ชมวัดในตำนาน กราบนมัสการหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร สุพรรณบุรี

Posted by ndesigns | ภาคกลาง | Thursday 10 June 2010 4:54 am

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร สุพรรณบุรี

วัดป่าเลไลย์วรวิหารเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นวัดที่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุธรูปปางเลไลย์ ซึ่งเป็นปางที่นับว่าหาดูได้ยากในพระพุธรูปขนาดใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้วปางป่าเลไลย์นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อภายหลัง เพราะปางเดิมของพระพุทธรูนี้คือปางปฐมเทศนา ซึ่งชาวบ้านทั่วไปในจังหวัดสุพรรณบุรีมักจะเรียกกันติดปากว่าหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์และถือเป็นพระพุธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณบุรีอีกด้วย ความน่าสนใจอีกประการหนึ่งของวัดนี้คือประวัติเกี่ยวกับการบูรณะปฏิสังขรณ์ ในประวัติศาสตร์กล่าวไว้ว่าเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงผนวชและเสด็จธุดงค์มาพบวัดแห่งนี้ก็ได้มีรับสั่งให้บูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่นับตั้งแต่นั้นมา ซึ่งนับว่าเป็นวัดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก อีกทั้งในปัจจุบัน วัดป่าเลไลย์ได้รับการโปรดเกล้าให้เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี

จากวัดในวรรณคดีขุนช้างขุนแผน สู่การเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี เชื่อกันว่าหากได้มีโอกาสมากราบเท้าหลวงพ่อโตแห่งวัดป่าเลไลยก์สักครั้งในชีวิต ก้าวต่อไปข้างหน้าของชีวิตจะเต็มไปด้วยความสุขสมหวัง

บทตอนอันสนุกสนานจากวรรณคดีขุนช้างขุนแผน ได้สร้างชื่อให้วัดป่าเลไลยก์ กลายเป็นวัดที่หลายต่อหลายคนรู้จัก และในฐานะวัดคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี วัดนี้จึงมีความสำคัญไม่น้อย แม้เวลาล่วงผ่านกี่ยุคสมัย ใครที่ได้แวะไปเที่ยวสุพรรณฯ ก็มักจะต้องไปกราบนมัสการหลวงพ่อโตแห่งวัดป่าเลไลยก์อยู่เสมอๆ วัดป่าเลไลยก์ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ คืนความงดงามสู่ขอบขัณฑสีมาอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสุพรรณบุรีนับแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับหลวงพ่อโตหรือพระป่าเลไลยก์นั้น เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่ มีพุทธศิลป์แบบอู่ทองประทับนั่งห้อยพระบาทสูงตระหง่านอยู่ภายในวิหาร ดูสง่างามยิ่งนัก องค์พระมีความสูงถึง 23.48 เมตร และภายในองค์พระพุทธรูปยังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ ทุกวันจะมีผู้คนทั่วทุกสารทิศเข้ามากราบนมัสการแทบพระบาทพระป่าเลไลยก์อยู่ไม่ขาดสาย เพราะเชื่อกันว่าจะทำให้ชีวิตมีแต่สิริมงคล สุขกายสบายใจ ก้าวเดินไปทางไหนก็ไร้ซึ่งอุปสรรค

อร่อยประจำถิ่น

  • แวะชิมขนมสาลี่เมืองสุพรรณ และขนมหวานสารพัดชนิดหรือซื้อปลาแม่น้ำที่นำมาตากแห้ง เช่นปลาม้า ปลารากกล้วย ฯลฯ

รู้ก่อนเดินทาง

  • ในวันขึ้น 7 9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12 จะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
  • วัดป่าเลไลยก์ ตั้งอยู่บนถนนมาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ห่างจากศาลากลางจังหวัด 4 กม.

