนคล้อย พระระเบียงรอบพระประธานก็มีความงามไม่แพ้กัน พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทอง จำนวน 120 องค์ เสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องพุทธสถานแห่งนี้มายาวนาน</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">โรตีสายไหมเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมานานของชาวจังหวัดอยุธยา นักท่องเที่ยวจะสามารถหาซื้อมาชิมได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นแป้งสีเขียวใบเตยผสมงา หรือสีขาวผสมถั่วเหลืองซีก ส่วนเส้นไหมก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">เพิ่มมนต์เสน่ห์เมืองเก่าด้วยการเช่าเหมาเรือหางยาวจากพระราชวังจันทรเกษมเพื่อล่องไปตาม<br />
ลำน้ำป่าสัก ผ่านวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพุทไธศวรรย์ โบสถ์โปรตุเกส วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เจดีย์พระศรีสุริโยทัย และวัดไชยวัฒนาราม ช่วงตั้งแต่ประมาณ 19.30 </span><span style="font-size: 12pt; font-family: &quot;Times New Roman&quot;;">–</span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> 21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถานอีกด้วย</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอพรทวยเทพองค์งาม ดื่มด่ำพุทธศิลป์แบบจีน วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) นนทบุรี</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 21 Dec 2009 06:50:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Unseen in Thailand]]></category>

		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<category><![CDATA[วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์]]></category>

		<category><![CDATA[วัดเล่งเน่ยยี่ 2]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=318</guid>
		<description><![CDATA[วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) นนทบุรี
ความใหญ่โตโอฬารดุจพระราชวังปักกิ่ง สะดุดทุกสายตาให้ไม่อาจมองผ่านวัดแห่งนี้ ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนศิลป์งดงามตามแบบจีนแท้ ทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพสำคัญของมหายานไว้มากมาย

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ วัดสาขาของวัดเล่งเน่ยยี่ ที่ใครๆ พากันเรียกว่า วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นั้น ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 12 ปี เพื่อให้พุทธศิลป์แบบจีนอันตระการตานั้นอลังการในทุกมุมมอง จุดเด่นที่คุณควรเยี่ยมชม ก็คือ สถาปัตยกรรมที่ละม้ายคล้ายพระราชวังปักกิ่ง เพราะที่นี่สร้างขึ้นตามแบบพุทธศิลป์ในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง เช่นเดียวกับพระราชวังปักกิ่งอันเลื่องชื่อ วิหารจัดวางแบบวัดหลวง มีวิหารจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก น่าตื่นตากับภายในเป็นที่ตั้งของพระศรีอริยเมตไตรย์ซึ่งอยู่ตรงกลาง บริเวณสี่มุมของวิหารเป็นที่ตั้งของท้าวจตุโลกบาล

ถัดมาคือพระอุโบสถที่ตั้งของพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระอมิตาพุทธเจ้า และพระไภษ์ชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าในอดีต

มีภาพพระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าแกะสลักอยู่รอบพระอุโบสถ หลังพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ หรือ บ่วงฮุกโต่ย ภายในวิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และ พระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ สำหรับผู้เลื่อมใสในพุทธมหายานแล้ว วิหารหลังนี้ก็เหมาะจะมาสงบจิตสงบใจยิ่งนัก

วัดเล่งเน่ยยี่นับว่าเป็นพุทธสถานในรูปแบบจีที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย ไม่เพียงแต่เฉพาะชาวพุทธไทยจีนที่จะเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์เท่านั้น
หากแต่ยังมีค่าในเชิงสถาปัตยกรรมเป็นอย่ามากเพราะการก่อสร้างในแต่ละจุดนั้นจะเน้นความอลังการ
และวิจตรงดงามในทุกจุดของสิ่งก่อสร้าง เช่นการใช้เครื่องประดับตกแต่งอาคาร และการใช้สีต่างๆ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นี้แต่เดิมเป็นเพียงโรงเจที่ตั้งอยู่ในเขต
ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง และเมื่อทางท่านเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่แห่งแรกมาพบจึงมีดำริให้สร้างขึ้นเป็นวัดเล่งเน่ยยี่ 2 อย่างสมบูรณ์บนเนื้อที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal"><strong>วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่งเน่ยยี่ 2) นนทบุรี</strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ความใหญ่โตโอฬารดุจพระราชวังปักกิ่ง สะดุดทุกสายตาให้ไม่อาจมองผ่านวัดแห่งนี้ ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนศิลป์งดงามตามแบบจีนแท้ ทั้งยังเป็นที่ประดิษฐานองค์เทพสำคัญของมหายานไว้มากมาย</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ วัดสาขาของวัดเล่งเน่ยยี่ ที่ใครๆ พากันเรียกว่า วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นั้น ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 12 ปี เพื่อให้พุทธศิลป์แบบจีนอันตระการตานั้นอลังการในทุกมุมมอง จุดเด่นที่คุณควรเยี่ยมชม ก็คือ สถาปัตยกรรมที่ละม้ายคล้ายพระราชวังปักกิ่ง เพราะที่นี่สร้างขึ้นตามแบบพุทธศิลป์ในราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง เช่นเดียวกับพระราชวังปักกิ่งอันเลื่องชื่อ วิหารจัดวางแบบวัดหลวง มีวิหารจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก น่าตื่นตากับภายในเป็นที่ตั้งของพระศรีอริยเมตไตรย์ซึ่งอยู่ตรงกลาง บริเวณสี่มุมของวิหารเป็นที่ตั้งของท้าวจตุโลกบาล</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ถัดมาคือพระอุโบสถที่ตั้งของพระประธาน 3 องค์ ได้แก่ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน พระอมิตาพุทธเจ้า และพระไภษ์ชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าในอดีต</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">มีภาพพระโพธิสัตว์ และเทพเจ้าแกะสลักอยู่รอบพระอุโบสถ หลังพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหารสุขาวดีหมื่นพุทธ หรือ บ่วงฮุกโต่ย ภายในวิหารแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์พระอมิตาภพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร และ พระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ สำหรับผู้เลื่อมใสในพุทธมหายานแล้ว วิหารหลังนี้ก็เหมาะจะมาสงบจิตสงบใจยิ่งนัก</span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">วัดเล่งเน่ยยี่นับว่าเป็นพุทธสถานในรูปแบบจีที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย</span><span lang="TH"> </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ไม่เพียงแต่เฉพาะชาวพุทธไทยจีนที่จะเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์เท่านั้น<br />
หากแต่ยังมีค่าในเชิงสถาปัตยกรรมเป็นอย่ามากเพราะการก่อสร้างในแต่ละจุดนั้นจะเน้นความอลังการ<br />
และวิจตรงดงามในทุกจุดของสิ่งก่อสร้าง เช่นการใช้เครื่องประดับตกแต่งอาคาร และการใช้สีต่างๆ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 นี้แต่เดิมเป็นเพียงโรงเจที่ตั้งอยู่ในเขต<br />
ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง และเมื่อทางท่านเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่แห่งแรกมาพบจึงมีดำริให้สร้างขึ้นเป็นวัดเล่งเน่ยยี่ 2 อย่างสมบูรณ์บนเนื้อที่ 12 ไร่ และใช้เวลาสร้างรวมทั้งหมด 12 ปี</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal">
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">เนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ย่านชุมชนตลอดบางบัวทอง จึงมีของกินอร่อยๆมากมาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านโสโอชารสเด็ด ขนมจีนบ้านคุณย่าเสริ์ฟขนมจีนเส้นสด และตกเย็นยังมีตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยอาหารนานชนิดมาให้เลือกสรร</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์- ศุกร์ 08.00 </span>–<span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> 17.00 น. ส่วนเสาร์ </span>–<span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> อาทิตย์ เปิดถึง 18.00 น.</span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH">ขับรถไปใช้เส้นทางบางบัวทอง ขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าฯ เข้าถนนรัตนาธิเบศร์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกาญนาภิเษก แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนบางกรวย </span>–<span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;;" lang="TH"> ไทรน้อย ประมาณ 4 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด โทร. 02 571 1155</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอบารมีหลวงพ่อ ส่งผลให้ค้าขายร่ำรวย วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 03:59:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออก]]></category>

