• Pages

  • RSS News

  • อิ่มอก อิ่มบุญ วันออกพรรษา ที่เมืองอุทัยธานี ประเพณีตักบาตรเทโว อุทัยธานี

    ประเพณีตักบาตรเทโว อุทัยธาน

    ย้อนรำลึกถึงวันที่พระพุทธองค์ ทรงเสด็จกลับมาจากการโปรดพระมารดาบนชั้นดาวดึงส์ เที่ยวงานบุญออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเมืองอุทัยธานี ที่วัดสังกัสรัตนคีรี

    ประเพณีตักบาตรเทโว นั้นมาจากคำว่า โทโวโรหณะ อันหมายถึง วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลก ภายหลังจากที่ได้ทรงโปรดพระมารดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดทั้งพรรษาแล้ว ตามพุทธตำนานกล่าวว่าเมื่อชาวเมืองสังกัสนครเห็นพระองค์เสด็จลงมาต่างก็ปิติยินดี และพากันมารอตักบาตรกันอย่างเนืองแน่น จึงเรียกการตักบาตรครั้งนั้นว่าการ ตักบาตรเทโวโรหณะ ซึ่งกลายเป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบมาในหมู่พุทธศาสนิกชนในวันออกพรรษา โดยชาวไทยเรียกกันสั้นๆ ต่อมาว่า ประเพรีการตักบาตรเทโว

    งานประเพณีตักบาตรเทโว ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั้น คงจะได้แก่งานประเพณีตักบาตรเทโวที่วัดสังกัสรัตนคีรจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจัดขึ้นในเทศกาลออกพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ ลงมาตากบันไดจากพระมณฑปบนยอดเขาสะแกกรัง พร้อมด้วยพระสงฆ์จำนวนมาก ที่ตามขบวนลงมากตามบันไดกว่า 499 ขึ้น เพื่อมารอรับบาตรจากพุทธศาสนิกชนจากทุกสารทิศ ที่รอคอยมาทำบุญในวันออกพรรษา และชมประเพณีที่งดงามน่าประทับใจ ราวกับการจำลองภาพวันสำคัญแห่งพุทธกาล ในวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับมาจากเทวโลกครั้งนั้นมาไว้ให้เห็นกันอย่างปลาบปลื้มเป็นบุญตา

    จังหวัดอุทัยธานีอาจจะเป็นจังหวัดที่เป็นที่รู้จักกันค่อนข้างน้อยในเชิงการท่องเที่ยว เพราะนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงเช่นอุทยานแห่งชาติห้วยขาแข้งแล้ว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณีที่มีชื่อเสียงก็แทบจะไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวเท่าใดนัก แต่ถ้าหากกล่าวถึงประเพณีการตักบาตรเทโว ในช่วงออกพรรษาแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัดได้เป็นอย่างดี เพราะประเพณีนี้นอกจากจะ เป็นแผนปฎิบัติของชาวพุทธในท้องถิ่นแล้ว ยังได้รับความสนใจจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใน จังหวัดใกล้เคียงมาร่วมตักบาตรเทโวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในปัจจุบันแทบจะเรียกได้ว่าเป็น ประเพณีที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคกลางในช่วงวันออกพรรษาเลยก็ว่าๆได้

    อร่อยประจำถิ่น

    • อุทัยธานีนั้น มีปลาแม่น้ำสะแกกรังเป็นอาหารขึ้นชื่อ โดยเฉพาะ ปลาแรด ที่นำมาปรุงเป็นอาหารอร่อยสารพัด เช่น ทอดกระเทียม ราดพริก ชวนน้ำลายไหล นั้นมีผู้แนะนำกันว่า ร้านนกน้อยริมแม่น้ำสะแกกรัง ใกล้กับสะพานข้ามไปเกาะเทโพนั้น อาหารอร่อยและบรรยากาศดี

    รู้ก่อนเดินทาง

    • อย่าลืมขึ้นไปนมัสการพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่งดงาม และพระพุทธบาทจำลองในมณฑป พร้อมทั้งถวายสักการะพระบรมรูป พระปฐมบรมราชชนกในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนกลับบ้าน
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 12:18 pm