ขอพรพระนอนจักรสีห์ ให้เกิดแต่สิ่งที่ดีในชีวิต วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี

Posted by ndesigns | ภาคกลาง | Wednesday 9 June 2010 10:13 pm

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี

จังหวัดสิงห์บุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยและยังเป็นที่ตั้งของวัดที่มีชื่อเสียงมากมายหลายแห่ง วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารเป็นวัดเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยธยาเป็นราชธานี ความน่าสนใจของวัดนี้คือเป็นที่ประดิษฐานของพระพทธรูปปางไสยยาสน์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีตำนานและปาฏิหารย์เกี่ยวกับพระพุทธรูปองค์นี้มากมาย ดังนั้นจึงเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนทั้งในจังหวัดสิงห์บุรีเองและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้ว และพระกาฬ พระพุทธรูปปางสมาธิปิดทองซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้รับความเลื่อมใสศรัธาจากพุทธศาสนิกชนอย่างมากเช่นเดียวกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวคนได้ได้มีโอกาสเดินทางผ่านหรือไปเยือนจังหวัดสิงห์บุรี ก็มักจะไม่พงาดในการไปเยี่ยมชมวัดแห่งนี้

ทำบุญปิดทองพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ที่ยาวที่สุดในประเทศ ที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารชมต้นสาละลังกาต้นใหญ่ ที่เชื่อกันว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริง หากดอกสาละนั้นร่วงหล่นมาตรงเบื้องหน้า

หากได้มาวัดพระนอนจักรสีห์ จะต้องตะลึงในความงามและความยิ่งใหญ่ของพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปางไสยาสน์ หรือที่เรียกกันว่าปางปราบอสุรินทราหู ที่มีควมยาวจากพระเมาลีจนปลายพระบาทถึง 47.4 เมตร

กล่าวกันว่าองค์พระนอนจักรสีห์ ได้รับการสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการทำนุบำรุงเรื่อยมาหลายยุคสมัย ซึ่งครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงสักการะ และพระราชทานเงินบูรณะพระนอนจักรสีห์ด้วยพระองค์เอง

องค์พระนอนจักรสีห์นั้นเป็นที่เคารพบูชาของชาวสิงห์บุรีและชาวไทยทั่วสารทิศ ซึ่งพากันมาสักการะกันไม่ขาดสาย ด้วยศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อกันว่าผู้ที่ได้มาปิดทองบูชาองค์พระนอนแล้วจะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

นอกจากนี้ในบริเวณวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารยังมีต้นสาละลังกาต้นใหญ่ อันเป็นต้นไม้สำคัญในพุทธประวัติที่ผลิดอกบานสะพรั่งสวยงามอยู่เสมอ ราวกับรอคอยพุทธศาสนิกชนให้มาชื่นชม มีคนท้องถิ่นกระซิบว่าสาละลังกาต้นนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และเสี่ยงทายได้แม่นยำนัก หากคุณตั้งจิตอธิษฐานสิ่งใด แล้วดอกสาละลังกานั้นร่วงหล่นลงตรงหน้า… หมายความว่าคำอธิษฐานนั้นจะเป็นจริง

อร่อยประจำถิ่น

  • สิงห์บุรีนั้นมีชื่อเรื่องปลาช่อน ใครชอบปลา ควรแวะร้านแม่ลาปลาเผา ที่มีเมนูเด็ด คือปลาช่อนแม่ลาเผาย่างไฟอ่อนๆ หรือน้ำพริกปลาช่อสดที่ใครๆก็ไม่อาจปฏิเสธในความอร่อย รวมทั้งอาหารจานเด็ดอื่นหลายรายการ โทร. 036 512 431

รู้ก่อนเดินทาง

  • หากต้องการมาร่วมงานปิดทองประจำปีพระนอนจักรสีห์นั้น ควรมาในช่วงวันแรม 7 8 ค่ำ ของเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของจังหวัดสิงห์บุรี

ร่มเย็นเหมือนดังอยู่ใต้ร่มโพธิ์ร่มไทร ในพระพุทธศาสนา โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดบางกุ้ง สมุทรสงคราม

Posted by ndesigns | Unseen in Thailand,ภาคกลาง | Wednesday 9 June 2010 10:02 pm

โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดบางกุ้ง สมุทรสงคราม

ดังอัศจรรย์แห่งธรรมชาติ… ใต้ร่มโพธิ์และร่มไทรนั้นคือ โบสถ์อันศัดิ์สิทธิ์ตั้งแต่สมัยอยุธยามาสัมผัสความร่มเย็นด้วยส่วนลึกของหัวใจ เมื่อได้กราบไหว้หลวงพ่อดำในโบสถ์ปรกโพธิ์

