• Pages

  • RSS News

  • เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี สถานที่ท่องเที่ยวน่าน

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    ฤดูหนาวย่างกรายเข้ามา นักเดินทางทั้งหลายต่างก็หาสถานที่ที่จะไปตากลมหนาวกัน ขอแนะนำดอยเขาที่สลับซับซ้อนอุณหภูมิต่ำกว่า 6 องศาเซลเซียสให้เหล่าบรรดานักเดินทางทั้งหลายมาสัมผัสกันครับ ที่ที่ว่าก็คือ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระหว่างทางเดินขึ้นยอดดอยที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1100 เมตร สามารถพบกับกระโถนฤาษีบานอยู่ริมลำธาร บางดอกก็ยังตูมอยู่ สีของดอกเป็นสีแดงสดแต้มด้วยจุดสีเหลืองสดทั่วทั้งดอก

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    กระโถนฤาษีเป็นพรรณไม้หายาก ด้วยลักษณะของดอกสีสัน ลำต้นเล็กมากคล้ายใยรา และที่สำคัญมันจัดอยู่ในพรรณไม้ลึกลับ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่ามันมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เมื่อเดินไต่เขาขึ้นมาเรื่อยๆถึงความสูง1450 เมตรจะพบดอกไม้ป่านานาชนิด ต้นตะเคียน สนสามใบ มังตาน ต้นชมพูคาและนกหลากหลายชนิด บ่ายคล้อยก็พักค้างแรมที่ยอดดอยแห่งนี้ ด้วยอากาศที่เย็นสบาย และธรรมชาติที่สมบูรณ์ตกเช้าก็เดินต่อเข้าสถานีการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ
    ภูพยัคฆ์ เป็นแหล่งพัฒนาและรวบรวมสายพันธ์พืชเมืองหนาวต่างๆหลากหลายพรรณ
    เมื่อลงจากภูพยัคฆ์นักท่องเที่ยวก็สามารถลงมาเล่นน้ำได้ที่แม่น้ำว้าตอนกลางมีระยะทาง 40 กิโลเมตรโดยช่วงที่ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติดอยภูคา นักท่องเที่ยวท่านใดที่ชอบ
    กีฬาทางน้ำอย่าง ลองแก่ง ก็สามารถแบกเรือยางลงน้ำได้เลย โดยธารน้ำที่นี่
    นอกจากใสจนมองเห็นตัวปลาแล้ว ทิวทัศน์สองข้างทางยังวิจิตรตาอีกด้วย สำหรับการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ท่านเดินทางมาจังหวัดน่านสะดวกสุดด้วยทางหลวงหมายเลข 101 จากตัวอำเภอเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 1070 ผ่านอำเภอท่าวังแล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1256โดยที่ทำการอุทยานอยู่ที่กิโลเมตรที่ 25 ส่วนที่พักและสถานที่อำนวยความสะดวกทางอุทยานก็มีลานกางเต็นท์ ร้านค้า และบ้านพักให้บริการกันครับ

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    เที่ยวดอยภูคา แวะดูกระโถนฤาษี

    Posted under ภาคเหนือ by ndesigns on Friday 24 September 2010 at 9:24 pm

    ตามหาตำนานพระลอ ที่เวียงสรอง จังหวัดแพร่

    ตามหาตำนานพระลอ ที่เวียงสรอง จังหวัดแพร่ สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดแพร่