    ร่วมถวายดอกไม้เข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สระบุรี

    ประเพณีตักบาตรดอกไม้ สระบุรี

    เมื่อดอกเข้าพรรษาเบ่งบาน เป็นสัญญาณให้รู้ว่าช่วงเวลาสำคัญของชาวพุทธมาถึงแล้ว มาร่วมประเพณีตักบาตรดอกไม้กับชาวสระบุรี ที่เชื่อกันว่า… ถ้าใครได้ถวายดอกไม้เข้าพรรษา แล้วจะได้กุศลมากนัก

    ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวอำเภอพระพุทธบาท จัดขึ้นปีละครั้ง ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา และหาชมได้เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

    ประเพณีนี้จะมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันเข้าพรรษา เริ่มต้นจากขบวนแห่พระพุทธรูปที่งดงามและขบวนพระภิกษุที่ออกบิณฑบาตรเป็นสาย เพื่อรับดอกไม้จากพุทธศาสนิกชนที่มารอคอยกันอย่างพร้อมเพรียง แล้วขบวนพระสงฆ์นั้นจะมุ่งหน้าขึ้นสู่บันไดนาค เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท แล้วจึงกลับลงมาเข้าสู่พระอุโบสถ เพื่อทำพิธีสวดมนต์อธิษฐานเข้าสู่พรรษา

    มีเกร็ดเล่าว่า ในการตักบาตรดอกไม้นั้น จะนิยมใช้ดอกเข้าพรรษามากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ชาวบ้านจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาที่ขึ้นตามไหล่เขาหลังจากทำบุญในตอนเช้า เพื่อนำมาใส่บาตรในตอนบ่าย ดอกเข้าพรรษาจะมีลักษณะคล้ายกับกระชาย ซึ่งจะออกดอกเบ่งบานเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น มีทั้งสีเหลือง สีขาว และสีม่วงที่หายาก จนเชื่อกันว่า หากใครนำดอกเข้าพรรษาสีม่วงมาตักบาตร จะได้กุศลแรงกว่าสีอื่น

    หลังจากร่วมประเพณีที่วัดพระพุทธบาทแล้ว ต้องไม่พลาดการนมัสการรอยพระพุทธบาทในพระมณฑป ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสิริมงคลสูงสุดสำหรับผู้ที่ได้มาสักการะ จนมีคำกล่าวว่าหากใครได้มาบูชาครบ 7 ครั้งแล้ว จะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลยทีเดียว

    ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีทางพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสระบุรี ความพิเศษของประเพณีนี้มิได้มีเพียงแค่เฉพาะรูปแบบของการตักบาตรที่แตกต่างออกไปคือ
    ชาวบ้านจะนำดอกไม้มาใส่บาตรแต่ความพิเศษจะอยู่ที่ตัวดอกไม้ที่ชาวบ้านนำมาถวายพระ กล่าวคือ ชาวบ้านมักจะใช้ดอกไม้ป่าซึ่งมักจะเป็นดอกที่มีฤดูผลิบานในช่วงวันเข้าพรรษา แต่ในปัจจุบันชนิดของดอกไม้ก็ถูกปรับเปลี่ยนไปตามความสะดวกและยุคสมัย บ้างก็ใช้ดอกมะลิ บ้างก็ใช้ดอกบัวแล้วแต่ความสะดวกในการหาหรือบางคนก็ใช้ดอกไม้อื่นๆที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังรวมถึงพิธีการต่างๆที่เป็นองค์ประกอบของประเพณีตักบาตรดอกไม้ เช่น ขบวนจำลองพยุหยาตราของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมมานมัสการรอยพระพุทธบาท ประกวดไม้ดอกไม้ประดับประดิษฐ์จากดอกไม้ใบตอง ประกวดธิดาตักบาตรดอกไม้ เป็นต้น

    อร่อยประจำถิ่น

    • ย่านพระพุทธบาทมีร้านอร่อยชื่อ สถาพรโภชนา ที่ขายมากว่า 30 ปี มีก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ่น หรือหมูตุ๋นมะระ และผัดไทยกุ้งสดรสชาติอร่อยทีเดียว

    รู้ก่อนเดินทาง

    • นอกจากประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดพระพุทธบาทยังมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ และเดือน มีนาคม ของทุกปีด้วย สอบถามข้อมูลที่สำนักงาน ททท. ภาคกลาง เขต 7 โทร. 036422 768 9
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:56 am