หากมาที่วัดบางกุ้งแล้วละก็ หากไม่สังเกตให้ดี คุณอาจไม่รู้เลยว่าภายใต้รากและใบหนาของต้นโพธิ์คือพระอุโบสถสมัยกรุงศรีอยุธยาอันเก่าแก่ที่ดูช่างน่าพิศวง ราวกับว่าธรรมชาติได้เข้าช่วยค้ำยันเสริมโครงสร้างโบสถ์เก่าแก่หลังนี้ ให้เข้มแข็งและผ่านกาลเวลามาได้จนทุกวันนี้ ไม่เพียงแต่ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติที่เข้าแทรกตัวเป็นหนึ่งเดียวกันกับศาสนสถานเพียงเท่านั้น โบสถ์ที่ได้รับฉายาตามรูปลักษณ์ว่ โบสถ์ปรกโพธิ์ แห่งวัดบางกุ้งนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำ หรือ พระพุทธนิลมณี พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวสมุทรสงคราม และท้องถิ่นใกล้เคียงในด้านของพุทธคุณความศักดิ์สิทธิ์

โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดบางกุ้ง ถือเป็น unseen in Thailand อีกแห่งหนึ่งเนื่องด้วยความแปลกของโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ซึ่งนับว่าหาดูได้ยาก จึงทำให้วัดบางกุ้งเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยว และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องเดินทางมาเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ในทุกครั้งที่เดินทางมาเยือนจังหวัดสมุทรสงคราม นอกจากความแปลกประหลาดของโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์แล้ว ภายในวัดปรกโพธิ์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆอีกหลายอย่าง อาทิรูปปั้นแสดงศิลปะการต่อสู้ของไทยในสมัยโบราณทำให้เราได้ทราบถึงรูปแบบการต่อสู้ต่างๆของไทยเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนฝาผนังสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติอีกด้วย

เชื่อกันว่าหากผู้ใดได้เข้ามาสักการะหลวงพ่อดำในโบสถ์ปรกโพธิ์แห่งนี้แล้ว บารมีของท่านจะช่วยปกปักรักษาให้ชีวิตมีความร่มเย็นเป็นสุข และแคล้วคลาดจากปวงภัย สามารถเอาชนะอุปสรรคได้ทุกประการ ร่มไม้ใบหนาที่ให้ความร่มเย็นภายในโบสถ์ปรกโพธิ์ ยังช่วยสร้างความสงบสุขทางใจได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ผู้ที่มาเยือนวัดบางกุ้ง ยังถือว่าได้มาเยือนค่ายรบโบราณที่สำคัญ เพราะวัดแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งค่ายรบสมัยอยุธยาที่เรียกกันว่าค่ายบางกุ้ง และยังเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้ตั้งค่ายเพื่อรบกับข้าศึกจนมีชัยอีกด้วย

อร่อยประจำถิ่น

  • มาสมุทรสงครามทั้งที ต้องไม่พลาดรายการอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะที่ดอนหอยหลอด มีร้านอาหารทะเลหลายร้านให้เลือกลิ้มลอง โดยเฉพาะเมนูเด็ดขึ้นชื่อ คือ หอยหลอดผัดฉ่ารสชาติจัดจ้าน

รู้ก่อนเดินทาง

  • มาถึงวัดบางกุ้งแล้วอย่าลืมแวะชมวังมัจฉาด้านหน้าวัด มีปลาสวายตัวโต และปลาชนิดต่างๆมากมาย

รำลึกถึงวันวาน ที่ตลาดเก่า นครชัยศรี ตลาดนครชัยศรี นครปฐม

Posted by ndesigns | ภาคกลาง | Tuesday 20 April 2010 9:23 am

ตลาดนครชัยศรี นครปฐม

หากคุณโหยหาอดีตและความงามของวันวาน เสน่ห์แห่งห้องแถวไม้ และร้านค้าเก่าแก่ที่ยังอยู่ในสภาพดีที่ตลาดชุมชนเก่าริมแม่น้ำนครชัยศรี คงจะช่วยเติมเต็มความรู้สึกนั้นให้คุณได้ไม่มากก็น้อย