		<category><![CDATA[จังหวัดชลบุรี]]></category>

		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวไทย]]></category>

		<category><![CDATA[วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรี]]></category>

		<category><![CDATA[วัดหลวงพ่ออี๋]]></category>

		<category><![CDATA[อำเภอสัตหีบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=312</guid>
		<description><![CDATA[วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋) ชลบุรีี
 ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของหลวงพ่ออี๋ เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย
 ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเลอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือพระครูวรเวทมุนี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของหลวงพ่ออี๋ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง
 เหตุนี้เองวัดสัตหีบหรือวัดหลวงพ่ออี๋ จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะหลวงพ่ออี๋ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย
 
วัดสัตหีบ นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึงวัดหลวงพ่ออี๋ แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน
อร่อยประจำถิ่น

สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย “จันลอน” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><strong>วัดสัตหีบ (วัดหลวงพ่ออี๋)<span> </span>ชลบุรี</strong>ี</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>ความแก่กล้าในวิชาบริกรรมคาถา ของ<strong>หลวงพ่ออี๋</strong> เป็นที่กล่าวขาน จึงมีการจัดทำวัตถุมงคลต่างๆ แจกจ่ายเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้คนจำนวนมาก แพร่หลายมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่เชื่อกันว่าพกติดตัวไว้ค้าขายจะร่ำรวย</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>ในบรรยากาศสบายๆ ของชายทะเล<strong>อำเภอสัตหีบ</strong> <strong>จังหวัดชลบุรี</strong> มุมหนึ่งกลับมีผู้คนหลั่งไหลมาพร้อมกับหอบศรัทธาอันแรงกล้าเพื่อมากราบนมัสการหลวงพ่ออี๋ หรือ<strong>พระครูวรเวทมุน</strong>ี แม้วันนี้ท่านล่วงลับไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงศรัทธาในความเก่งกาจของพระเกจิอาจารย์รูปนี้กันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะวัตถุมงคลอย่างปลัดขิกนั้น เชื่อกันว่าหากใครพกปลัดขิกของ<strong>หลวงพ่ออี๋</strong>ติดตัวไว้ จะส่งผลให้ผู้นั้นทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>เหตุนี้เอง<strong>วัดสัตหีบ</strong>หรือ<strong>วัดหลวงพ่ออี๋</strong> จึงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของ<strong>จังหวัดชลบุรี</strong> เมื่อสมัยท่านมีชีวิตอยู่ หลวงพ่ออี๋ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในปี พ.ศ.2442 สมัยรัชกาลที่ 5 เล่ากันว่า หลวงพ่ออี๋เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและบริกรรมคาถา ท่านจึงได้ทำวัตถุมงคลแจกจ่ายประชาชนจำนวนมาก เช่น ผ้ายันต์ ผ้าพันหมวก ให้ทหารเรือติดตัวไว้ นิยมมากที่สุดก็คือ ปลัดขิก ที่บรรดาพ่อค้าแม่ขายพากันพกติดตัวไว้เพราะเชื่อว่าอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ทำมาค้า<br />
ขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ทุกวันนี้ผู้คนจากทุกสารทิศยังคงพากันมาปิดทอง สักการะ<strong>หลวงพ่ออี๋</strong>ที่วัดนี้กันไม่ขาดสาย</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: black;" lang="TH"><strong>วัดสัตหีบ</strong> นั้นมักจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยมีใครทราบว่าหมายถึง<strong>วัดหลวงพ่ออี๋</strong> แต่ถ้าหากพูดว่าวัดหลวงพ่ออี๋ทุกคนในจังหวัดจะทราบทันทีว่าหมายถึงวัดใดทั้งนี้ก็เพราะวัดนี้ถูก<br />
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยดำริของหลวงพ่ออี๋หรือพระครูวรเวทมุนี ซึ่งมีความรู้ทางด้าน วิปัสสนา และยังเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความเมตตาต่อชาวบ้านและชอบช่วยเหลือชาวบ้าน<br />
อยู่เสมอ ชาวบ้านจึงรักและเคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออี๋เป็นอันมาก ครั้นพอหลวงพ่ออี๋มรณภาพ ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันสร้างรูปปั้นหลวงพ่ออี๋ขนาดเท่าตัวจริง และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถจนถึงปัจจุบัน</span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สัตหีบเป็นอำเภอที่มีของทะเลขึ้นชื่อมากมายทั้งสดและแห้ง ในตรอกเล็กๆใกล้วัดหลวงพ่ออี๋มีร้านขาย </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">จันลอน</span>”<span lang="TH"> ทอดมันย่างเจ้าเดิม หรือแวะชิมก๋วยเตี๋ยวปลาเจ้าเก่าของสัตหีบ และอย่าลืมซื้อของทะเลแห้งกลับบ้านที่ร้านเจ๊ติ๊ดซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน</span></span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">วัดสัตหีบเปิดให้สักการะหลวงพ่ออี๋ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> 16.00 น.</span></span></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">จะมีการจัดงานประจำปีที่วัด 3 ครั้ง คือ ช่วงก่อนวันตรุษจีน ช่วง 1 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> 9 พฤษภาคม และวันมรณภาพของหลวงพ่ออี๋ ตรงกับแรม 1 ค่ำเดือน 10</span></span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>หากมีรักที่มั่นคง เจ้าแม่จะอวยพรให้รักแท้นั้นสมหวัง เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 03:49:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออก]]></category>

		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>

		<category><![CDATA[ตำบลอ่างศิลา]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวไทย]]></category>

		<category><![CDATA[บางแสน]]></category>

		<category><![CDATA[เจ้าแม่เขาสามมุข]]></category>

		<category><![CDATA[เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[เจ้าแม่เขาสามมุข ชลบุรี
 หากเดินทางมาพักผ่อนในย่านบางแสน หลายคนมักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแม่สามมุข ที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี
 เพื่อยืนยันในคำมั่นสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุข สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า บางแสน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสองคน และได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา
 
เจ้าแม่สามมุข นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะจึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวายเจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด
 ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆหลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก
 
ในปัจจุบันศาลเจ้าแม่เขาสามมุขเป็นที่รู้จักและเคารพสักการะทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวจีน
เพราะเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิม โดยยังเป็นสาถนที่ที่นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคน ที่เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีจะต้องแวะนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเดินทาง นอกจากนี้หากท่านใดศึกษาตำนานความเป็นมาของเจ้าแม่เขาสามมุขซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ
ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาที่บริเวณละแวกอ่างหิน หรือตำบลอ่างศิลาในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานรักระหว่างชายหนุ่มชื่อแสน และหญิงสาวชื่อสามมุขที่ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งชื่อของบางแสน ก็เชื่อกันว่ามาจากชื่อของนายแสนนี้เอง และนี่ก็คือสิ่งที่เป็นตำนาน เกี่ยวกับความรักและความผูกพันซึ่งก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เดินทางที่มากราบไว้
ขอพรเพื่อให้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต 
อร่อยประจำถิ่น