    อนุสรณ์สถานแห่งความรัก พระลอ พระเพื่อน พระแพง ในอุทยานลิลิตพระลอ จ.แพร่

    อนุสรณ์สถานแห่งความรัก พระลอ พระเพื่อน พระแพง ในอุทยานลิลิตพระลอ จ.แพร่

    เรื่องราวความรักของพระลอตำนานรักอมตะระหว่างพระลอกับพระเพื่อนพระแพง ที่กลายเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาในท้องถิ่นล้านนานับร้อยๆปี เป็นโศกนาฎกรรมรักระหว่างหนุ่มสาวสองราชวงศ์ที่เป็นศัตรูกัน เวียงสรองปัจจุบันอยู่ในอำเภอแม่สอง เริ่มต้นการเดินทางจากอุทยานลิลิตพระลอ เมื่อเข้าไปภายในอุทยานก็จะพบประติมากรรมพระลอ พระเพื่อนและพระแพง สามองค์ประทับยืนพิงกันโดดเด่นแต่ไกล นอกจากนี้ยังมีการสร้างจุดสนใจต่างๆตามเหตุการณ์สำคัญในวรรณคดีลิลิตพระลอรวม 13 แห่ง เอาไว้ตามจุดต่างๆท่ามกลางดอกไม้นานาพรรณ นอกจากนี้ยังมีการแสดงนิทรรศการภาพวาดพระลอเอาไว้โชว์นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีตู้โชว์ของสะสมเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันด้วยครับ เดินออกมาจากตัวอาคารเล็กน้อยก็พบกับศาลปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งชาวบ้านทั่วไปต่างเชื่อกันว่าใครไม่มีคู่แล้วมาอธิษฐานขอจากหลวงปู่สมิงพรายก็จะได้มีคู่ ออกจากศาลหลวงปู่สมิงพรายก็เดินตรงไปเป็นจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นแนวกำแพงโบราณทั้งสามชั้น ของเมืองโบราณหลังออกจากอุทยานก็ไปไหว้พระต่อที่ วัดพระธาตุพระลอ เป็นเจดีย์ขนาดไม่ใหญ่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่บรรจุอัฐิของพระลอพระแพงและพระเพื่อน เด่นเป็นสง่า ก่อนเดินทางกลับก็แวะหาของฝากที่ตลาดแม่สอง ซึ่งก็มีของให้เลือกซื้อเลือกทานอย่างมากมาย

    ครับ สำหรับการเดินทาง ทางรถยนต์ เดินทางจากกรุงเทพมหานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข1แยกเข้าทางหลวงหมายเลข11 ที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ผ่านจังหวัด นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เข้าสู่จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 551 กิโลเมตร จากตัวเมืองแพร่ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ประมาณ 25 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 103 อีก 18 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าตามทางหลวงหมายเลข 1154 สู่อำเภอแม่สอง

    Posted under ภาคเหนือ by ndesigns on Thursday 23 September 2010 at 8:45 pm

    ดอยช้าง ทุ่งดอกซากุระประตูสู่เชียงราย

    ดอยช้าง ทุ่งดอกซากุระประตูสู่เชียงราย สถานที่ท่องเที่ยวเชียงราย

    ดอยช้าง ทุ่งดอกซากุระประตูสู่เชียงราย

    ดอยช้าง ทุ่งดอกซากุระประตูสู่เชียงราย

    ในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงกลางเดือนมกราคม ท่านใดที่ต้องการพบดอกซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่ง จะพบในที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร สามารถหาชมได้ที่ดอยช้างครับ

    หลังจากที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เมื่อมาถึงจังหวัดเชียงรายก็มักนึกถึงดอยอ่างขาง หรือว่าจะเป็นแม่สายจนบางท่านไม่รู้จักดอยช้างด้วยซ้ำไปหรือรู้จักว่าดอยช้างก็คือที่ผลิตกาแฟของ
    จังหวัดเชียงราย แต่ถ้านักท่องเที่ยวท่านใดได้ขึ้นมาสัมผัสก็คงติดใจไปตามๆกันนึกว่า
    เป็นประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไปเจ้าซากุระสีชมพูจะช่วยกันย้อม
    เทือกเขาทั้งเทือกให้ดูโรแมนติก ดอยช้างเป็นยอดดอยสูงในเทือกเขาดอยวาวี ในอำเภอแม่สลวย จังหวัดเชียงราย เป็นจุดที่สามารถชมความงามของดอกซากุระที่สวยงามที่สุด เส้นทางขึ้นสู่ดอยช้างคดโค้ง สูงชัน และแคบต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถขึ้นไป เมื่อไปถึงบ้านดอยช้างจะพบกับดงดอกบ๊วยออกดอกขาวโพลนไปทั่วทั้งหุบเขา เลยขึ้นไปเป็นศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย ทั่วทั้งภูเขาที่นี่เต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูแซมด้วยดอกซากุระสีขาวแล้วยังมีแปลงไม้เมืองหนาว
    ออกดอกชูช่อรอนักท่องเที่ยวอย่างเราๆให้ไปชมกันอย่างมากมายครับ หลังจากชมดอกไม้
    เมืองหนาวจนอิ่มตาแล้วที่ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงรายยังมีพุทธอุทยานอยู่
    ท่ามกลางสวนไผ่และพรรณไม้เมืองเหนืออีกหลากหลายชนิด ห่างจากพุทธอุทยานก็มีจุดชมวิวมองเห็นทะเลภูเขาอันสลับวับซ้อน ยิ่งเป็นตอนพระอาทิตย์ตกดินยิ่งงดงามจับใจยิ่งนัก นอกจากที่จะได้สัมผัสกับความงามทางธรรมชาติที่แสนสวยแล้ว สามารถเก็บภาพถ่ายไว้เป็นที่ระลึกจนแทบนับไม่ถ้วนเลยครับ

