• Pages

  • RSS News

  • พระธาตุดอยตุง

    พระธาตุดอยตุง

    ประวัติความเป็นมา

    พระธาตุดอยตุง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตามตำนานเล่าว่า สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์ผู้ครองนครโยนกนาคพันธ์ เมื่อพระองค์ได้ทำตุง (ธง) มีความยาว 1,000 วา ปักบนยอดเขา หากตุงปลิวไปถึงที่ใดก็ให้กำหนดเป็นฐานขององค์พระเจดีย์ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บรรจุพระรากแก้วขวัญเบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า ต่อมาพระมหาวชิรโพธิเถระได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาถวายพระเจ้ามังรายะนธิราช (โอรสของพระเจ้าอชุตราช) พระองค์จึงให้สร้างพระเจดีย์อีกองค์ใกล้กับพระเจดีย์องค์เดิม นับจากนั้นเป็นต้นมาพระธาตุดอยตุงจึงได้มีเจดีย์สององค์มาจนถึงทุกวันนี้

    ทุกปีจะมีประเพณีนมัสการพระธาตุดอยตุง ตรงกับวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือน 4 (เดือน 6 เหนือ) ในวันขึ้น 14 ค่ำ พุทธศาสนิกชนจะเริ่มเดินขึ้นพระธาตุดอยตุง ระยะทาง 17 กิโลเมตร พระสงฆ์ทำพิธีนำน้ำบ่อทิพย์มาที่วัดน้อยดอยตุง วันขึ้น 15 ค่ำ เข้าทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 100 รูป มีขบวนแห่น้ำบ่อทิพย์และตุงไชยจากวัดน้อยไปพระธาตุดอยตุง ตามด้วยพิธีสักการะสรงน้ำพระธาตุดอยตุงและห่มผ้าพระธาตุ

     

     

    การเดินทาง

    ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง จากตัวเมืองเชียงรายตรงไปอำเภอแม่สาย (หมายเลข 1 ซุปเปอร์ไฮเวย์) ประมาณ 43 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปดอยตุง (หมายเลข 1149) ประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปพระธาตุดอยตุง (เลี้ยวซ้ายไปพระตำหนักดอยตุง) ประมาณ 5 กิโลเมตร ผ่านวัดน้อยดอยตุง ถนนก่อนถึงพระธาตุฯ เป็นทางราดยางแคบ ค่อนข้างชัน โปรดใช้ความระมัดระวังในการขับรถ โทรศัพท์ 0 5376 7061

     

    Credit :  ichiangrai

    Posted under ภาคใต้ by thailandtravel on Monday 12 December 2011 at 1:35 pm

    แหลมพรหมเทพ

    แหลมพรหมเทพ สถานที่ท่องเที่ยวภูเก็ต

    แหลมพรหมเทพ

    แหลมพรหมเทพ

    เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต มีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยม เป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก สุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยต้นตาลที่ขึ้นอยู่กลุ่มใหญ่

    แหลมพรหมเทพ ถูกจัดเป็นหนึ่งในโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จุดเด่นคือ “ชมพระอาทิตย์ตกทะเล สวยที่สุดในประเทศไทย

    แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า “แหลมเจ้า” จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึก ไกลออกไป จะเห็นเกาะแก้วพิสดารอยู่ด้านหน้าแหลม และทางขวาจะมีถนนตัดไปหาดในหาน
    แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคน ที่มาเยือนภูเก็ต มักจะต้องหาโอกาสมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ
    แหลมพรหมเทพ อยู่ห่างจากหาดราไวย์ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากถนนหน้าหาดราไวย์ เลี้ยวซ้าย ที่สามแยกแรก ไปตามป้ายบอกทางก็จะถึงแหลมพรหมเทพ

    Posted under ภาคใต้ by ndesigns on Monday 13 September 2010 at 11:13 am

    ชมสระมรกต ท่ามกลางหมู่เกาะอ่างทอง ทะเลใน หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

    ทะเลใน หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

    ทะเลสาปแห่งความอัศจรรย์ น้ำทะเลสีเข้ม กลางหมู่เกาะ เปรียบเสมือนหนึ่งสระน้ำมรกต ในป่าหิมพานต์ ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์เอาไว้

    อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ประกอบด้วยหมู่เกาะมากมาย จำนวน 42 เกาะ บนเกาะมีลักษณะเป็นป่าดงดิบ จึงพบพืชและสัตว์หายาก พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นน้ำทะเล ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปะการังและสัตว์น้ำ มีการสำรวจพบโลมาและวาฬ บริเวณช่องอ่างทองก็ยังเป็นแหล่งวางไข่ของปลาทูที่มากที่สุดในประเทศไทย สำหรับใครชอบชมทิวทัศน์ของทะเล บนเกาะวัวตาหลับซึ่งเป็นเกาะใหญ่จะมีจุดชมวิวบนยอดเขา สามารถมองออกไปได้รอบทิศทาง ประดุจตาเหยี่ยวที่มองลงมาจากฟากฟ้า บนเกาะวัวตาหลับนี้เป็นที่ตั้งของอุทยานฯ จะมีสถานที่กางเต๊นท์ บ้านพัก และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้บริการ

    ส่วนที่เกาะแม่เกาะ จะเป็นที่ตั้งของทะเลใน ทะเลสาบน้ำเค็มซึ่งสันนิษฐานว่า เกิดจากการยุบตัวของหินปูน ทำให้เกิดบ่อลึก มีหน้าผาล้อมรอบ มีอุโมงค์ใต้น้ำเชื่อมสู่ทะเลเปิดด้านนอก เป็นทางผ่านของสายน้ำและฝูงปลาน้อยใหญ่ และทำให้มีน้ำขึ้น น้ำลง เช่นทะเลทั่วไป

    ทะเลใน กลางเกาะแม่เกาะ มีความงดงามมาก น้ำทะเลสีเขียวเข้มโอบล้อมด้วยขุนเขาต่างๆ ดูคล้ายสระมรกต หรือสระอโนดาตในป่าหิมพานต์ซึ่งปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์

    ลักษณะที่สำคัญของอุทานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองคือประกอบไปด้วยเกาะเป็นเขาหินปูน จำนวน 42 เกาะที่มีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันออกไป ส่วนเนื้อที่บนตัวเกาะเองนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าอย่างมากและยังเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งพันธุ์พืชหายากหลายชนิด เช่น กล้วยไม้รองเท้านารี เป็นต้น ส่วนในพื้นที่ที่เป็นทะเล หมู่เกาะอ่างทองถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งวางไข่ของปลาทู ซึ่งนับความีคงามสำคัญต่อระบบนิเวศน์วิทยาของทะเลไทยทั้งหมดอีกด้วย การเดินทางมาเยือนทะเลใน หรือหมู่เกาะอ่างทองนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้โดยการนั่งเรือจากเกาะสมุยซึ่งท่านสามารถมา
    ดำน้ำชมปะการังหรือเที่ยวชมเกาะอื่นๆในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเช่นเกาะวัวตาหลับซึ่งนับว่ามี
    ชื่อเสียงด้านความงามไม่แพ้กัน

    อร่อยประจำถิ่น

    • ถ้าจะทานอาหารทะเลมีร้านอยู่ทั่วไป แต่ไปแถวพุมเรียงต้องสั่งหอยขาว ไปแถวปากน้ำกะแดะสั่งหอยนางรมสดๆ ร้านป้าทิ้ง ร้านแถวคลองท่า ต้องกุ้งหลวง กุ้งก้ามกราม เพราะเป็นแหล่งของมัน

    รู้ก่อนเดินทาง

    • ผู้ที่จะเดินทางมาชมทะเลใน ออกเดินทางจากเกาะสมุย มีเรือนำเที่ยวบริการออจากท่าเรือหน้าทอน ประมาณ 09.00 น. กลับเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณเที่ยวละ 1 ชม.
    • ฤดูกาลที่เหมาะสมแก่การเดินทางไปเที่ยวทะเลในราวเดือน เมษายน พฤศจิกายน
    Posted under ภาคใต้ by ndesigns on Sunday 11 July 2010 at 6:34 am