ร้านอาหารทะเลที่ถนนรอบเขาสามมุข มีหลายร้าน ที่รู้จักกันดีคือ วังมุข อาหารทะเลทุกชนิด โทร. 038 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">เจ้าแม่เขาสามมุข<span> </span>ชลบุรี</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>หากเดินทางมาพักผ่อนในย่าน<strong>บางแสน</strong> หลายคนมักเดินทางมาสักการะ<strong>ศาลเจ้าแม่สามมุข</strong> ที่สถิตย์อยู่ริมเชิงผา ของตำบลอ่างศิลาอันเป็นที่นับถือของชาวบ้านในจังหวัดชลบุรี</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>เพื่อยืนยันในคำมั่นสัญญาว่าจะอุทิศชีวิตให้ หากรักนั้นไม่สมหวัง และเมื่อความรักของคนทั้งสองถูกกีดกัน สาวมุข สาวผู้ยากจนหลานสาวยายเฒ่า กับหนุ่มแสน ลูกชายกำนันผู้ร่ำรวย ทั้งสองจึงพลีชีพด้วยการกระโดดหน้าผาและตายตกไปตามกัน ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหน้าผาว่า สามมุข และตั้งชื่อชายหาดริมทะเลที่อยู่เบื้องล่างว่า <strong>บางแสน</strong> เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งรักแท้ของคนทั้งสองคน และได้มีการสร้างศาลเจ้าแม่สามมุข ขึ้นที่บริเวณเชิงผา</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><strong>เจ้าแม่สามมุข</strong> นอกจากจะเป็นที่เคารพนับถือของชาวประมง ที่จะมาจุดประทัดถวายทุกครั้งก่อนออกเรือ เพื่อขอให้เดินทางปลอดภัย และจับปลาได้เป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยตำนานรักที่เป็นอมตะจึงเกิดเป็นความเชื่อของหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันที่ว่า หากใครนำว่าวที่เขียนชื่อตนเองกับคนรักมาถวายเจ้าแม่จะอวยพรให้รักนั้นสมหวัง สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านไปได้ในที่สุด</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>ต่อมาได้มีการถวายศาลหลังใหม่ทรงจีนไม่ไกลจากที่เดิม ภายในศาลเจ้าแม่มีหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางต่างๆหลายองค์ ทั้งพระโพธิสัตว์ องค์อรหันต์จี้กง และพระสังกัจจายน์ ชั้นบนสุดมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ สวยงามมาก</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">ในปัจจุบัน<strong>ศาลเจ้าแม่เขาสามมุข</strong>เป็นที่รู้จักและเคารพสักการะทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวจีน<br />
เพราะเป็นที่ประดิษฐานของรูปเจ้าแม่กวนอิม โดยยังเป็นสาถนที่ที่นักท่องเที่ยวแทบจะทุกคน ที่เดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีจะต้องแวะนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการเดินทาง นอกจากนี้หากท่านใดศึกษาตำนานความเป็นมาของ<strong>เจ้าแม่เขาสามมุข</strong>ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ<br />
ครั้ง<strong>สมัยกรุงศรีอยุธยา</strong>ที่บริเวณละแวกอ่างหิน หรือ<strong>ตำบลอ่างศิลา</strong>ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตำนานรักระหว่างชายหนุ่มชื่อแสน และหญิงสาวชื่อสามมุขที่ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งชื่อของบางแสน ก็เชื่อกันว่ามาจากชื่อของนายแสนนี้เอง และนี่ก็คือสิ่งที่เป็นตำนาน เกี่ยวกับความรักและความผูกพันซึ่งก็เป็นอีกวัตถุประสงค์หนึ่งของผู้เดินทางที่มากราบไว้<br />
ขอพรเพื่อให้พบแต่สิ่งดีดีในชีวิต </span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ร้านอาหารทะเลที่ถนนรอบเขาสามมุข มีหลายร้าน ที่รู้จักกันดีคือ วังมุข อาหารทะเลทุกชนิด โทร. 038 748 217 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> 8, 038 191 818 </span>–<span lang="TH"> 20 หรือ ทิพย์ประมง โทร. 038 </span>–<span lang="TH"> 383 358 แต่ถ้าชอบอาหารไทย ต้องร้านดีพร้อม ร้านเก่าแก่ที่ถนนเลียบชายหาด โทร. 038 381 622</span></span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li> <span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ผู้ที่มาไหว้เจ้าแม่กวนอิม จะซื้อสร้อยมุขเส้นละ 30 บาท ที่วางไว้ให้บริจาค เพื่อถวายเจ้าแม่</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บูชาหลวงพ่อโสธร ขอพรให้ได้ลูกชาย วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 03:41:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<category><![CDATA[จังหวัดฉะเชิงเทรา]]></category>

		<category><![CDATA[ฉะเชิงเทรา]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวไทย]]></category>

		<category><![CDATA[พระพุทธโสธร]]></category>

		<category><![CDATA[วัดโสธรวรารามวรวิหาร]]></category>

		<category><![CDATA[วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา]]></category>

		<category><![CDATA[หลวงพ่อโสธร]]></category>

		<category><![CDATA[เมืองแปดริ้ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=299</guid>
		<description><![CDATA[วัดโสธรวรารามวรวิหาร ฉะเชิงเทรา
 วัดโสธรวรารามวรวิหาร เมืองแปดริ้ว คลาคล่ำไปด้วยสาธุชน ที่มาขอบารมีหลวงพ่อโสธรให้ชีวิตมีความสุขสมหวัง แต่หลายคนมาด้วยความหวัง&#8230; ว่าจะขอพรให้ได้ลูกชายไว้สืบสกุล
 แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ตำนานที่เล่าขานถึงเรื่องความอัศจรรย์ของพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมา ยังเป็นที่โจษขานกัน จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธโสธรอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญองค์หนึ่งของเมือง
ไทยนั้น ยังเป็นที่เลื่อมใสในหมู่ชาวพุทธ จึงทำให้วัดโสธรวรารามวรวิหารแน่นขนัดไปด้วย ผู้คนที่เดินทางมานมัสการขอพรจากทุกสารทิศ ที่เชื่อกันว่าถ้าได้สักการะองค์หลวงพ่อ แล้วจะมีแต่ความสุข ความเจริญ นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันในหมู่ผู้ที่มีบุตรยากทั้งหลายว่า หากได้มากราบขอบุตรชายจากองค์หลวงพ่อโสธรแล้วมักจะสมหวังกันทุกรายไป
 
ปัจจุบันหากกล่าวถึงวันเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็คงจะหนีไม่พ้นวัดโสธรวรารามวรวิหารซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อพุทธโสธร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีความโดดเด่นไม่เพียงเฉพาะเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น หากยังมีความวิจิตรอลังการในเชิงสถาปัตยกรรมซึ่งมีความสวยงามมากที่สุดใน
 จังหวัดฉะเชิงเทราวัดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนารายณ์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในปัจจุบันได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เป็น เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และมีผู้คนเดินทางไปเยี่ยมชมและ สักการะหลวงพ่อโสธร กันอย่างล้นหลาม เป็นประจำแต่ละปี
 