ตลาดริมน้ำในชุมชนโบราณอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เป็นตลาดเล็กๆที่ประกอบไปด้วยอาคารไม้และร้านรวงเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ และมีสภาพไม่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากนัก ได้แก่ ตลาดนครชัยศรี ที่เคยถูกเรียกว่า ตลาดท่านา ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ที่พากันมาจับจ่ายหาซื้ออาหาร และซึมซับบรรยากาศแบบดั้งเดิมที่ยังมีเสน่ห์ ภายในตลาดมีทั้งอาหารคาว หวานให้เลือกสรรกันอย่างอุดมสมบูรณ์ โดยมีของกินชวนอร่อยมากมายไม่ว่าจะเป็น เป็ดพะโล้ ก๋วนเตี๋ยวแคระโบราณ ขนมปังเย็น ปลากริม ไข่เต่า บัวลอย และผลไม้สดๆ จากสวน โดยเฉพาะส้มโอนครชัยศรีที่มีชื่อเสียง รวมทั้งยังเป็นแหล่งร้านอาหารริมน้ำที่ชวนชิมหลายแห่ง

นอกจากอาหารการกินแล้ว ตลาดนครชัยศรี ยังมีร้านค้าที่ขายของน่าชมหลายร้าน ที่เน้นการตกแต่งเชิงอนุรักษ์ หรือว่าย้อนยุค เช่น ร้านขายของเล่นสังกะสีจากจีนแดง ที่ขายของเล่นซึ่งหลายคนยังจดจำได้จากวัยเด็ก หรือว่าร้านขายของเก่าที่มี เฟอร์นิเจอร์ เช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ไม้ หรือว่าของจากอดีตทั้งหลายจำหน่ายด้วย ซึ่งคงเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ที่ชื่นชอบสะสมของเก่าไม่น้อยทีเดียว

หากจะกล่าวถึงแหล่งรวมของอร่อยที่อยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมากนัก ตลาดนครชัยศรี ก็คงจะเป็นตัวเลือกในลำดับต้นๆของนักท่องเที่ยวที่นิยมเที่ยวไปกินไป เพราะเมืองนครปฐมก็เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายอยู่แล้ว หากรวมตลาดนครชัยศรีเข้าไปก็ยิ่งทำให้เมืองนครปฐมเป็นเมืองที่มีสถานท่องเที่ยวครวทุกรูปแบบสำหรับคนเมืองในระยะทางที่สามารถไป กลับได้ภายใน 1 วัน หรือบางครั้งบางคนถึงกับเดินทางมาตลาดนครชัยศรีโดยเฉพาะเพื่อมาซื้ออาหารชนิดโปรดซึ่งมีรสชาติไม่เหมือนใครและมีขายที่ตลาดที่นี่แห่งเดียวเท่านั้น

อร่อยประจำถิ่น

  • มาตลาดนครชัยศรีทั้งที อย่าพลาดร้านติ๊กโภชนา อย่าลืมสั่ง ต้มยำกุ้ง ห่อหมกปลาช่อน คางปลาทอด หรือแม้กระทั่งไข่เจียวหมูสับ สูตรพิเศษที่ไม่เหมือนใคร หรือถ้าอยากดื่มกาแฟ ขอแนะนำ กาแฟโบราณร้านคุณจุก หวานมัน เข้มข้น แก้ง่วงได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น นครชัยศรียังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองส้มโอหวานจึงถือเป็นของฝากยอกนิยม

รู้ก่อนเดินทาง

  • เพื่อความสะดวกควรไปถึงตลาดนครชัยศรีเร็วสักหน่อย เวลาที่เหมาะสมคือ ช่วงเช้า หรือบ่ายอ่อนๆ เนื่องจากตลาดนครชัยศรีนั้นจะปิดราว 6 โมงเย็น หรือเมื่อนักท่องเที่ยวบางตาลง แม่ค้าหลายคนก็จะเริ่มเก็บร้านกันแล้ว

อดีตที่สัมผัสได้ ในตลาดร้อยปี ตลาดคลองสวนร้อยปี ฉะเชิงเทรา

Posted by ndesigns | ภาคกลาง | Saturday 17 April 2010 7:42 am

ตลาดคลองสวนร้อยปี ฉะเชิงเทรา

ชมความงามและกลิ่นอายของอดีต ที่ยังมีลมหายใจ ที่ตลาดคลองสวนร้อยปี ซึ่งยังคงสภาพความงามของอดีตที่ยังหลงเหลือให้คุณได้อิ่มเอมใจและกลับบ้านไปพร้อมกับความอิ่มท้อง

