ชมปราสาทต้นแบบของปราสาทหินทั้งปวง ปราสาทหินพิมาย นครราชสีมา

Posted by ndesigns | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | Monday 14 June 2010 8:42 am

ปราสาทหินพิมาย นครราชสีมา

ข้ามสะพานนาคราช เข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เตรียมใจพบกับความยิ่งใหญ่ของปราสาทหินพิมาย ที่สุดแห่งลายสลักหินที่บรรพชนสร้างขึ้นไว้ด้วยแรงแห่งศรัทธา

องค์พระศิวนาฏราชร่ายรำบนหินทรายสลักบนหน้าบันแห่งองค์ปรางค์ประธานนั้นดูราวกับว่าจะเคลื่อนไหวได้จริง ยิ่งเมื่อเดินชมรายละเอียดที่ถูกจำหลักไว้บนหินทรายอย่างดงามซึ่งสามารถเอาชนะกาลเวลามาได้จนถึงวันนี้ ยิ่งทำให้ทึ่งในฝีมือแห่งบรรพชนที่สร้างปราสาทหินที่ยิ่งใหญ่นี้ไว้นับตั้งแต่ในพุทธศตวรรษที่ 16 หรือเกือบพันปีมาแล้ว

ปราสาทหินพิมาย ตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มีความสวยงาม เป็นพุทธสถานในลัทธิมหายาน ด้วยรูปแบบของศิลปะเป็นแบบบาปวนผสมผสานกับศิลปะแบบนครวัด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ่งที่น่าสนใจคือ องค์ปราสาทนั้นหันหน้าไปทางทิศใต้ขณะที่ปราสาทแห่งอื่นมักหันหน้าสู่ทิศตะวันออก ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะปราสาทแห่งนี้จะหันหน้าไปเชื่อมโยงกับเมืองหลวงขอมในอดีต

จากความงามของโครงสร้าง การวางผัง และลำดับเวลาในการสร้างตามหลักฐานที่ปรากฏเชื่อกันว่า ปราสาทหินพิมาย ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างปราสาทแห่งอื่นในภูมิภาค เช่นปราสาทนครวัด อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวพิมาย ซึ่งร่วมกันรักษาปราสาทแห่งนี้ให้ยั่งยืนสืบไป

ปราสาทหินพิมายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างประเมินค่ามิได้ นอกจากจะเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของชาวจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ยังเป็นสถานที่ทรงคุณค่าในแง่ของการศึกษาทางประวัติศาสตร์ในด้านปราสาทหิน เพราะในปัจจุบันมีสถานศึกษามากมายหลายแห่ง พานักศึกษามาทัศนศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ปราสาทหินพิมาย เพราะมีความสะดวกในการเดินทางและสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีวิทยากรประจำอุทยานคอยให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวและนักศึกษาที่เดินทางมาทัศนศึกษาอีกด้วย ในปัจจุบันปราสาทหินพิมายได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ทั้งในส่วนของตัวปราสาทหินและบริเวณสภาพแวดล้อมโดยรอบโดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมศิลปากร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปราสาทหินพิมายกลายเป็นสานพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของชาวเมืองโคราชและจังหวัดใกล้เคียงสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน

อร่อยประจำถิ่น

  • มาเมืองพิมายต้องไม่พลาดผัดหมี่พิมาย เส้นเหนียวนุ่ม ทำจากแป้งข้าวเจ้าน่ารับประทาน แถวบริเวณไทรงาม มีให้เลือกชิมหลายร้าน ทานหมี่พิมายแล้วจะได้คุยว่ามาถึงเมืองพิมายแล้วจริงๆ

รู้ก่อนเดินทาง

  • อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย โทร. 044 471 568 เปิดเวลา 07.30 18.00 น.
  • ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท

ที่พักนครราชสีมา โรงแรมนครราชสีมา โรงแรมในนครราชสีมา

ชมปราสาทต้นแบบของปราสาทหินทั้งปวง ปราสาทหินพิมาย นครราชสีมา

Posted by ndesigns | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | Monday 12 April 2010 6:53 am