 
ปัจจุบันการเดินทางมาที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร นั้นทำได้สะดวก และนอกจากจะได้มากราบหลวงพ่อโสธรเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังมีโอกาสได้ชมพระอุโบสถหลังใหม่ที่ยิ่งใหญ่ งดงาม ริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตร ด้วยรูปแบบศิลปะในรัชกาลที่ 9 โดยผนังบุหินอ่อนจากอิตาลี ส่วนบนเพดานนั้นประดับตกแต่งเป็นเรื่องราวของจักรวาล ประกอบกับงานจิตรกรรมที่สวยงาม นอกจากนี้ยอดพระอุโบสถหลังนี้ยังประดับด้วยฉัตรทองคำงามสง่า ให้เป็นพุทธสถานเพื่อให้ประชาชนได้มาเคารพสักการะองค์หลวงพ่อโสธรสืบไป 
อร่อยประจำถิ่น

ว่ากันว่าขนมเปี๊ยะที่ฉะเชิงเทรานั้นแสนอร่อย ใครที่ชื่นชอบขนมเปี๊ยะต้องไม่พลาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">วัดโสธรวรารามวรวิหาร<span> </span>ฉะเชิงเทรา</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span><strong>วัดโสธรวรารามวรวิหาร</strong> <strong>เมืองแปดริ้ว</strong> คลาคล่ำไปด้วยสาธุชน ที่มาขอบารมี<strong>หลวงพ่อโสธร</strong>ให้ชีวิตมีความสุขสมหวัง แต่หลายคนมาด้วยความหวัง&#8230; ว่าจะขอพรให้ได้ลูกชายไว้สืบสกุล</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ตำนานที่เล่าขานถึงเรื่องความอัศจรรย์ของพระพุทธรูปที่ลอยน้ำมา ยังเป็นที่โจษขานกัน จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของ<strong>พระพุทธโสธร</strong>อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญองค์หนึ่งของเมือง<br />
ไทยนั้น ยังเป็นที่เลื่อมใสในหมู่ชาวพุทธ จึงทำให<strong>้วัดโสธรวรารามวรวิหาร</strong>แน่นขนัดไปด้วย ผู้คนที่เดินทางมานมัสการขอพรจากทุกสารทิศ ที่เชื่อกันว่าถ้าได้สักการะองค์หลวงพ่อ แล้วจะมีแต่ความสุข ความเจริญ นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันในหมู่ผู้ที่มีบุตรยากทั้งหลายว่า หากได้มากราบขอบุตรชายจากองค์หลวงพ่อโสธรแล้วมักจะสมหวังกันทุกรายไป</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: black;" lang="TH">ปัจจุบันหากกล่าวถึงวันเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของ<strong>จังหวัดฉะเชิงเทรา</strong> ก็คงจะหนีไม่พ้นวัดโสธรวรารามวรวิหารซึ่งเป็นวัดที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อพุทธโสธร ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีความโดดเด่นไม่เพียงเฉพาะเป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น หากยังมีความวิจิตรอลังการในเชิงสถาปัตยกรรมซึ่งมีความสวยงามมากที่สุดใน<br />
<strong> จังหวัดฉะเชิงเทรา</strong>วัดนี้ถูกสร้างขึ้นโดย<strong>สมเด็จพระนารายณ</strong>์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้น<br />
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และในปัจจุบันได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้เป็น เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และมีผู้คนเดินทางไปเยี่ยมชมและ สักการะหลวงพ่อโสธร กันอย่างล้นหลาม เป็นประจำแต่ละปี</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ปัจจุบันการเดินทางมาที่ <strong>วัดโสธรวรารามวรวิหาร</strong> นั้นทำได้สะดวก และนอกจากจะได้มากราบ<strong>หลวงพ่อโสธร</strong>เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังมีโอกาสได้ชมพระอุโบสถหลังใหม่ที่ยิ่งใหญ่ งดงาม ริมแม่น้ำบางปะกง ซึ่งได้รับการออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตร ด้วยรูปแบบศิลปะในรัชกาลที่ 9 โดยผนังบุหินอ่อนจากอิตาลี ส่วนบนเพดานนั้นประดับตกแต่งเป็นเรื่องราวของจักรวาล ประกอบกับงานจิตรกรรมที่สวยงาม นอกจากนี้ยอดพระอุโบสถหลังนี้ยังประดับด้วยฉัตรทองคำงามสง่า ให้เป็นพุทธสถานเพื่อให้ประชาชนได้มาเคารพสักการะองค<strong>์หลวงพ่อโสธร</strong>สืบไป</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ว่ากันว่าขนมเปี๊ยะที่ฉะเชิงเทรานั้นแสนอร่อย ใครที่ชื่นชอบขนมเปี๊ยะต้องไม่พลาด โดยเฉพาะขนมเปี๊ยะสูตรโบราณไส้ต่างๆ จากร้าน </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">อึ๋งมุ่ยเส็ง</span>”<span lang="TH"> ที่เปิดมานานกว่า80ปี โทร. 038 541 165</span></span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ผู้ที่ได้ลูกชายสมหวังดังใจอธิษฐาน มักจะถวายละครชาตรี หรือบูชาองค์หลวงพ่อด้วยไข่ต้ม ผลไม้ และ พวงมาลัย</span></li>
</ul>
<ul>
<li> <span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ในส่วนพระอุโบสถหลังใหม่ เปิดให้เข้าสักการะได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00 </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">–<span lang="TH"> 16.00 น. และควรแต่งกายสุภาพ</span></span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%9a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%aa%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไหว้หลักเมือง ขอพรชัยให้ชีวิต มีหลักมั่นคง ศาลหลักเมือง	กรุงเทพมหานคร</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 03:25:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคกลาง]]></category>

		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>

		<category><![CDATA[Buddha Yodfa Chulaloke]]></category>

		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวไทย]]></category>

		<category><![CDATA[พระหลักเมือง]]></category>

		<category><![CDATA[ศาลหลักเมือง]]></category>

		<category><![CDATA[ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=290</guid>
		<description><![CDATA[ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
 เดินทางย้อนรอยมาถึงใจกลางแห่งกรุงเทพมหานคร แวะกราบพระหลักเมืองอันเป็นหลักชัยให้พระนคร ขอพรให้ชีวิตนั้นมีแต่ความมั่นคง เสริมดวงชะตา ตัดเคราะห์ ต่อบารมี
 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้มีพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองขึ้น ภายหลังจากที่ได้สถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นราชธานี ตามโบราณราชประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดิน นับจากนั้นมา ศาลหลักเมืองก็เป็นที่เคารพสักการะอย่างไม่เสื่อมคลาย ในฐานะที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหลักความมั่นคงของพระนคร และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวไทยทุกคน
 นอกจากประชาชนทั่วไปที่มาสักการะศาลหลักเมือง เพื่อขอพรให้บ้านเมืองมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ยังมีความเชื่อที่เล่าสืบกันมาว่า หากผู้ใดมาไหว้พระหลักเมืองนั้น จะช่วยเสริมหลักฐานความมั่นคงให้กับชีวิต ฃ่วยตัดเคราะห์ ต่อดวงชะตา เสริมอำนาจบารมีให้มีแต่ความเจิรญรุ่งเรืองอีกด้วย
 หากมีโอกาสมาไหว้พระหลักเมืองแล้ว ควรจะเข้าไปสักการะเทวดาสำคัญ ผู้รักษาพระนครทั้งห้าที่ประดิษฐานอยู่ในหอเทพารักษืด้วย คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และเจ้าพ่อหอกลอง เพื่อขอบารมีให้ท่านช่วยปกปักรักษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต
 
