• Pages

  • RSS News

  • พระอจนะ วัดศรีชุม

    พระอจนะ วัดศรีชุม

     

     

    วัดศรีชุม ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวงไปทางทิศตะวันตก 800 เมตร เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระอจนะ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 11.30 เมตร ลักษณะของวิหารสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมลักษณะคล้ายมณฑป แต่หลังคาพังทลายลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่ด้าน ผนังแต่ละด้าน ก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนา ผนังทางด้านใต้มีช่องให้คนเข้าไปภายใน และเดินขึ้นไปตามทางบันไดแคบ ๆ ถึงผนังด้านข้างขององค์พระอจนะ หรือสามารถขึ้นไปถึงสันผนังด้านบนได้

     

     

     

     

    ภายในช่องกำแพงตามฝาผนังมีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด ภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ 700 ปี นอกจากนี้แล้วบนเพดานช่องบันไดยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายเรื่องชาดกต่าง ๆ มีจำนวนทั้งหมด 50 ภาพ เมื่อเดินตามช่องทางบันไดขึ้นไปจะโผล่บนหลังคาวิหารมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเก่าสุโขทัยได้โดยรอบ

    เพราะเหตุใดวิหารวัดศรีชุมจึงมีความเร้นลับซ่อนอยู่อย่างนี้ เรื่องนี้หากพิจารณากันอย่างลึกซึ้งแล้วจะพบว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วงทรงพระปรีชาสามารถในด้านปลุกปลอบใจทหารหาญ และด้านอื่น ๆ อีกมาก เพราะผนังด้านข้างขององค์พระอจนะมีช่องเล็ก ๆ ถ้าหากใครแอบเข้าไปทางอุโมงค์แล้วไปโผล่ที่ช่องนี้ และพูดออกมาดัง ๆ ผู้ที่อยู่ภายในวิหารจะต้องนึกว่าพระอจนะพูดได้ และเสียงพูดนั้นจะกังวานน่าเกรงขาม เพราะวิหารนี้ไม่มีหน้าต่าง แต่เดิมคงมีหลังคาเป็นรูปโค้งคล้ายโดม

     

     

     

    การเดินทางสู่วัดศรีชุม
    วัดศรีชุมตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ห่างจากตัวเมืองสุโขทัยมาตามทางหลวงสาย 12 (สุโขทัย-ตาก) ประมาณ 12 กิโลเมตร

     

     

     

    Credit :  holidaythai
    Posted under Unseen in Thailand,ภาคเหนือ by thailandtravel on Wednesday 21 December 2011 at 1:54 pm

    ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

    ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

     

     

     

    ภูทับเบิก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยช่วงเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ บริเวณจุดชมวิวมีหน่วยพิทักษ์ฯ ของอุทยานภูหินร่องกล้าตั้งอยู่

     

     

     

     

    นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542

     

     

     

     

    ข้อมูลเพื่อการเดินทางสู่ภูทับเบิกจากเพชรบูรณ์ 
    ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กม. ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปใช้ทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก ถึงอำเภอหล่มเก่า 17 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายใช้ทางหลวงหมายเลข 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กม. รวมระยะทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์ถึงบ้านทับเบิก ประมาณ 97 กม.เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกจะสูงชันและคดเคี้ยวมาก ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง หรือจะใช้เส้นทางจากอำเภอนครไทยผ่านภูหินร่องกล้าเพื่อมายังอ.หล่มเก่า ก็จะผ่านภูทับเบิกได้เช่นกันซึ่งเส้นทางนี้จะมีความลาดชันน้อยกว่าเส้นทางแรก โดยห่างจากที่ทำการอุทยานภูหินร่องกล้าประมาณ 35 กิโลเมตร

    ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
    ที่ภูทับเบิกมีบริการให้เช่า เต็นท์รวมถึงบ้านพัก (ไม่บ้านพักมีไม่มากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นเต็นท์มากกว่า) สำหรับค่าที่พักแบบบเต็นท์จะอยู่ที่ราคาประมาณ 400 บาท สำหรับเต็นท์ขนาดเล็กแบบนอน 2 คน และ ราคา 650 บาท สำหรับเต็นท์แบบนอน 3-4 คน ซึ่งราคานี้จะไม่รวมอาหารเช้า แต่ผู้ให้บริการบางรายจะมีรวมอาหารเช้าให้ด้วย ซึ่งราคาก็จะต่างกันไปโดยเพิ่มค่าอาหารมาอีกคนละ 50 บาท

    สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนำเต็นท์ไปกางเองจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับพื้นที่กางเต็นท์ 100 บาท

     

     

    Credit :  siamxpress

    Posted under Unseen in Thailand,ภาคเหนือ by thailandtravel on Wednesday 21 December 2011 at 11:37 am

    อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

    อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

     

     

     

    อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ไปทางตะวันออกเพียง 37 กิโลเมตร มีอาณาเขตทั้งสิ้นประมาณ 290 ตารางกิโลเมตร ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลำน้ำป่าสักและลำน้ำชีและเป็นพื้นที่ป่ากันชนให้กับผืนป่าสามแห่ง คือ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตะเบาะ-ห้วยใหญ่ ภายในบริเวณมีน้ำตกที่สวยงามสองแห่ง ได้แก่ น้ำตกตาดหมอก และน้ำตกสองนาง

     

     

    อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200บาท เด็ก 100 บาท

     

     

     

     

    สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง พักได้ 4-6 คน ราคา 900 1,500 บาท และมีเต็นท์ให้เช่าพักแรม พักได้ 2-6 คน ราคา 200-600 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ตู้ ป.ณ.4 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ 6700 โทร.08 1992 0998  หรือที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯโทร.02562 0760 วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น., วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30 น. หรือสำรองที่พักด้วยตนเองได้ที่ http://www.dnp.go.th

     

     

     

    Credit :  holidaythai

     

    Posted under Unseen in Thailand by thailandtravel on Tuesday 20 December 2011 at 10:28 pm

    ผจญภัยสุดขอบฟ้าที่เทือกเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

    ผจญภัยสุดขอบฟ้าที่เทือกเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์

     

     

    ผจญภัยสุดขอบฟ้าที่เทือกเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ด้วยความสูงกว่า 1,950 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดแห่งหนึ่งในผืนป่าตะวันตก ตลอดทั้งปีที่นี่จะปกคลุมด้วยสายหมอกและเมฆฝน ยอดเขาแห่งนี้จึงได้ชื่อตามภาษากะเหรี่ยงว่า “โมโกจู” หมายถึงสถานที่ซึ่งมีฝนตกตลอดเวลา ในช่วงฤดูหนาวอากาศเย็นยะเยือก ดอกไม้นานาชนิดและกุหลาบป่าจะผลิบาน มองจากยอดเขาลงไปจะเห็นทะเลหมอกห่มคลุมผืนป่าจดโค้งขอบฟ้า เหนือป่าตะวันตกอันกว้างไกลสุดสายตา

     

     

     

     

    เส้นทางเดินป่าระยะไกล พิชิตยอดเขาโมโกจู เป็นการเดินทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนประสงค์ เพื่อเก็บเกี่ยวความประทับใจ และภาพทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา การเดินทางไป-กลับ ต้องใช้เวลา 4-5 วัน ซึ่งทางอุทยานฯ จะจัดการเดินป่าในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อจองช่วงเวลากับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ โดยตรงที่ 0 5571 9010-1 และจะต้องดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนของทางอุทยานฯ ก่อนการเดินทางมาอุทยานฯ

     

     

     

     

    ป่าแม่วงก์เป็นรอยต่อของสองจังหวัดคือ กำแพงเพชร และนครสวรรค์ ส่วนที่อยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ เรียกว่า ป่าแม่วงก์-แม่เปิน ส่วนที่อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร เรียกว่า ป่าคลอง แม่วงก์-ป่าคลองขลุง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2530 ใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติแม่วงก์” มีเนื้อที่ประมาณ 894 ตรกม. พื้นที่อุทยานประกอบด้วยป่าชนิดต่างๆ คือ ป่าเบญจพรรณ ประมาณ 70% ป่าดงดิบ 25% และป่าเต็งรังประมาณ 5% ของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีไม้มีค่าทางเศรษฐกิจอีกมากมาย เช่น ไม้สัก มะค่าโมง ประดู่ ฯลฯ