ปราสาทหินพิมาย นครราชสีมา

ข้ามสะพานนาคราช เข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ เตรียมใจพบกับความยิ่งใหญ่ของปราสาทหินพิมาย ที่สุดแห่งลายสลักหินที่บรรพชนสร้างขึ้นไว้ด้วยแรงแห่งศรัทธา

องค์พระศิวนาฏราชร่ายรำบนหินทรายสลักบนหน้าบันแห่งองค์ปรางค์ประธานนั้นดูราวกับว่าจะเคลื่อนไหวได้จริง ยิ่งเมื่อเดินชมรายละเอียดที่ถูกจำหลักไว้บนหินทรายอย่างดงามซึ่งสามารถเอาชนะกาลเวลามาได้จนถึงวันนี้ ยิ่งทำให้ทึ่งในฝีมือแห่งบรรพชนที่สร้างปราสาทหินที่ยิ่งใหญ่นี้ไว้นับตั้งแต่ในพุทธศตวรรษที่ 16 หรือเกือบพันปีมาแล้ว

ปราสาทหินพิมาย ตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย มีความสวยงาม เป็นพุทธสถานในลัทธิมหายาน ด้วยรูปแบบของศิลปะเป็นแบบบาปวนผสมผสานกับศิลปะแบบนครวัด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ่งที่น่าสนใจคือ องค์ปราสาทนั้นหันหน้าไปทางทิศใต้ขณะที่ปราสาทแห่งอื่นมักหันหน้าสู่ทิศตะวันออก ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะปราสาทแห่งนี้จะหันหน้าไปเชื่อมโยงกับเมืองหลวงขอมในอดีต

จากความงามของโครงสร้าง การวางผัง และลำดับเวลาในการสร้างตามหลักฐานที่ปรากฏเชื่อกันว่า ปราสาทหินพิมาย ถือเป็นต้นแบบสำคัญในการสร้างปราสาทแห่งอื่นในภูมิภาค เช่นปราสาทนครวัด อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวพิมาย ซึ่งร่วมกันรักษาปราสาทแห่งนี้ให้ยั่งยืนสืบไป

ปราสาทหินพิมายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างประเมินค่ามิได้ นอกจากจะเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของชาวจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ยังเป็นสถานที่ทรงคุณค่าในแง่ของการศึกษาทางประวัติศาสตร์ในด้านปราสาทหิน เพราะในปัจจุบันมีสถานศึกษามากมายหลายแห่ง พานักศึกษามาทัศนศึกษาและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ปราสาทหินพิมาย เพราะมีความสะดวกในการเดินทางและสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีวิทยากรประจำอุทยานคอยให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวและนักศึกษาที่เดินทางมาทัศนศึกษาอีกด้วย ในปัจจุบันปราสาทหินพิมายได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ทั้งในส่วนของตัวปราสาทหินและบริเวณสภาพแวดล้อมโดยรอบโดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมศิลปากร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปราสาทหินพิมายกลายเป็นสานพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของชาวเมืองโคราชและจังหวัดใกล้เคียงสามารถเดินทางมาเยี่ยมชมได้โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน

อร่อยประจำถิ่น

  • มาเมืองพิมายต้องไม่พลาดผัดหมี่พิมาย เส้นเหนียวนุ่ม ทำจากแป้งข้าวเจ้าน่ารับประทาน แถวบริเวณไทรงาม มีให้เลือกชิมหลายร้าน ทานหมี่พิมายแล้วจะได้คุยว่ามาถึงเมืองพิมายแล้วจริงๆ

รู้ก่อนเดินทาง

  • อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย โทร. 044 471 568 เปิดเวลา 07.30 18.00 น.

ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท

ขอพรให้มิตรภาพ และความรักนั้นเป็นนิรันดร์ พระธาตุศรีสองรัก เลย

Posted by ndesigns | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | Thursday 3 September 2009 10:15 pm

พระธาตุศรีสองรัก เลย

สุดแดนแห่งจังหวัดเลย คือพระธาตุศรีสองรัก ที่เป็นพยานแห่งสัจจะไมตรีของสองอาณาจักรใครได้มาไหว้พระธาตุศรีสองรักนี้ เชื่อว่าความรักและสัมพันธภาพนั้นจะมั่นคงสืบไป

เลยเป็นจังหวัดทางภาคอีสานตอนเหนือ มีภูมิประเทศที่งดงามด้วยเทือกภูที่สลับซับซ้อน ประกอบกับภูมิกาอาศที่แสนสบาย ชวนให้ดินแดนแห่งนี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้มาเยือนอยู่เสมอ ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุศรีสองรักอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพบูชาของทั้งชาวไทยและชาวลาวมานานกว่าสี่ศตวรรษ

พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านซ้าย เป็นพระธาตุก่ออิฐถือปูนสีขาวสร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบล้านช้าง ตามตำนานกล่าวว่า… ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และเครื่องหมายแห่งมิตรภาพระหว่างสองอาณาจักร โดยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์แห่งอาณาจักรอยุธยา และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ซึ่งได้ร่วมกันสร้างพระธาตุและตั้งสัตยาธิษฐานไว้ว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และไม่ล่วงล้ำดินแดนซึ่งกันและกันตลอดไป

พี่น้องชาวไทยและชาวลาวต่างเชื่อกันว่า หากผู้ใดได้มากราบไหว้ พระธาตุศรีสองรัก และขอพรในด้านที่เกี่ยวกับความรักและมิตรภาพนั้นจะได้พบกับความสมหวัง และมีสัมพันธภาพที่ยั่งยืน ดังนั้นเราจึงได้พบเห็น หนุ่มสาว หรือ เพื่อนฝูง ที่พากันมานมัสการพระธาตุศรสองรัก ไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยจิตที่มุ่งมั่นขอรพให้ความรักและมิตรภาพนั้นอยู่ชั่วนิรันดร์

ในปัจจุบันพระธาตุศรีสองรักเปรียบเสมือนสัญญลักษณ์แห่งมิตรภาพที่ชาวพุทธและนักท่องเที่ยว
ยึดถือและเดินทางไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทางไปเยือน
จังหวัดเลยทั้งนี้ก็เนื่องมาจากพระธาตุแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงมิตรภาพระหว่างอาณาจักรกรุง
ศรีอยุธยา
และอาณาจักรเวียงจันท์ในสมัยก่อน อีกทั้งยังเป็นเรื่องหมายแบ่งเขตแดนของ
ทั้งสองอาณาจักรอีกด้วยพระธาตุแห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ
สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พระธาตุแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเลยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 83 กิโลเมตรซึ่งประดิษฐานอยู่ในวัดพระธาตุศรีสองรักและเป็นวัดที่ไม่มี
พระภิกษุจำพรรษาอยู่

อร่อยประจำถิ่น

  • ที่อำเภอด่านซ้าย มีน้ำพริกแจ่วดำน้ำผักสะทอน เป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ และเป็นของฝากที่หาทานได้ยากมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาดี อำเภอด่านซ้ายร่วมกันผลิตจำหน่าย สนใจหาซื้อได้ที่ร้าน OTOP ในจังหวัดเลย

รู้ก่อนเดินทาง

  • มีความเชื่อว่าหากนำต้นผึ้งไปขอพรพระธาตุศรีสองรักแล้วจะสมความมุ่งมาดปราถนา แต่ควรงดสักการะด้วยดอกไม้ และของบูชาสีแดง รวมทั้งงดใส่เสื้อสีแดงไปบูชาพระธาตุ เพราะถือเป็นสีแห่งเลือดและความรุนแรง

มงคลแห่งชีวิต สักการะองค์พระธาตุ ที่ผุดขึ้นจากเนินดิน พระธาตุนาดูน มหาสารคาม

Posted by ndesigns | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | Thursday 3 September 2009 9:57 pm