ถึงแม้ว่าในแต่ละจังหวัดจะมีศาสหลักเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคงแก่ผู้คน
ในจังหวัดแต่สำหรับศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครไม่ใช้เป็นเพียงแค่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ
 จังหวัดกรุงเทพมหานครเท่านั้นแต่หากยังถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณบ้านคู่เมืองของประเทศไทยอีกแห่ง
หนึ่งเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครโดย พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศุนย์รวมจิตใจ
ของประชาชนเพื่อครั้งทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และนอกจากนี้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าในการดุแลบำรุงรักษาจากอีกหลาย
รัชกาลในเวลาต่อมา ซึ่งล่าสุดเมื่อ พศ 2525 เมื่อครั้งฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งได้มีการบูรณปฎิสังขรณ์ศาลหลักเมืองครั้งใหญ่จนสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นศุนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งขาติอย่างแท้จริง
อร่อยประจำถิ่น

บริเวณท่าช้าง และท่าพระจันทร์ มีร้านอาหาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ศาลหลักเมือง<span> </span>กรุงเทพมหานคร</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>เดินทางย้อนรอยมาถึงใจกลางแห่ง<strong>กรุงเทพมหานคร</strong> แวะกราบพระหลักเมืองอันเป็นหลักชัยให้พระนคร ขอพรให้ชีวิตนั้นมีแต่ความมั่นคง เสริมดวงชะตา ตัดเคราะห์ ต่อบารมี</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span><strong>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช</strong> รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้มีพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองขึ้น ภายหลังจากที่ได้สถาปนา<strong>กรุงเทพมหานคร</strong>ขึ้นเป็นราชธานี ตามโบราณราชประเพณี เพื่อความเป็นสิริมงคลและความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดิน นับจากนั้นมา ศาลหลักเมืองก็เป็นที่เคารพสักการะอย่างไม่เสื่อมคลาย ในฐานะที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นหลักความมั่นคงของพระนคร และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวไทยทุกคน</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>นอกจากประชาชนทั่วไปที่มาสักการะ<strong>ศาลหลักเมือง</strong> เพื่อขอพรให้บ้านเมืองมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ยังมีความเชื่อที่เล่าสืบกันมาว่า หากผู้ใดมาไหว้พระหลักเมืองนั้น จะช่วยเสริมหลักฐานความมั่นคงให้กับชีวิต ฃ่วยตัดเคราะห์ ต่อดวงชะตา เสริมอำนาจบารมีให้มีแต่ความเจิรญรุ่งเรืองอีกด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>หากมีโอกาสมาไหว<strong>้พระหลักเมือง</strong>แล้ว ควรจะเข้าไปสักการะเทวดาสำคัญ ผู้รักษาพระนครทั้งห้าที่ประดิษฐานอยู่ในหอเทพารักษืด้วย คือ <strong>พระเสื้อเมือง</strong> <strong>พระทรงเมือง</strong> <strong>พระกาฬไชยศร</strong>ี <strong>เจ้าพ่อเจตคุปต</strong>์ และ<strong>เจ้าพ่อหอกลอง</strong> เพื่อขอบารมีให้ท่านช่วยปกปักรักษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: black;" lang="TH">ถึงแม้ว่าในแต่ละจังหวัดจะมีศาสหลักเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคงแก่ผู้คน<br />
ในจังหวัดแต่สำหรับ<strong>ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร</strong>ไม่ใช้เป็นเพียงแค่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของ<br />
<strong> จังหวัดกรุงเทพมหานคร</strong>เท่านั้นแต่หากยังถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณบ้านคู่เมืองของประเทศไทยอีกแห่ง<br />
หนึ่งเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากว่าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครโดย พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นศุนย์รวมจิตใจ<br />
ของประชาชนเพื่อครั้งทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และนอกจากนี้ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครยังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าในการดุแลบำรุงรักษาจากอีกหลาย<br />
รัชกาลในเวลาต่อมา ซึ่งล่าสุดเมื่อ พศ 2525 เมื่อครั้งฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งได้มีการบูรณปฎิสังขรณ์ศาลหลักเมืองครั้งใหญ่จนสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน ซึ่งนับว่าเป็นศุนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งขาติอย่างแท้จริง</span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">บริเวณท่าช้าง และท่าพระจันทร์ มีร้านอาหาร และขนมต่างๆมากมาย ให้เลือกรับประทานยามเมื่อท้องหิว หรือจะข้ามเรือไปยังท่าเรือศิริราชก็มีอาหารให้เลือกละลานตาไม่แพ้กัน</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li> <span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ในบริเวณศาลหลักเมืองมี </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">พระเสี่ยงทาย</span>”<span lang="TH"> ให้ตั้งจิตอธิษฐานถามถึงสิ่งที่ปราถนา การยกพระเสี่ยงทายนั้นต้องทำสองครั้ง ครั้งแรกขอให้ยกขึ้น ส่วนครั้งที่สองขอให้ยกไม่ขึ้น หากเป็นดังนั้นเชื่อว่าจะสมหวังในสิ่งที่ต้องการ</span></span></li>
</ul>
<div class="zemanta-pixie" style="margin-top: 10px; height: 15px;"><a class="zemanta-pixie-a" title="Reblog this post [with Zemanta]" href="http://reblog.zemanta.com/zemified/cfaccadd-05b1-4601-b719-418b5db19824/"><img class="zemanta-pixie-img" style="border: medium none; float: right;" src="http://img.zemanta.com/reblog_e.png?x-id=cfaccadd-05b1-4601-b719-418b5db19824" alt="Reblog this post [with Zemanta]" /></a><span class="zem-script more-related pretty-attribution"><script src="http://static.zemanta.com/readside/loader.js" type="text/javascript"></script></span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ขอพรให้มิตรภาพ และความรักนั้นเป็นนิรันดร์ พระธาตุศรีสองรัก เลย</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 03:15:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<category><![CDATA[พระธาตุศรีสองรัก]]></category>

		<category><![CDATA[พระธาตุศรีสองรัก เลย]]></category>

		<category><![CDATA[อำเภอด่านซ้าย]]></category>

		<category><![CDATA[เลย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[พระธาตุศรีสองรัก เลย
 สุดแดนแห่งจังหวัดเลย คือพระธาตุศรีสองรัก ที่เป็นพยานแห่งสัจจะไมตรีของสองอาณาจักรใครได้มาไหว้พระธาตุศรีสองรักนี้ เชื่อว่าความรักและสัมพันธภาพนั้นจะมั่นคงสืบไป
 เลยเป็นจังหวัดทางภาคอีสานตอนเหนือ มีภูมิประเทศที่งดงามด้วยเทือกภูที่สลับซับซ้อน ประกอบกับภูมิกาอาศที่แสนสบาย ชวนให้ดินแดนแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้มาเยือนอยู่เสมอ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุศรีสองรักอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของทั้งชาวไทยและชาวลาวมานานกว่าสี่ศตวรรษ
 พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย เป็นพระธาตุก่ออิฐถือปูนสีขาวสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ตามตำนานกล่าวว่า&#8230; ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และเครื่องหมายแห่งมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักร โดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ซึ่งได้ร่วมกันสร้างพระธาตุและตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และไม่ล่วงล้ำดินแดนซึ่งกันและกันตลอดไป
 พี่น้องชาวไทยและชาวลาวต่างเชื่อกันว่า หากผู้ใดได้มากราบไหว้ พระธาตุศรีสองรัก และขอพรในด้านที่เกี่ยวกับความรักและมิตรภาพนั้นจะได้พบกับความสมหวัง และมีสัมพันธภาพที่ยั่งยืน ดังนั้นเราจึงได้พบเห็น หนุ่มสาว หรือ เพื่อนฝูง ที่พากันมานมัสการพระธาตุศรสองรัก ไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยจิตที่มุ่งมั่นขอรพให้ความรักและมิตรภาพนั้นอยู่ชั่วนิรันดร์
 