    โยนดอกบัวแห่งศรัทธา เพื่อวันทาหลวงพ่อโต ประเพณีรับบัว สมุทรปราการ

    ประเพณีรับบัว สมุทรปราการ

    ประเพณีรับบัว ของชาวบางพลี มีเอกลักษณ์ และแสดงถึงความศรัทธาในพุทธศาสนา และความกลมเกลียวของชุมชน… ภาพดอกบัวที่ท่วมท้นองค์หลวงพ่อโต ดุจดั่งท่านได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่บัวนับพัน

    ประเพณีรับบัวหรือที่เรียกอีกอย่างว่าประเพณีโยนบัวนั้น เป็นประเพณีที่มีชื่อเสียงของสมุทรปราการ สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษในพื้นที่บางพลีนับแต่อดีต อันเป็นจุดชุมชนซึ่งเคยเป็นที่อาศัยของชาวไทย ลาว และชาวมอญที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ปัจจุบันได้มีการรื้อฟื้นประเพณีรับบัวและจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 และเช้าตรู่ของวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับช่วงเทศกาลออกพรรษา

    ในวันงานประเพณีรับบัว จะมีการแห่องค์จำลองของหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เป็นที่เคารพบูชาของชาวบางพลี และเป็นหนึ่งในตำนานพระพุทธรูปที่ลอยน้ำ มาพร้อมกับหลวงพ่อบ้านแหลม และหลวงพ่อโสธร เพื่อให้ประชาชนจำนวนมาก นำดอกบัวมานมัสการองค์หวงพ่อโตเพื่อเป็นสิริมงคล

    ขบวนแห่หลวงพ่อโตจะถูกจัดขึ้นทางน้ำ ประชาชนสองฝั่งที่พากันเฝ้าคอย จะโยนดอกบัวขึ้นไปบูชาบนเรือหลวงพ่อโตที่อยู่กลางน้ำ บางคนก็พายเรือมาร่วมขบวน โดยตลอดสองฝั่งคลองสำโรงจะมีการตกแต่งบ้านเรือน และติดธงทิวกันอย่างสวยงาม ประกอบกับเสียงขับร้องและเสียงดนตรีที่มีชีวิตชีวา

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรื่นเริงอีกมากมาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางพลี เช่น การแสดงการละเล่นเพลงเรือ รวมทั้งการละเล่นพื้นบ้านประเภทต่างๆ ในงานยังมีการประกวดเรือสวยงาม และการประกวดหนุ่มสาวรับบัว ที่น่าชมด้วย

    ประเพณีรับบัวหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือประเพณีโยนบัว เป็นประเพณีเฉพาะประจำท้องถิ่นของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคสมัยใดแต่อย่างไรก็ตามประเพณีรับบัวที่ดำเนิน
    มาจนถึงปัจจุบันนั้นจะมีความแตกต่างกับประเพณีที่จัดขึ้นในสมัยโบราณอยู่เล็กน้อย เช่นการแห่หลวงพ่อโต ซึ่งเริ่มมีมาในยุคหลังๆ แต่อย่างไรก็ตามปรัชญาของประเพณีนั้น ยังคงอยู่และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันไม่เปลี่ยนแปลงซึ่งนั่นก็คือการแสดงออกถึงความรักสมัครสมาน
    สามัคคีของพี่น้องต่างเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในชุมชนหรือพื้นที่เดียวกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

    อร่อยประจำถิ่น

    • ร้านอาหารแนะนำ ได้แก่ ร้านระเบียงทะเล ในซอยบางปู 72 เยื้องกับเมืองโบราณ ที่มีรายการอาหารทะเลอร่อยสดมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศริมอ่าวไทย อาหารจานเด็ด เช่น ปูทะเลผัดซอสไข่เค็ม ปลากระพงราดพริกกระเหรี่ยง และแกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว โทร. 02 709 1825 และร้านสายลม บางปูที่อยู่ติดๆกัน ก็น่านั่งไม่แพ้กัน ยำปูไข่ดอง และส้มตำปูม้าของเขารสจัดจ้านถูกใจ โทร. 02 709 0892