    ล่องเรือชมเขื่อน ในบรรยากาศกุ้ยหลินเมืองไทย เขื่อนรัชชประภา เขาสก สุราษฎร์ธานี

    เขื่อนรัชชประภา เขาสก สุราษฎร์ธานี

    ภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน มีแนวผามากมาย ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่สีเขียวขจี ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ายามเช้า ที่มีสายหมอกห่มคลุมยอดเขา คือภาพประทับใจที่ปรากฏขึ้นที่นี่

    เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชียวหลาน อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสก เขตแนวป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ของเขาสก เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและนกหายากหลายชนิด แหล่งท่องเที่ยวของเขาสกแบ่งเป็น 2 พื้นที่ คือ การเดินป่า ใครที่สนใจการผจญภัย การเดินป่าเขาสก ก็ท้าทายไม่ใช่เล่น ย่างเท้าก้าวเดินลัดเลาะไปตามป่าเขาเพื่อชม แหล่งน้ำตกธรรมชาติ แต่ไฮไลท์ที่สำคัญของที่นี่ คือการชมดอกบัวผุด ดอกไม้หายากเฉพาะถิ่น ที่ว่ากันว่า มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดอกบานมีขนาด 70 80 เซนติเมตร อยู่ในแนวป่าลึกของเขาสก

    อีกกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือการล่องเรือชมวิวทิวทัศน์เหนือ เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน จากภูมิประเทศที่เป็นเขาหินปูน และล้อมรอบด้วยผืนน้ำกว้างใหญ่ในเขื่อน ซึ่งมีน้ำสีเขียวมรกตดูสวยงามแปลกตา จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย ในวันที่โชตดีอาจจะได้เห็นค่างแว่นและนกเงือก นอกจากนี้ รอบๆพื้นที่ของเขื่อนยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ถ้ำน้ำทะลุ เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลผ่านซึ่งต้องเดินเข้าป่าไปชม และถ้ำปะการัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง สามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำได้ทั่วทั้งหมด

    หากจะพูดว่าในปัจจุบันคงไม่มีนักท่องเที่ยวคนใดไม่รู้จักเขื่อนรัชชประภาหรือกุ้ยหลินเมืองไทยก็คงจะไม่ดูเกินเลยนัก เพราะหากจะพูดถึงกุ้ยหลินเมืองไทยก็นับว่าเป็นยอดปรารถนาของนักท่องเที่ยวแทบจะทุกคนที่ต้องการอยากจะมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิต ความสวยงามของเขื่อนรัชชประภานั้นอยู่ที่ ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูนที่สูงชันล้อมรอบไปด้วยผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ด้วยความลึกของระดับน้ำประกอบกับสีของน้ำที่เป็นสีเขียวมรกตซึ่งเกิดจากแสงสะท้อนของบรรดาเหล่าตะใคร่ที่อยู่ใต้น้ำ เมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์สวยงามเป็นอย่างมากซึ่งหากดูเผินๆจดูเหมือนน้ำทะเลสีเขียวมรกตเลยทีเดียว

    อร่อยประจำถิ่น

    • ร้านอาหารพื้นบ้านที่เลื่องชื่อต้องไปที่ร้านลัคกี้ อยู่หัวมุม ถ.ตลาดใหม่เยื้อง รพ.ทักษิณ เมนูพิเศษ แกงส้มปลากระบอก สะตอผัดกะปิ ตบท้ายด้วยหอยนางรมสด อร่อยอย่าบอกใคร

    รู้ก่อนเดินทาง

    • ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว คือเดือน ธันวาคม เมษายน ของทุกปี
    • ในเขื่อนรัชชประภา มีที่พักแบบเรือนแพของอุทยานฯ ของกรมป่าไม้ ของการไฟฟ้า และของเอกชนไว้บริการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ อุทยานแห่งชาติเขาสก โทร. 077 395 139 หรือ 077 395 055
    Posted under ภาคใต้ by ndesigns on Saturday 10 July 2010 at 6:28 am

    ดำดิ่งสู่โลกใบใหม่ อันงดงาม ใต้ท้องทะเล เกาะเต่า สุราษฎร์ธานี

    เกาะเต่า สุราษฎร์ธานี

    เกาะเต่า เป็นความฝันของนักดำน้ำ ที่ชื่นชอบในการเดินทางผจญภัย สู่โลกอันแสนงดงามใต้ท้องทะเล โลกอีกใบ… ที่แฝงเร้นอยู่ในโลกใบเดิม