ในปัจจุบันพระธาตุศรีสองรักเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่ชาวพุทธและนักท่องเที่ยว
ยึดถือและเดินทางไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทางไปเยือน
 จังหวัดเลยทั้งนี้ก็เนื่องมาจากพระธาตุแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงมิตรภาพระหว่างอาณาจักรกรุง
ศรีอยุธยาและอาณาจักรเวียงจันท์ในสมัยก่อน อีกทั้งยังเป็นเรื่องหมายแบ่งเขตแดนของ
ทั้งสองอาณาจักรอีกด้วยพระธาตุแห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ
สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พระธาตุแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเลยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 83 กิโลเมตรซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระธาตุศรีสองรักและเป็นวัดที่ไม่มี
พระภิกษุจำพรรษาอยู่
อร่อยประจำถิ่น

ที่อำเภอด่านซ้าย มีน้ำพริกแจ่วดำน้ำผักสะทอน เป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ และเป็นของฝากที่หาทานได้ยากมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาดี อำเภอด่านซ้ายร่วมกันผลิตจำหน่าย สนใจหาซื้อได้ที่ร้าน OTOP ในจังหวัดเลย

รู้ก่อนเดินทาง

มีความเชื่อว่าหากนำต้นผึ้งไปขอพรพระธาตุศรีสองรักแล้วจะสมความมุ่งมาดปราถนา แต่ควรงดสักการะด้วยดอกไม้ และของบูชาสีแดง รวมทั้งงดใส่เสื้อสีแดงไปบูชาพระธาตุ เพราะถือเป็นสีแห่งเลือดและความรุนแรง

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">พระธาตุศรีสองรัก<span> </span>เลย</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>สุดแดนแห่ง<strong>จังหวัดเลย</strong> คือ<strong>พระธาตุศรีสองรัก</strong> ที่เป็นพยานแห่งสัจจะไมตรีของสองอาณาจักรใครได้มาไหว้พระธาตุศรีสองรักนี้ เชื่อว่าความรักและสัมพันธภาพนั้นจะมั่นคงสืบไป</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>เลยเป็นจังหวัดทางภาคอีสานตอนเหนือ มีภูมิประเทศที่งดงามด้วยเทือกภูที่สลับซับซ้อน ประกอบกับภูมิกาอาศที่แสนสบาย ชวนให้ดินแดนแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้มาเยือนอยู่เสมอ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุศรีสองรักอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของทั้งชาวไทยและชาวลาวมานานกว่าสี่ศตวรรษ</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span><strong>พระธาตุศรีสองรัก</strong> ตั้งอยู่ที่<strong>อำเภอด่านซ้าย</strong> เป็นพระธาตุก่ออิฐถือปูนสีขาวสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ตามตำนานกล่าวว่า&#8230; ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และเครื่องหมายแห่งมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักร โดย<strong>สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์</strong>แห่ง<strong>อาณาจักรอยุธยา</strong> และ<strong>พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช</strong>แห่ง<strong>กรุงศรีสัตนาคนหุต</strong> ซึ่งได้ร่วมกันสร้างพระธาตุและตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และไม่ล่วงล้ำดินแดนซึ่งกันและกันตลอดไป</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>พี่น้องชาวไทยและชาวลาวต่างเชื่อกันว่า หากผู้ใดได้มากราบไหว้ <strong>พระธาตุศรีสองรัก</strong> และขอพรในด้านที่เกี่ยวกับความรักและมิตรภาพนั้นจะได้พบกับความสมหวัง และมีสัมพันธภาพที่ยั่งยืน ดังนั้นเราจึงได้พบเห็น หนุ่มสาว หรือ เพื่อนฝูง ที่พากันมานมัสการพระธาตุศรสองรัก ไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยจิตที่มุ่งมั่นขอรพให้ความรักและมิตรภาพนั้นอยู่ชั่วนิรันดร์</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: blue;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: black;" lang="TH">ในปัจจุบัน<strong>พระธาตุศรีสองรัก</strong>เปรียบเสมือนสัญญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่ชาวพุทธและนักท่องเที่ยว<br />
ยึดถือและเดินทางไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทางไปเยือน<br />
<strong> จังหวัดเลย</strong>ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากพระธาตุแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงมิตรภาพระหว่าง<strong>อาณาจักรกรุง<br />
ศรีอยุธยา</strong>และ<strong>อาณาจักรเวียงจันท์</strong>ในสมัยก่อน อีกทั้งยังเป็นเรื่องหมายแบ่งเขตแดนของ<br />
ทั้งสองอาณาจักรอีกด้วยพระธาตุแห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ<br />
สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พระธาตุแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจาก<strong>จังหวัดเลย</strong>ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 83 กิโลเมตรซึ่งประดิษฐานอยู่ใน<strong>วัดพระธาตุศรีสองรัก</strong>และเป็นวัดที่ไม่มี<br />
พระภิกษุจำพรรษาอยู่</span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ที่อำเภอด่านซ้าย มีน้ำพริกแจ่วดำน้ำผักสะทอน เป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ และเป็นของฝากที่หาทานได้ยากมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาดี อำเภอด่านซ้ายร่วมกันผลิตจำหน่าย สนใจหาซื้อได้ที่ร้าน </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">OTOP<span lang="TH"> ในจังหวัดเลย</span></span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><strong>รู้ก่อนเดินทาง</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">มีความเชื่อว่าหากนำต้นผึ้งไปขอพรพระธาตุศรีสองรักแล้วจะสมความมุ่งมาดปราถนา แต่ควรงดสักการะด้วยดอกไม้ และของบูชาสีแดง รวมทั้งงดใส่เสื้อสีแดงไปบูชาพระธาตุ เพราะถือเป็นสีแห่งเลือดและความรุนแรง</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>มงคลแห่งชีวิต สักการะองค์พระธาตุ ที่ผุดขึ้นจากเนินดิน พระธาตุนาดูน มหาสารคาม</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 02:57:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></category>

		<category><![CDATA[จังหวัดมหาสารคาม]]></category>

		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวไทย]]></category>

		<category><![CDATA[พระธาตุนาดูน]]></category>

		<category><![CDATA[พระธาตุนาดูน มหาสารคาม]]></category>

		<category><![CDATA[มหาสารคาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=273</guid>
		<description><![CDATA[พระธาตุนาดูน มหาสารคาม
 นมัสการองค์พระบรมสารีริกธาตุ ที่เคยสาบสูญแห่บ้านนาดูน ซึ่งถูกพบจากเนินดินพร้อมกับเรื่องราวความสำคัญของถื่นพุทธมณฑลอีสานแห่งมหาสารคาม
 ในภาคอีสานอันกว้างใหญ่นั้นมีพระธาตุสำคัญหลายองค์ อันเป็นเครื่องแสดงถึงความรุ่งเรืองและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในพื้นที่ที่ไม่เคยเสื่อมคลายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในจังหวัดมหาสารคามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระธาตุนาดูน อันเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ซึ่งชาวอีสานเชื่อกันว่าใครได้มาสักการะบูชา พระธาตุนาดูน สักครั้งหนึ่งแล้วนั้น จะถือว่าเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิต
 กล่าวกันว่าพระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกค้นพบขึ้นจากเนินดินในซากโบราณสถานร้าง กลางทุ่งนาแห่งบ้านนาดูน เป็นที่มาของการสร้างพระธาตุนาดูน ที่สวยงามอลังการขึ้นไว้เพื่อประดิษฐานและเป็นที่สักการะบูชาสืบไป โดยหลักฐานการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ และโบราณวัตถุแห่งจัมปาศรีซึ่งเป็นนครโบราณสมัยทวาราวดีนั้น แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและความเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาที่สำคัญของพื้นที่แห่งนี้ในอดีต
 นอกจากคุณจะได้อิ่มบุญไปกับการไหว้พระธาตุนาดูนสีขาว สูงสง่ามองเห็นได้แต่ไกลแล้ว พื้นที่โล่งโดยรอบนั้นยังจัดเป็นสัดส่วนที่สวยงามมองแล้วสบายตา มีสายลมพัดเย็นๆที่ช่วยให้จิตใจสลบและผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
 