    รู้ก่อนเดินทาง

    • สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก ที่ว่าการอำเภอบางพลี โทร. 02 337 3489 90
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:44 am

    แข่งขันวิ่งควาย ช่วงเวลาพักผ่อน ของชาวนาไทย ประเพณีวิ่งควาย ชลบุรี

    ประเพณีวิ่งควาย ชลบุรี

    แต่ไหนแต่ไรมา… คนไทยเป็นคนสนุกสนาน ซึ่งจะสะท้อนออกมาจากวัฒนธรรมประเพณีและการแข่งขันวิ่งควาย ถือเป็นภาพสะท้อนที่ดียิ่ง

    เสียงเซ็งแซ่ ร้องเชียร์ แห่งความสนุกสนาน ดังกระหึ่มมาจากท้องทุ่งนา เป็นสัญญาณบอกว่าประเพณีวิ่งควายได้มาถึงแล้ว ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาแต่โบร่ำโบราณ เมื่อสิ้นสุดฤดูไถหว่าน ที่เหน็ดเหนื่อยกันมาตลอดระยะเวลา ระหว่างรอคอยการเติบโตงอกงามของรวงข้าวที่จะตกออกของรวงข้าวที่จะตกดอกออกรวง ก็ถึงเวลาแห่งการพักผ่อนของชาวนาและฝูงควาย

    ในงานวันประเพณี ชาวบ้านจะพร้อมใจกันอาบน้ำแต่งตัว ประดับประดาตกแต่งควายของตนเองให้สวยงาม ด้วยผ้าแพรพรรณ ลูกปัดหลากสี เพื่อนำควายของตัวเองมาประกวดประชัน ทั้งประเภทสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ ตลกขบขัน สร้างเสียงหัวเราะเฮฮาได้เป็นอย่างดี จากนั้นยอดนักบู๊และยอดฝีมือจากที่ต่างๆ ทั่วทุกหมู่บ้าน จะออกมาประลองฝีเท้าเพื่อแข่งขันวิ่งควาย ควบกันจนฝุ่นตลบ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเล็ก หรือรุ่นใหญ่ เสียงเชียร์ดังกึกก็องจนเลื่องลือไปไกลถึงต่างแดน นับว่าเป็นงานประเพณีที่สนุกสนานและหาชมได้ยาก

    ประเพณีวิ่งควายเป็นประเพณีที่สืบสานต่อกันมามากกว่า 100 ปี ประเพณีนี้มิใช่เพียงจัดขึ้นหรือได้รับการสนับสนุนเพื่อผลประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวเพียง
    อย่างเดียว แต่มันคือประเพณีที่สื่อถึงความผูกพันกันระหว่างควายกับคนในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ไม่ใช่หน้าทำนาควายก็จะได้พักผ่อนรวมทั้งถูกเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี และยังเป็นประเพณีที่แสดงออกถึงควากตัญญูรู้คุณของคนที่มีต่อความในฐานะสัตว์เลี้ยงคู่ทุกข์
    คู่ยากที่ช่วยกันตรากตรำทำงานมาตลอดฤกาล ประเพณีวิ่งควายในปัจจุบันนี้มีชื่อเสียง เป็นอย่างมาก และได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกจากการวิ่งแข่งควายแล้ว ยังมีการจัดประกวดประขันการตกแต่งควายสวยงาม ขบวนพาเหรดและอื่นๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจในเชิงการท่องเที่ยวอีกด้วย สนปัจจุบัน ประเพณีวิ่งควายถูกจัดขึ้นอย่างแพร่หลายตามเมืองต่างๆในจังหวัดจันทบุรี ส่วนการจัดงาน ในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี ตรงกับวันขึ้น
    14 ค่ำ เดือน 11 ส่วนที่อำเภอบ้านบึงจะจัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และที่ตลาดหนองเขิน อำเภอบ้านบึง จะจัดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

    อร่อยประจำถิ่น

    • ถ้าอยากกินอาหารทะเลแกล้มบรรยากาศด้วย ต้องร้านปะการัง อยู่แถวๆวงเวียนเล็ก แหลมแท่น ร้านทาสีขาวยื่นออกไปในทะเล บรรยากาศโรแมนติก เมนูเด็ด อาหารทะเลทุกชนิด
    • ร้านวังมุข บนเขาสามมุข มีเมนูเด็ดคือ อาหารทะเลทุกชนิด ขอแนะนำปูทะเลนึ่ง ใหญ่มาก ใครที่ชอบกินปูจะได้อร่อยกับเนื้อปูเต็มๆ