    เกาะเต่า เกาะเล็กๆ ตั้งอยู่กลางอ่าวไทย เป็นแหล่งดำน้ำที่ผู้หลงใหลในการดำน้ำทั่วโลกต่างรู้จักดี เพราะเลื่องลือในความงดงามและสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเลไม่แพ้ที่ใดในโลกจุดดำน้ำชมปะการังของที่นี่ มีอยู่หลายจุดด้วยกัน ทั้งอ่าวลึก แหลมเทียน กองหินวง อ่าวมะม่วง กงทรายแดง มีดอกไม้ทะเลสีสดใส ฝูงปลานับร้อยที่แหวกว่ายแวะเวียนมาทักทายอย่างเป็นมิตร มีแนวปะการังกำแพงธรรมชาติยาวกว่า 8 กิโลเมตร กว้างเฉลี่ยถึง 200 เมตร รอท้าทายนักดำน้ำที่รักการผจญภัย สำหรับใครที่ชอบความตื่นเต้นมากกว่านั้น ขอแนะนำเกาะฉลาม ถ้าดวงดีอาจได้เห็นฉลามขนาด 2 3 เมตร ฝูงละประมาณ 7 8 ตัว ว่ายเวะเวียนมาให้ยลโฉม เพิ่มบรรยากาศความตื่นเต้นเร้าใจได้อีกทวีคูณ สำหรับผู้ที่รักสงบ ชอบเดินเล่นริมทะเล เสน่ห์ของน้ำทะเลสีเขียวเข้ม ตัดกับหาดทรายขาวของหาดทรายรีก็ชวนหลงใหลได้ไม่น้อย

    สักครั้งที่ฝันเป็นจริง ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วดำดิ่งสู่โลกใบใหม่ หลิ้วไหวไปในท้องทะเล ดั่งเกลียวคลื่น สงบเงียบ ฉ่ำเย็น แหวกว่ายทักทายเหล่าฝูงปลาอย่างกลมกลืน ราวกับเป็นพวกเดียวกัน ชมดอกไม้สีสดใสใต้ท้องทะเล คงเป็นความสุขใจที่ยากจะลืมเลือน

    ในปัจจุบันหากจะพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่เป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย คงจะหนีไม่พ้นเกาะนางยวนและเกาะเต่าซึ่งนับได้ว่าเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยที่สุดของเมืองไทยเกาะเต่าประกอบไปด้วยสองเกาะ คือเกาะนางยวนและเกาะเต่า ในปัจจุบันเกาะเต่าไม่ใช่เพียงแค่สวรรค์ของนักดำน้ำเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสวยงามของธรรมชาติและความสงบ โดยปัจจุบันมีรีสอร์ทที่พักเกิดขึ้นอย่างมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ก็ยังสามารถคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ได้เป็นอย่างดี

    อร่อยประจำถิ่น

    • อาหารทะเลที่นี่สดมากๆ ปลาตัวโต ปูตัวใหญ่ โดยเฉพาะที่ริมหาดทรายรี มีร้านอาหารมากมายให้เลือกหลากหลายบรรยากาศ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารริมชายหาด
    • เจ๊ทรายผัดไท ตรงข้ามท่าเรือท่องเที่ยวบางรักษ์ (ท่าเรือซีทราน) มีเมนูเด็ด ส้มตำปูม้า ผัดไท หอยทอดกระทะร้อน โทร. 077 430 274 และ 087 461 2568

    รู้ก่อนเดินทาง

    • ใกล้ๆกับเกาะเต่า จะมีเกาะนางยวน เกาะเล็กๆ เกาะน้อย มี 3 เกาะ ที่เชื่อมต่อกันด้วยสันทรายสีขาว ยามน้ำลงสามารถเดินถึงกันได้ การเดินทางจากเกาะเต่า ใช้เวลา 10 15 นาที สวยงามไม่ควรพลาดชม

    ที่พักสุราษฏร์ธานี โรงแรมสุราษฏร์ธานี โรงแรมในสุราษฏร์ธานี

    Posted under ภาคใต้ by ndesigns on Saturday 10 July 2010 at 6:20 am

    Next Page »