• Pages

  • RSS News

  • ชมประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งเดียวในโลก ที่วัดไตรภูมิ ประเพณอุ้มพระดำน้ำ เพชรบูรณ์

    ในเชิงการท่องเที่ยว นอกจากจังหวัดเพชรบูรณ์จะมีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของธรรมชาติแล้ว การท่องเที่ยวในเชิงศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีก็ยังนับว่ามีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเพชรบูรณ์เลื่อมใสกันมานานหลายชั่วอายุคนสืบ
    เนื่องจากตำนานเรื่องเล่าในสมัยโบราณ ในทุกๆปี ประเพณีนี้จะถูกจัดขึ้น ตามความเชื่อของ ประชาชนว่าจะทำให้อยู่เย็นเป็นสุข ฝนตกต้องตามฤดูกาลและพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีความ อุดมสมบูรณ์ดี และนอกจากนี้ก็เพื่อเป็นการสักกระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ตามที่ต่างๆ อีกด้วย และถึงแม้ว่าปรัชญาการก่อกำเนิดประเพณีนี้ จะเหมือนๆกับประเพณีในภาคอื่นๆแต่ ลักษณะการอุ้มพระดำน้ำจะพบเห็นได้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์เพียงที่เดียวเท่านั้น

    ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นประเพณีเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองของชาวเพชรบูรณ์ ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งไม่ปรากฏที่ไหน… นอกจากที่นี่เท่านั้น

    ตามประวัติเล่าว่า ได้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นมาจากกลางแม่น้ำ บริเวรท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ชาวบ้านจึงร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาเพื่อกราบไหว้ แต่ในปีถัดมาพระพุทธรูปได้หายไปอีกครั้ง และได้ไปพบที่กลางแม่น้ำที่เคยเจอ จึงได้อัญเชิญขึ้นมาไว้ที่วัดไตรภูมิอีกครั้ง แล้วถวายพระนามว่า พระพุทธมหาธรรมราชา ต่อมาได้จัดงานประเพณี อุ้มพระดำน้ำขึ้น ในวันสารทไทย ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี

    ในพิธีอุ้มพระดำน้ำนั้น ชาวเมืองเพชรบูรณ์ จะอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมืององค์นี้ แห่จากวัดไตรภูมิไปตามเส้นทางรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา จากนั้นเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ จะเป็นตัวแทนอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ประดิษฐานบนเรือที่ท่าน้ำหน้าวัดไตรภูมิล่องเรือทวนกระแสน้ำป่าสัก ไปทำพิธีดำน้ำที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร โดยจะอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาเทิดไว้เหนือหัวแล้วจึงดำน้ำลงไป พร้อมกับหันหน้าไปทางทิศเหนือสามครั้ง ทิศใต้สามครั้ง ชาวเพชรบูรณ์เชื่อกันว่า จะทำให้น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ของที่นี่ ถือเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกที่ได้สืบทอดกันมา ถือเป็นมรดกตกทอดถึงลูกถึงหลานตราบนานเท่านาน

    อร่อยประจำถิ่น

    • นอกจากมะขามหวานแล้ว ไก่ย่างวิเชียรบุรีก็อร่อยขึ้นชื่อ หากินได้ที่ร้านไก่ย่างบัวตอง หรือไก่ย่างตาแป๊ะ ที่อยู่ใกล้กัน ถ้าชอบขนมจีนต้องขนมจีนหล่มเก่า ร้านขนมจีนคุณตา ใกล้กับที่ทำการไปรษณีย์ในเมือง

    รู้ก่อนเดินทาง

    • อุ้มพระดำน้ำที่คุ้งน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร มีทุกวันที่ 7 11 ตุลาคม หรือช่วงแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Thursday 11 June 2009 at 7:16 pm

    ชมประทีปพันดวง ที่ลอยกลางสายน้ำปิง ประเพณีลอยกระทงสาย ตาก

    แสงประทีป ลอยเป็นสายไปตามลำน้ำ ยาวสุดสายตา เพื่อบูชาพระแม่คงคา อธิษฐานรอยพระบาท ลอยทุกข์ ลอยโศก ให้ห่างหายไปไม่กลับมา บรรยากาศที่งดงามของประเพณีลอยกระทงสาย ไหลประทีปพันดวงของชุมชนลุ่มแม่น้ำปิง