จากการพิสุจน์หลักฐานทางโบราณคดี เชื่อกันว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุอยู่ในราว 1,300 ปี และในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในหมู่พระธาตุทั้งหมดในภาคอีสาน ในปัจจุบันพระธาตุนาดูนนอกจากจะเป็นถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดมหาสารคามแล้ว บริเวณรอบพราตุยังถูกจัดให้เป็น พิพิธภัณฑ์ทางศานนาและวัฒนธรรม สวนรุกชาติ และ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็น สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาอีกด้วย จากรูปทรงจะสังเกตุเห็นได้ว่าพระธาตุมีลักษณะองค์ ที่แตกต่างออกไปจากพระธาตุองคือื่นๆในภาคอีสาน ทั้งนี้เป็นเพราะพระธาตุนาดูน ถูกจำลองแบบมาจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งมีฐานประยุกต์แบบศิลปทวาราวดี
จึงทำให้มีลักษณะแต่งต่างจากพระธาตุองค์อื่นๆ
อร่อยประจำถิ่น

มาเยือนมหาสารคามทั้งทีควรหาโอกาสลิ้งลอง “หม่ำ” หรือ ไส้กรอกอีสานรสเด็ด ที่มีทั้งที่ทำจากเนื้อหมูและเนื้อวัว ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป หากติดใจซื้อฝากคนที่บ้านก็ได้ เพราะสามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวัน

รู้ก่อนเดินทาง

 ในบริเวณพระธาตุนาดูนนั้นมีศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจัมปาศรีซึ่งเก็บรักษาศิลปวัตถุที่ ่ขุดค้นพบในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่น่าเข้าชม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">พระธาตุนาดูน<span> </span>มหาสารคาม</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>นมัสการองค์<strong>พระบรมสารีริกธาตุ</strong> ที่เคยสาบสูญแห่บ้านนาดูน ซึ่งถูกพบจากเนินดินพร้อมกับเรื่องราวความสำคัญของถื่นพุทธมณฑลอีสานแห่ง<strong>มหาสารคาม</strong></span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>ในภาคอีสานอันกว้างใหญ่นั้นมีพระธาตุสำคัญหลายองค์ อันเป็นเครื่องแสดงถึงความรุ่งเรืองและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในพื้นที่ที่ไม่เคยเสื่อมคลายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในจังหวัดมหาสารคามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุสำคัญองค์หนึ่ง คือ <strong>พระธาตุนาดูน</strong> อันเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ซึ่งชาวอีสานเชื่อกันว่าใครได้มาสักการะบูชา <strong>พระธาตุนาดูน</strong> สักครั้งหนึ่งแล้วนั้น จะถือว่าเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิต</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>กล่าวกันว่าพระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกค้นพบขึ้นจากเนินดินในซากโบราณสถานร้าง กลางทุ่งนาแห่งบ้านนาดูน เป็นที่มาของการสร้างพระธาตุนาดูน ที่สวยงามอลังการขึ้นไว้เพื่อประดิษฐานและเป็นที่สักการะบูชาสืบไป โดยหลักฐานการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ และ<strong>โบราณวัตถุแห่งจัมปาศรี</strong>ซึ่งเป็นนครโบราณสมัยทวาราวดีนั้น แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและความเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาที่สำคัญของพื้นที่แห่งนี้ในอดีต</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>นอกจากคุณจะได้อิ่มบุญไปกับการไหว้พระธาตุนาดูนสีขาว สูงสง่ามองเห็นได้แต่ไกลแล้ว พื้นที่โล่งโดยรอบนั้นยังจัดเป็นสัดส่วนที่สวยงามมองแล้วสบายตา มีสายลมพัดเย็นๆที่ช่วยให้จิตใจสลบและผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: black;" lang="TH">จากการพิสุจน์หลักฐานทางโบราณคดี เชื่อกันว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุอยู่ในราว 1,300 ปี และในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในหมู่พระธาตุทั้งหมดในภาคอีสาน ในปัจจุบัน<strong>พระธาตุนาดูน</strong>นอกจากจะเป็นถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน<br />
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไป<strong>จังหวัดมหาสารคาม</strong>แล้ว บริเวณรอบพราตุยังถูกจัดให้เป็น <strong>พิพิธภัณฑ์ทางศานนาและวัฒนธรรม</strong> <strong>สวนรุกชาต</strong>ิ และ <strong>สวนสมุนไพร</strong> ซึ่งตกแต่งให้เป็น สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาอีกด้วย จากรูปทรงจะสังเกตุเห็นได้ว่าพระธาตุมีลักษณะองค์ ที่แตกต่างออกไปจากพระธาตุองคือื่นๆในภาคอีสาน ทั้งนี้เป็นเพราะพระธาตุนาดูน ถูกจำลองแบบมาจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งมีฐานประยุกต์แบบศิลปทวาราวดี<br />
จึงทำให้มีลักษณะแต่งต่างจากพระธาตุองค์อื่นๆ</span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">มาเยือนมหาสารคามทั้งทีควรหาโอกาสลิ้งลอง </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">หม่ำ</span>”<span lang="TH"> หรือ ไส้กรอกอีสานรสเด็ด ที่มีทั้งที่ทำจากเนื้อหมูและเนื้อวัว ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป หากติดใจซื้อฝากคนที่บ้านก็ได้ เพราะสามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวัน</span></span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li> <span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ในบริเวณพระธาตุนาดูนนั้นมีศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจัมปาศรีซึ่งเก็บรักษาศิลปวัตถุที่ ่ขุดค้นพบในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่น่าเข้าชม สำหรับผู้ที่ต้องการเติม ความรู้ไปควบคู่กับการเติมบุญในคราวเดียวกัน</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผุดขึ้นเองจากยอดพระโมฬีของพระอุ่นเมือง วัดน้ำฮู แม่ฮ่องสอน</title>
		<link>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2009 02:43:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ndesigns</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ภาคเหนือ]]></category>

		<category><![CDATA[ปาย]]></category>

		<category><![CDATA[วัดน้ำฮ]]></category>

		<category><![CDATA[วัดน้ำฮู แม่ฮ่องสอน]]></category>

		<category><![CDATA[อำเภอปาย]]></category>

		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.unseeninthailand.org/?p=267</guid>
		<description><![CDATA[วัดน้ำฮู แม่ฮ่องสอน
 เพลินไปกับเส้นทางพันโค้ง ผ่านหุบเขาที่งดงาม แวะกราบพระอุ่นเมืองให้อุ่นใจ ไหว้พระนางสุพรรณกลัยาที่วัดน้ำฮู แล้วค่อยๆเริ่มต้นสำรวจเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาที่อยู่ในใจของใครหลายคน
 ปายเป็นเมืองเล็กๆ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นจุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่ใครๆก็อดที่จะกล่าวถึงไม่ได้ ด้วยความมีมนต์เสน่ห์ของภูมิประเทศ ชุมชน และวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนเส้นทางที่คดโค้งที่เคยเป็นอุปสรรคการเดินทางในอดีตกลับกลาย
เป็นสิ่งดึงดูด ให้หลายคนอยากที่จะเอาชนะและหาโอกาสเดินทาง มาเยือนสักครั้ง
 