ใครที่ได้มาเที่ยวชม ตลาดคลองสวนร้อยปี ในพื้นที่คาบเกี่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ คงคิดไปว่าได้มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ซึ่งคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการเดินจับจ่ายหาซื้อข้าวปลาในตลาด ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สะท้อนรูปแบบของการใช้ชีวิตและชุมชนไทยในอดีตที่แสนเรียบง่ายและมีเสน่ห์

ตลาดคลองสวนร้อยปี เป็นสิ่งที่เชื่อมประสานระหว่างวิถีชุมชนในอดีตเมื่อร้อยปีที่แล้วกับชุมชนเมืองในปัจจุบัน หากท่านต้องการดื่มด่ำไปกับการระลึกถึงอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กหรือหนุ่มสาว การเดินทางมาเยือนตลาดแห่งนี้นับได้ว่าเป้นสถานที่ที่จะทำให้ท่านระลึกถึงความอบอุ่นในวัยเยาว์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะตลาดนี้ไม่ใช่แต่เป็นเพียงร้านขายของโบราณธรรมดาทั่วไปหากแต่ยังคงไว้ซึ่งวิถีการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายร่วมสมัยของชาวบ้านที่นี่จะทำให้คุณเกิดความรู้สึกอิจฉาในการดำเนินชีวิตแบบไม่ต้องรีบเร่ง สินค้านับร้อยนับพันชนิดที่นับวันจะหาซื้อและหาดูได้ยากขึ้นแต่กลับถูกนำมารวมไว้อย่างเป็นธรรมชาติท่ามกลางสภาพแวดล้อมชุมชนที่กลมกลืน

เพียงได้เดินทอดน่องไปในตลาดเก่า ที่ยังคงมีบรรยกาศเดิมๆ ประกอบด้วยห้องแถวไม้และอาคารเก่าแก่ที่ยังคงหลงเหลือและเปิดทำการ เป็นร้านรวงต่างๆ ดังที่เคยเป็นมาในอดีต เช่น ร้านกาแฟโบราณ ร้านตัดผม ร้านเครื่องยาสมุนไพร และร้านขายของชำ ที่ยังคงมีข้าวของนานาชนิด ที่คุณอาจชมเพลินจนเผลอลืมคิดไปว่าได้ย้อนยุคกลับไปเมื่อวันวาน หากคุณเป็นนักชิมตัวยงด้วยแล้วละก็ คงจะอิ่มอร่อยไปกับการลองลิ้มชิมอาหารสารพัดชนิด รวมทั้งขนมไทยโบราณที่หารับประทานได้ยากในปัจจุบัน ที่ตลาดแห่งนี้ บรรดาคุณลุงคุณป้าพ่อค้าแม่ขายใจดียังคงทักทายปราศัยด้วยน้ำใจไมตรีต้อนรับทุกคนที่มาเยือนจังหวะชีวิตในตลาดริมคลองโบราณแห่งนี้เป็นไปอย่างช้าๆ ราวกับว่าเวลานั้นได้หยุดนิ่งอยู่กับที่

อร่อยประจำถิ่น

  • นอกจากผู้ที่มาเที่ยวชมตลาดคลองสวนร้อยปีจะได้อิ่มใจไปกับบรรยากาศตลาดย้อนยุคแล้ว ยังจะได้อิ่มท้องไปกับอาหารหลากหลายชนิด ว่ากันว่ากุนเชียงหมูสูตรดั้งเดิม ร้านแปะงิ้น ยายพรเขาทำอร่อย หรือว่าฮ่อยจ๊อ ร้านฮ่อยจ๊อเลิศรส ก็ไม่ควรพลาดลิ้มลอง เป็ดพะโล้ ไก่พะโล้ร้านหอเจี๊ยะ นุ่มลิ้นชวนน้ำลายสอ

รู้ก่อนเดินทาง

  • ตลาดคลองสวนร้อยปีเปิดให้ท่านมาจับจ่ายได้ทุกวันเพื่อความสะดวกควรมาในช่วงเช้า ซึ่งมีข้าวของสดใหม่รอคุณอยู่
« Previous PageNext Page »