    ความงดงามของกระทงสายที่ถูกปล่อยไหลไปตามสายน้ำปิง เป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดตากที่งดงามและสืบทอดกันมานาน สำหรับที่อื่นๆ กระทงจะทำด้วยใบตอง แต่กระทงของที่นี่จะทำด้วยกะลามะพร้าว ที่ขัดล้างจนสะอาด ใช้เทียนไขที่เคี่ยวจนเหลว เทใส่ในกะลาที่มีด้ายฟั่นเป็นรูปตีนกา วางตรงกลาง เพื่อใช้จุดเป็นประทีป ยามเช้าชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านจะพร้อมใจกันจัดขบวนแห่ แต่งตัวสวยงามร่ายรำกันอย่างสนุกสนาน นำขบวนกระทงกะลามาลอยริ่มฝั่งแม่น้ำปิง รำลึกจิตอธิษฐานบูชารอยพระพุทธบาท และบูชาพระแม่คงคา และอธิษฐานเพื่อลอยทุกข์โศก จากนั้นปล่อยแพผ้าป่าน้ำ เป็นทานให้กับคนที่เก็บแพลอยน้ำไปได้

    ประเพณีลอยกระทงสายของชาวจังหวัดตากนับได้ว่ามีความแตกต่างไปจากประเพณีการลอยกระทง
    ทั่วไปและมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เริ่มตั้งแต่ตัวกระทงที่มักจะทำจากกะลา มะพร้าว เสียเป็นส่วนใหญ่ และนอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นที่เกิดจากภูมิประเทศ กล่าวคือแม่น้ำปิง ที่ไหลผ่านจะมีลักษณะเป็นร่องน้ำที่เป็นสาย มีความสวยงามอย่างมากเมื่อกระทงไหล ไปตามสายน้ำดังกล่าวจะทำให้ดูเป็นเหมือนกระทงสายไหลไปตามแม่น้ำอย่างต่อเนื่องกัน การลอยกระทงสายนี้เป็นประเพณีที่ขึ้นชื่อและสร้างความภาคภูมิใจให้ชาวจังหวัดตากเป็นอย่างมาก สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งสำหรับนักท่องที่ยวก็คือก่อนที่จะมีการลอยกระทงสาย 1 วัน จะมีการประดิษฐ์กระทงนำและกระทงปิดท้าย ซึ่งมีความสวยงามและวิจิตรบรรจง และแสดงออกถึงความสามัคคีของแต่ละชุมชนที่ช่วยกันประดิษฐ์ขึ้นมา

    ยามค่ำคืนจะมีการประกวดกระทงสาย ชาวบ้านจะช่วยกันคนละไม้คนละมือปล่อยกระทงกะลาลงในแม่น้ำเป็นระยะๆ ห่างเท่ากัน อย่างสม่ำเสมอ กระทงกะลามะพร้าวจะลอยเป็นสายยาวล่องไปตามแม่น้ำปิง ส่องแสงระยิบระยับสวยงามไปทั่วทั้งผืนน้ำ และถ้าหากกระทงสายของหมู่บ้านใด ลอยได้ระยะสม่ำเสมอ แสงไฟไม่ดับตลอดสายจะถือเป็นผู้ชนะ บรรยากาศสองฟากฝั่งเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กองเชียร์ตีกลองร่ายรำกันอย่างครื้นเครง พลุดอกไม้ไฟถูกจุดขึ้นตระการตา อบอวลไปด้วยความงดงามและมิตรไมตรีของชาวแม่ปิง เป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก

    อร่อยประจำถิ่น

    • อย่าพลาดอาหารว่างที่เป็นอาหารพื้นเมืองที่นิยมของชาวเมืองตาก คือ เมี่ยง ทำด้วยมะพร้าว ถั่วลิสง ใบเมี่ยงหมักเป็นหลัก อย่าลืมซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน

    รู้ก่อนเดินทาง

    • ประเพณีลอยกระทงสายของจังหวัดตาก จะจัดขึ้นช่วง 15 ค่ำ เดือน 12 หรือเดือน พฤศจิกายน ของทุกปี
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Wednesday 10 June 2009 at 7:08 pm

    เติมฝัน ปั้นจินตนาการ กับล้านของเล่น พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่น พระนครศรีอยุธยา

    ขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ ย่อมหมายถึงแหล่งเรียนรู้ แต่ที่นี่กลับปลุกความฝันในวัยเยาว์ให้ตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กับสารพัดของเล่นหลากชนิด อันเป็นของสะสมส่วนตัวมายาวนานกว่า 20 ปี

    พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาที่เริ่มได้รับ
    ความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆไม่เพียงน่าสนใจแต่เฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นเด็กเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ใหญ่ที่ต้องการย้อนรำลึกถึงอดีตที่ตัวเองลืมไปหมดสิ้นและ
    ยังอยากปลูกฝังให้ลูกหลานได้รู้คุณค่าถึงของเด็กเล่นสมัยเก่า

    ณุปแบบของพิพิธิภัณฑ์นั้นก็แตกต่างไปจากพิพิธิภัณฑ์แบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิงโดยจัดทำในรูปแบบ
    ที่ทันสมัยและเปิดโอกาสให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมแบะเล่นของเล่นที่จัดแสดงซึ่งเรียกได้ว่าสนุกสนานทั้ง
    เด็กและผู้ใหญ่และได้ความรู้ไปในตัว นอกจากนี้ยังมีสวนหย่อม และสถานที่บริเวณสำหรับ พักผ่อนหย่อนในอันร่มรื่น ส่วนของเล่นที่นำมาจัดแสดงก็ประกอบไปด้วยหลาย ยุคหลายสมัยทั้งของเล่นของไทยและต่างประเทศรวบรวมไว้อย่างมากมาย

    วันนี้เชื่อแน่ว่าคุณจะได้รู้จักชื่อของ รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ ผู้ปลุกจินตนาการและความฝันในวัยเด็กให้โลดแล่นเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตจริง ผ่านของเล่นนับล้านชิ้นที่อาจารย์ผู้นี้ใช้เวลาสะสมเกือบครึ่งชีวิตด้วยใจรัก และผูกพันกับของเล่นอย่างสุดซึ้ง เพราะงานอดิเรกเป็นนักวาดภาพประกอบเจ้าของผลงานหนังสือภาพสำหรับเด็กจำนวนมาก วันที่คว้ารางวัลนอมา จากประเทศญี่ปุ่น และได้เห็นพิพิธภัณฑ์ของเล่นคีตาฮา จึงเป็นการจุดประกายให้ท่านคิดอยากสร้างพิพิธภัณฑ์ของเล่นในเมืองไทย

    เด็กๆจะได้เรียนรู้และสานจินตนาการผ่านของเล่นมากมาย บนอาคารพิพิธภัณฑ์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ชั้น สีฟ้าขาว บางส่วนสร้างสรรค์ด้วยสีสันด้วยการกรุกระจกสี และผนังด้านในยังเพ้นท์การ์ตูนดูสนุกๆ ภายในนั้นจัดแสดงของเล่นหลากประเภท ทั้งตุ๊กตา หุ่นยนต์ ข้าวของเครื่องใช้ ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นของเล่นโบราณ ที่เราไม่ค่อยคุ้นตากันเท่าไหร่นัก ส่วนใครที่ชื่นชอบของเก่าเก็บแล้วละก็ ยังมีมุมจัดแสดงของเก่าย้อนยุค ทั้งวิทยุโบราณ แก้ว จาน ซองยาโบราณที่ปัจจุบันแทบไม่เห็นกันแล้ว และอีกสารพัดที่จะเรียกอดีตวัยเยาว์ของคุณกลับคืนมา

    อร่อยประจำถิ่น

    • จังหวัดพระนครศรีอุยธยามีอาหารอร่อยหลายอย่างที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็นปลาแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำ ที่ร้านแพกรุงเก่า และร้านบ้านวัชราชัย หรือแม้แต่จานง่ายๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ที่อยุธยามีก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยให้เลือกชิมหลายร้าน หรือของฝากขึ้นชื่ออย่างโรตีสายไหม