พระธาตุนาดูน มหาสารคาม

นมัสการองค์พระบรมสารีริกธาตุ ที่เคยสาบสูญแห่บ้านนาดูน ซึ่งถูกพบจากเนินดินพร้อมกับเรื่องราวความสำคัญของถื่นพุทธมณฑลอีสานแห่งมหาสารคาม

ในภาคอีสานอันกว้างใหญ่นั้นมีพระธาตุสำคัญหลายองค์ อันเป็นเครื่องแสดงถึงความรุ่งเรืองและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในพื้นที่ที่ไม่เคยเสื่อมคลายมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยในจังหวัดมหาสารคามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุสำคัญองค์หนึ่ง คือ พระธาตุนาดูน อันเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง ซึ่งชาวอีสานเชื่อกันว่าใครได้มาสักการะบูชา พระธาตุนาดูน สักครั้งหนึ่งแล้วนั้น จะถือว่าเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิต

กล่าวกันว่าพระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกค้นพบขึ้นจากเนินดินในซากโบราณสถานร้าง กลางทุ่งนาแห่งบ้านนาดูน เป็นที่มาของการสร้างพระธาตุนาดูน ที่สวยงามอลังการขึ้นไว้เพื่อประดิษฐานและเป็นที่สักการะบูชาสืบไป โดยหลักฐานการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ และโบราณวัตถุแห่งจัมปาศรีซึ่งเป็นนครโบราณสมัยทวาราวดีนั้น แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและความเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาที่สำคัญของพื้นที่แห่งนี้ในอดีต

นอกจากคุณจะได้อิ่มบุญไปกับการไหว้พระธาตุนาดูนสีขาว สูงสง่ามองเห็นได้แต่ไกลแล้ว พื้นที่โล่งโดยรอบนั้นยังจัดเป็นสัดส่วนที่สวยงามมองแล้วสบายตา มีสายลมพัดเย็นๆที่ช่วยให้จิตใจสลบและผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว

จากการพิสุจน์หลักฐานทางโบราณคดี เชื่อกันว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุอยู่ในราว 1,300 ปี และในปัจจุบันมีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆในหมู่พระธาตุทั้งหมดในภาคอีสาน ในปัจจุบันพระธาตุนาดูนนอกจากจะเป็นถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน
นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปจังหวัดมหาสารคามแล้ว บริเวณรอบพราตุยังถูกจัดให้เป็น พิพิธภัณฑ์ทางศานนาและวัฒนธรรม สวนรุกชาติ และ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็น สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาอีกด้วย จากรูปทรงจะสังเกตุเห็นได้ว่าพระธาตุมีลักษณะองค์ ที่แตกต่างออกไปจากพระธาตุองคือื่นๆในภาคอีสาน ทั้งนี้เป็นเพราะพระธาตุนาดูน ถูกจำลองแบบมาจากสถูปสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งมีฐานประยุกต์แบบศิลปทวาราวดี
จึงทำให้มีลักษณะแต่งต่างจากพระธาตุองค์อื่นๆ

อร่อยประจำถิ่น

  • มาเยือนมหาสารคามทั้งทีควรหาโอกาสลิ้งลอง หม่ำ หรือ ไส้กรอกอีสานรสเด็ด ที่มีทั้งที่ทำจากเนื้อหมูและเนื้อวัว ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไป หากติดใจซื้อฝากคนที่บ้านก็ได้ เพราะสามารถเก็บไว้รับประทานได้หลายวัน

รู้ก่อนเดินทาง

  • ในบริเวณพระธาตุนาดูนนั้นมีศูนย์พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมจัมปาศรีซึ่งเก็บรักษาศิลปวัตถุที่ ่ขุดค้นพบในพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่น่าเข้าชม สำหรับผู้ที่ต้องการเติม ความรู้ไปควบคู่กับการเติมบุญในคราวเดียวกัน
« Previous Page