    รู้ก่อนเดินทาง

    • งานจัดขึ้นในวัน 14 ค่ำ เดือน 11 หรือประมาณตุลาคม ของทุกปี จัดกันที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 31 August 2009 at 11:34 am

    นมัสการรอยพระพุทธบาท บนยอดเขาสูงเทียมฟ้า พระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

    พระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

    การนมัสการรอยพระพุทธบาท เปรียบเหมือนได้เข้าเฝ้าองค์พระศาสดา ซึ่งถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ ผู้คนนับพันจึงพากันดั้นด้นมาที่นี่ จุดหมายคือยอดเขาคิชฌกูฏอันสูงลิบเพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทอันงดงาม

    สำหรับผู้ที่มาเที่ยวจังหวัดจันทบุรี หากเดินทางมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมีเวลาเหลือ ก็ขอแนะนำให้แวะนมัสการพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ เพราะถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอีกแห่งหนึ่งของชาวจันทบุรี ซึ่งในแต่ละปี จะมีพุทธศาสนิกชนมาสักการะเป็นจำนวนมาก รอบพระพุทธบาทตั้งอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏที่สูงกว่า 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะของรอยพระพุทธบาทนี้จะเป็นรอยบนแผ่นหินใหญ่ เชื่อกันว่าถูกค้นพบโดยพรานหาของป่าเมื่อประมาณสองร้อยปีก่อนและหลังจากนั้นก็เป็นสถานที่
    ที่เคารพสักการะของชาวพุธมาจวบจนปัจจุบัน

    อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ นั้นมีความอุดมสมบูรณ์ เขียวขจี ใครชอบเที่ยวน้ำตก ที่นี่มีน้ำตกคลองช้าเซ น้ำตกกระทิง และน้ำตกคลองกระสือ ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ที่สำคัญบนยอดเขาคิชฌกูฏอันสูงลิบนั้น แม้การเดินทางจะค่อนข้างลำบาก แต่ยังมีผู้คนจำนวนมาก ที่พยายามจะดั้นด้นขึ้นไปให้ถึงสุดปลายยอดเขา เพื่อกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท ซึ่งถือเป็นงานประเพณีที่สำคัญประจำปี และได้ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูงสุด และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

    การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวง ต้องขึ้นรถกระบะโฟว์วีลไปตามถนนที่ลาดชันมาก ระยะทางราว 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร บนยอดเขายังมีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนาอยู่มากมาย ทั้งศิลาเจดีย์ หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขาพระพุทธบาทอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ตัวเมืองจันทรบุรีได้อย่างชัดเจน ใครยังไม่เคยไป ไม่ควรพลาดครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองไม่ผิดหวัง

    อร่อยประจำถิ่น

    มาเมืองจันทร์ต้องกินแกงหมูชะมวง กระวานผัดฉ่า ส้มตำ ทุเรียนหมอนทองที่ร้านจันทร ร้านเก่าแก่ อยู่ข้างโรงแรมเกษมศานต์ 1 ตรงข้ามที่ทำการไปรษณีย์จันทรบุรี ร้านคุณแดง อยู่ใกล้แยกวัดไผ่ล้อมเลยโรงแรมเคพี แกรนด์ เมนูเด็ด ไก่บ้านต้มกระวาน แกงป่าปลาเห็ดโคน น้ำพริกปูหลน ใครชอบน้ำพริก ร้านน้ำพริกสี่ภาค ขายน้ำพริกล้วนอยู่ซอยตรงข้ามโรงหนังสยาม ร้านก๋วยเตี๋ยวปูป้าสมจิตร อยู่ซอยถัดจากร้านน้ำพริกสี่ภาค เมนูเด็ด ก๋วยเตี๋ยวผัดปู

    รู้ก่อนเดินทาง

    งานนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ จัดเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเทศการตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี (ปลายเดือนมกราคม มีนาคม) รวมระยะเวลา 2 เดือน

    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 20 August 2009 at 11:09 pm

    Next Page »