ในทุกวันนี้หากพูดถึงอำเภอปายสามารถกล่าวได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จังอำเภอนี้เพราะเป็นสถานที่ที่มีชื่อ
เสียงที่โด่งดังไปทั่วโลกในปัจจุบัน และไม่เพียงความงามทางธรรมชาติและวิธีชีวิตของชาว อำเภอปายเท่านั้นที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ วัดน้ำฮูก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวที่มาอำเภอปายแทบจะทุกคนต้องมาแวะเยี่ยมชมและนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง เพราะวัดน้ำฮูเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่ออุ่นเมืองซึ่งถือเป็นพระพทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาว
 อำเภอปาย ซึ่งเป็นพระพทธรูปสมัยเชียงแสนที่มีอายุกว่า 500 ปีและมีความพิเศษคือ พระเศียรสามารถ เปิดได้และจะมีน้ำบรรจุอยู่ภายในตลอดเวลาซึ่งเชื่อกันว่า เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์
 
ห่างจากเมืองปายไปเพียง 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของวัดน้ำฮูู ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวท้องถิ่นมาเนิ่นนาน เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่ออุ่นเมือง พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยศิลปะล้านนา แบบสิงห์สาม ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปายมาช้านาน มีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจที่ว่าภายในพระโมฬีที่เปิดได้ของหลวงพ่ออุ่นเมืองนั้น มีน้ำซึมขังอยู่ถายในอย่างไม่เคยเหือดแห้ง ชาวเมืองปายถือว่าเป็นน้ำมนต์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างสูง ถ้าใครได้ดื่มกินหรือนำมาประพรมร่างกายแล้ว จะมีแต่ความเป็นสวัสดิมงคลแก่ชีวิต ช่วยปัดเป่า เภทภัยและความเจ็บไข้ให้มลายสิ้นไป
 ตามประวัติกล่าวกันว่าหลวงพ่ออุ่นเมืองนั้นสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายพระพี่นางสุพรรณกัลยา โดยภายในวัดยังมีเจดีย์อนุสรณ์สถานพระนางสุพรรณกัลยาอยู่ด้านหลังโบสถ์ รวมทั้งมีพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระนางสุพรรณกัลยา ประดิษฐานที่ศาลากลางน้ำให้ประชาชนได้ถวายสักการะเป็นสิริมงคลอีกด้วย
 
อร่อยประจำถิ่น

ร้านอาหารน้องเบียร์ที่เมืองปายมีอาหารพื้นเมืองหลากหลายที่น่าลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวซอย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">วัดน้ำฮู<span> </span>แม่ฮ่องสอน</span></strong></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>เพลินไปกับเส้นทางพันโค้ง ผ่านหุบเขาที่งดงาม แวะกราบพระอุ่นเมืองให้อุ่นใจ ไหว้พระนางสุพรรณกลัยาที่วัดน้ำฮู แล้วค่อยๆเริ่มต้นสำรวจเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาที่อยู่ในใจของใครหลายคน</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span><strong>ปาย</strong>เป็นเมืองเล็กๆ ในพื้นท<strong>ี่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong> ถือเป็นจุดหมายแห่งการท่องเที่ยวที่ใครๆก็อดที่จะกล่าวถึงไม่ได้ ด้วยความมีมนต์เสน่ห์ของภูมิประเทศ ชุมชน และวัฒนธรรม ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนเส้นทางที่คดโค้งที่เคยเป็นอุปสรรคการเดินทางในอดีตกลับกลาย<br />
เป็นสิ่งดึงดูด ให้หลายคนอยากที่จะเอาชนะและหาโอกาสเดินทาง มาเยือนสักครั้ง</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma; color: black;" lang="TH">ในทุกวันนี้หากพูดถึง<strong>อำเภอปาย</strong>สามารถกล่าวได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จังอำเภอนี้เพราะเป็นสถานที่ที่มีชื่อ<br />
เสียงที่โด่งดังไปทั่วโลกในปัจจุบัน และไม่เพียงความงามทางธรรมชาติและวิธีชีวิตของชาว อำเภอปายเท่านั้นที่เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ <strong>วัดน้ำฮ</strong>ูก็เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่นักท่องเที่ยวที่มา<strong>อำเภอปาย</strong>แทบจะทุกคนต้องมาแวะเยี่ยมชมและนมัสการเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง เพราะวัดน้ำฮูเป็นที่ประดิษฐานของ<strong>หลวงพ่ออุ่นเมือง</strong>ซึ่งถือเป็นพระพทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาว<br />
<strong> อำเภอปาย</strong> ซึ่งเป็น<strong>พระพทธรูปสมัยเชียงแสน</strong>ที่มีอายุกว่า 500 ปีและมีความพิเศษคือ พระเศียรสามารถ เปิดได้และจะมีน้ำบรรจุอยู่ภายในตลอดเวลาซึ่งเชื่อกันว่า เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ห่างจากเมือง<strong>ปาย</strong>ไปเพียง 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ<strong>วัดน้ำฮู</strong>ู ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวท้องถิ่นมาเนิ่นนาน เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของ<strong>หลวงพ่ออุ่นเมือง</strong> <strong>พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยศิลปะล้านนา</strong> แบบสิงห์สาม ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองปายมาช้านาน มีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจที่ว่าภายในพระโมฬีที่เปิดได้ของหลวงพ่ออุ่นเมืองนั้น มีน้ำซึมขังอยู่ถายในอย่างไม่เคยเหือดแห้ง ชาวเมืองปายถือว่าเป็นน้ำมนต์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างสูง ถ้าใครได้ดื่มกินหรือนำมาประพรมร่างกายแล้ว จะมีแต่ความเป็นสวัสดิมงคลแก่ชีวิต ช่วยปัดเป่า เภทภัยและความเจ็บไข้ให้มลายสิ้นไป</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span> </span>ตามประวัติกล่าวกันว่า<strong>หลวงพ่ออุ่นเมือง</strong>นั้นสร้างขึ้นโดย<strong>สมเด็จพระนเรศวรมหาราช</strong> เพื่อเป็นพระราชกุศลถวายพ<strong>ระพี่นางสุพรรณกัลยา</strong> โดยภายในวัดยังมีเจดีย์อนุสรณ์สถานพระนางสุพรรณกัลยาอยู่ด้านหลังโบสถ์ รวมทั้งมีพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระนางสุพรรณกัลยา ประดิษฐานที่ศาลากลางน้ำให้ประชาชนได้ถวายสักการะเป็นสิริมงคลอีกด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">อร่อยประจำถิ่น</span></strong></p>
<ul>
<li><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ร้านอาหารน้องเบียร์ที่เมืองปายมีอาหารพื้นเมืองหลากหลายที่น่าลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นข้าวซอย ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงฮังเล แกงโฮะรสเด็ด หรือว่าหมูสเต๊ะนุ่มๆ น่ารับประทาน</span></li>
</ul>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">รู้ก่อนเดินทาง</span></strong></p>
<ul>
<li> <span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">สามารถเข้าไปนมัสการพระอุ่นเมื่องได้ทุกวัน แต่ไม่อนุญาตให้เปิดพระโมฬีหลวงพ่ออุ่นเมือง เพื่อความเหมาะสม แต่ทางวัดได้เตรียมน้ำมนต์และบรรจุขวดสำหรับผู้ที่ต้องการนำกลับไปบูชาแล้ว</span></li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.unseeninthailand.org/thailand/%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->