     

    Credit : bloggang
    Posted under Unseen in Thailand,ภาคเหนือ by thailandtravel on Tuesday 20 December 2011 at 3:26 pm

    ล่องแก่งทีลอเร

    ล่องแก่งทีลอเร

     

     

     

     

     

    สีสันแห่งบ้านอุ้มผางเริ่มขึ้นอีกคราในฤดูกาลน้ำหลาก หมู่บ้านในหุบเขาที่อยู่ติดกับชายแดนพม่าแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของผืนป่าตะวันตก ซึ่งมีเส้นทางการผจญภัยที่นับเป็นสุดยอดอีกแห่งในเมืองไทย คือ การล่องเรือยางกลางลำน้ำแม่กลอง แม่น้ำที่ถือกำเนิดในผืนป่าตะวันตก นับเป็นสายน้ำที่มีความยาวและสำคัญที่สุดอีกแห่งของเมืองไทย

     

     

     

     

    การล่องแม่น้ำแม่กลองตอนล่าง เริ่มต้นที่บ้านปะละทะ หมู่บ้านกะเหรี่ยงเก่าแก่ ที่มีสาธารณูปโภคเข้าถึง แต่ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังคงแต่งกายแบบดั้งเดิม แต่ละบ้านจะทอผ้าใช้กันเองด้วยหูกทอผ้า ปลูกพืชผัก เลี้ยงหมูไก่ไว้เป็นอาหาร และเลี้ยงช้างไว้เป็นพาหนะ การล่องในช่วงแรกสายน้ำจะราบเรียบคดโค้งตามแนวเขาแนวป่าทึบที่อุดมสมบูรณ์ ผ่านบ้านกะเหรี่ยงโคทะ ก่อนที่จะพบกับแก่งเลเกติ เป็นแก่งใหญ่และยาวหลายกิโลเมตร ผ่านน้ำตกเล็ก จนถึงแก่งคนมอง ที่มีสายน้ำหลากไหลเชี่ยว มีโขดหินจำนวนมาก แก่งสุดท้ายก็จะเป็นแก่งกะซิจิ๊เล จากนั้นจะถึงเวิ้งน้ำไหลโค้งสู่เพิงผาริมน้ำ มองเห็นน้ำตกทีลอเรไหลผ่านหน้าผาเขาหินปูนสูงลงสู่ผืนน้ำ ความยากการล่องเรือนี้จัดอยู่ในระดับ 3-4 จึงเหมาะสำหรับการล่องด้วยเรือยางมากกว่าแพไม้ไผ่ ระยะการล่องประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง ขากลับจากน้ำตกไปบ้านปะละทะ ต้องเดินป่า ผ่านป่าทึบ สลับการขึ้นเขา ซึ่งอาจจะพบเห็นสัตว์บ้าง ควรนั่งช้างสลับกับการเดิน ระยะทางรวม 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8-10 ช.ม.

     

     

    ข้อมูลการติดต่อ 
             สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือ เขต 4 โทร 0 5551 4341 และ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว (Call center) 1147 
    หรือที่ ชมรมส่งสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทรศัพท์ 0-5556-1338 

    ข้อแนะนำ 
    ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการล่องแก่งในเขตอำเภออุ้มผาง ราวเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น้ำใส และปริมาณน้ำไม่มากไม่น้อยเกินไป ผู้ที่สนใจการล่องแก่งควรติดต่อบริษัทนำเที่ยวเอกชน และต้องมีประสบการณ์มาบ้าง เนื่องจากสายน้ำนี้มีความยากระดับ 3-4 ใช้เวลาในการล่องเรือและเดินทางกลับราว 3 วัน 2 คืน

     

     

     

    Credit :  holidaythai

    Posted under Unseen in Thailand,ภาคเหนือ by thailandtravel on Monday 19 December 2011 at 3:06 pm

    Next Page »