    การเดินทางจากกรุงเทพมุ่งสู่จังหวัดเชียงราย เข้าสู่อำเภอแม่สรวย จากอำเภอแม่สรวยเดินทางไปสู่ดอยช้าง โดยผ่านบ้านตีนดอย ทุ่งพร้าว ห้วยใคร้ จนเข้าดอยช้างรวมระยะทาง 30 กิโลเมตร หรือจะเลือกเส้นทางอำเภอแม่สรวย-ห้วยส้าน (อำเภอแม่ลาว) ระยะทาง 15 กิโลเมตรแต่เป็นทางดินโดยตลอด

    Posted under ภาคเหนือ by ndesigns on Thursday 23 September 2010 at 8:22 pm

    ชมทุ่งดอกกระเจียว ที่ภูแลนคา จังหวัดเลย

    ชมทุ่งดอกกระเจียว ที่ภูแลนคา จังหวัดเลย สถานที่ท่องเที่ยวเลย

    ชมทุ่งดอกกระเจียว ที่ภูแลนคา จังหวัดเลย

    ชมทุ่งดอกกระเจียว ที่ภูแลนคา จังหวัดเลย

    ทุ่งดอกกระเจียวเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของทางภาคอีสาน ในช่วงฤดูฝนจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันอย่างหนาแน่น สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่จะพาทุกท่านไปก็คืออุทยานแห่งชาติภูแลนคา อุทยานใหม่มีของดีซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยครับ สำหรับเส้นทางการศึกษาธรรมชาติ สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง เบื้องล่างเป็นต้นหญ้าเขียวไสว ถ้ามองดูให้ดีท่านจะพบกับแมลงหลากหลายชนิด ท่านจะเดินทางตัดผืนป่าจนมาถึงหินรูปปราสาท เป็นผาหินขนาดใหญ่ นอกจากนั้นท่านจะพบกับหินรูปร่างแปลกตาอีกหลายแห่งครับ เมื่อชื่นชมกับป่าเต็งรังจนเต็มอิ่มแล้ว

    อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

    อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

    ท่านก็สามารถนอนพักค้างแรมที่จุดชมวิวของทางอุทยานแห่งชาติได้ ยิ่งในยามค่ำคืนอากาศ ก็เย็นสบาย ตกเช้าตื่นมาก็พบกับสายหมอกและอากาศเย็นยามเช้า ระหว่างทางเดินลงเชิงเขาก็แวะชมทิวทัศน์ของท้องนาสีเขียวขจีสลับกับที่กำลังรอการปักดำ ท้องฟ้ายามเช้าในฤดูฝนอากาศขมุกขมัวไร้แสงเป็นวันพักผ่อนที่สบายไม่ต้องเร่งรีบระหว่างทางกลับ
    เราแวะไหว้พระและชมวัดผาเกิ้งหรือวัดชัยภูมิพิทักษ์ ซึ่งอยู่ใกล้กับทางเข้าอุทยาน จุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ นอกจากทัศนียภาพของป่าเต็งรังที่สมบูรณ์แล้วยังมีทุ่งดอกกระเจียว
    บานรอบยังกับท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ติดต่ออุทยานแห่งชาติภูแลนคา 044-810902-3

    การเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ใช้ทางหลวงหมายเลข1จนถึงจังหวัดสระบุรี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านอำเภอหมวกเหล็ก จังหวัดนครราชสีมาจากนั้นแยกขวาใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอสีคิ้ว อำเภอจัตุรัส ถึงจังหวัดชัยภูมิ เมื่อถึงชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข 2051 ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีแยกซ้ายมือเข้าทางหลวงหมายเลข 2159 อีก 26 กิโลเมตรจะมีแยกซ้ายมือเข้าที่ทำการอุทยาน

    สำหรับการเดินทางด้วยรถโดยสาร ก็มีรถหลากหลายบริษัทครับยังไงก็ไปติดต่อที่สถานีขนส่งกรุงเทพ-หมอชิตก็แล้วกัน

    Posted under ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ by ndesigns on Thursday 23 September 2010 at 8:04 pm

    สวนผึ้ง มหัศจรรย์เมืองราชบุรี

    สวนผึ้ง มหัศจรรย์เมืองราชบุรี

    สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่หลงใหลการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและชอบการนอนพักค้างแรม
    บนต้นไม้หรือที่เรียกว่าบ้านต้นไม้นั้นผมมีที่มาแนะนำครับอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก ที่จังหวัดราชบุรีครับ และต้องเป็นที่อำเภอสวนผึ้งด้วย ใครที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากนอนบนบ้านต้นไม้หรือบ้านรังนอนสามารถมานอนกันได้ที่ บัววัฒนาฮิลล์ไซด์รีสอร์ท

    บัววัฒนาฮิลล์ไซด์รีสอร์ท

    บัววัฒนาฮิลล์ไซด์รีสอร์ท

    แหล่งที่พักดั่งเดิมของอำเภอสวนผึ้งก็ว่าได้ สำหรับบ้านพักของรีสอร์ทแห่งนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายครับไม่ว่าจะเป็นบ้านพักต้นไม้ บ้านรังนกหรือว่าบ้านหงส์เหิร และที่กางเต็นท์นอนก็มีให้บริการนะครับ สำหรับที่ท่องเที่ยวในอำเภอสวนผึ้งก็จะมีน้ำตกเก้าชั้นเมื่อก่อนเรียกน้ำตกเก้าโจร ด้วยสายน้ำที่ใสไหลหลากอยู่ในผาหินสูงชัน

    น้ำตกเก้าชั้นหรือน้ำตกเก้าโจน

    น้ำตกเก้าชั้นหรือน้ำตกเก้าโจน

    อีกทั้งลำธารแต่ละชั้นก็สลับกับป่าไผ่โปร่งสามารถทอดน่องได้อย่างสบายใจ บางชั้นยังมีสะพานเหล็กให้ทอดข้ามกันอีกด้วยครับ หลังจากเล่นน้ำเย็นจนอิ่มหน่ำแล้วที่นี่ก็ยังมีธารน้ำร้อนบ่อคลึง บ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ สามารถลงไปแช่ตัวกันได้ในราคาไม่กี่บาทครับเลยจากบ่อน้ำพุร้อนมาไม่มากก็จะพบกับอุทยานธรรมชาติวิทยา

    อุทยานธรรมชาติวิทยา

    อุทยานธรรมชาติวิทยา

    ไว้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติกันได้ สุดท้ายก็ไปต่อกันที่น้ำตกบ่อหวี เป็นน้ำตกธรรมชาติขนาดใหญ่ คล้ายน้ำตกเก้าชั้น เส้นทางสองฟากฝั่งยังเป็นป่าไม้เขียวขจี สามารถเดินเลียบลำธารได้ตลอดสาย เลยไปไม่ไกลก็เป็นจุดชมวิวห้วยคอกหมูบนยอดเขาสูงเห็นทัศนียภาพของอำเภอสวนผึ้งได้ไกลลิบๆ การเดินทางครั้งเต็มอิ่มทั้งทางร่างกายและจิตใจส่วนการเดินทางก็ง่ายมากครับ จากกรุงเทพมหานครเข้าสู่ถนนเพชรเกษมผ่านอำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม ข้ามสะพานเข้าเมืองราชบุรี จากนั้นไปตามทางหลวงหมายเลข3208อีกประมาณ50กิโลเมตรก็ถึงอำเภอสวนผึ้งหรือจะเดินทางด้วยรถทัวร์ รถไฟก็มีบริการนะครับ ส่วนการเดินทางในอำเภอสวนผึ้งก็มีรถจักรยานยนต์ให้เช่าวันละ 200-300 บาทเลือกตามความชอบใจได้เลยครับ

    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 23 September 2010 at 12:13 am

    Next Page »