    รู้ก่อนเดินทาง

    • สามารถแวะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ได้ ทุกวันอังคาร อาทิตย์ ตั้งแต่ 09.00 16.00 น.
    • สอบถามเพิ่มเติม โทร. 035 328 949 50, 081 890 5782, 086 334 4581
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Tuesday 9 June 2009 at 10:19 pm

    ชมโคมลอยนับพัน ล่องลอยบนฟ้าในคืนลอยกระทง ประเพณีลอยโคมยี่เป็ง เชียงใหม่

    ใครที่ชอบบรรยากาศพื้นเมือง รอยยิ้มที่เป็นกันเอง และความเป็นล้านนา การลอยกระทง และลอยโคมประทีปของที่นี่ จะสร้างความสดใสมีชีวิตชีวาให้กับคุณ

    ชั่วโมงนี้คงจะไม่มีใครไม่รู้จักเทศกาลลอยโคมยี่เป็ง เทศกาลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเทศกาลยี่เป็งนี้ก็ไม่ได้มีความสำคัญด้อยไปกว่าเทศกาลลอยกระทงที่จัดกันในส่วนกลางแต่
    อย่างใดจำนวนโคมสว่างไสวนับล้านดวงจะถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าในวันนี้ ซึ่งการลอยโคม ขึ้นสู่ท้องฟ้าก็เปรียบเสมือนการลอยทุกข์ลอยโศกขึ้นไปพร้อมกับโคมและเพื่อให้มีความสุขความเจริญ ในปัจจุบันประเพณีนี้ไม่ได้มีความสำคัญต่อผู้คนในท้องถิ่นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังเป็นที่นิยมชม
    ชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชอบถ่ายรูป และเก็บภาพโคมลอยสวยๆเป็นประจำทุกๆปี และนอกจากนี้ประเพณีลอยโคมยี่เป็ง ไม่ได้จัด กันเฉพาะในจังหวัดเชยงใหม่ แต่ยังรวมไปถึงจังหวัดอื่นๆ ในนภาคเหนืออีกด้วย

    โคมไฟหลายพันดวง ลอยเป็นสายเต็มฟากฟ้ายามราตรี ทำให้ฟ้าค่ำคืนนี้สว่างไสว ประดุจดวงดาวนับล้านๆดวง ชาวบ้านเชื่อกันว่า ประเพณีลอยโคมยี่เป็ง เป็นการปลดปล่อยความทุกข์ความโศก และสิ่งไม่ดีในชีวิต ให้ลอยไปกับโคมประทีป ตามวัดวาอาราม บ้านเรือนของชาวบ้านล้านนา จะประดับประดาไปด้วยโคมไฟ และดอกไม้นานาพันธุ์ อรุณรุ่งของวันยี่เป็ง ชาวบ้านจะถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้า จากนั้นจะเดินทางไปที่วัด นำข้าวปลาอาหารไปถวายพระสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและร่วมฟังเทศน์มหาชาติ

    ใครที่ชอบความครึกครื้น ช่วงกลางวันที่ถนนท่าแพ จะมีขบวนแห่กระทงขนาดใหญ่ มีการประกวดกระทงที่น่าตื่นตาตื่นใจ อบอวลไปด้วยบรรยากาศรื่นเริงของนางรำ นางฟ้อน ที่วาดลีลาอ่อนช้อยไปตามท้องถนน ตกเย็นเป็นเวลาที่โคมลอยหลายพันดวงจะถูกจุดขึ้นพร้อมๆกัน แล้วทยอยปล่อยโคมเป็นสายยาว พร้อมอธิษฐานจิต ให้โคมนั้นลอยไปเพื่อถวายแด่พระพุทธเจ้า พระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ปล่อยทุกข์โศก โรคภัยในชีวิตให้ลอยหายมลายสิ้นไปพร้อมกับโคมลอย

    อร่อยประจำถิ่น

    • อาหารพื้นเมืองยอดนิยมของที่นี่ น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู เจ้าอร่อยที่ร้านเจ๊หงส์ ร้านน้ำพริกหนุ่มบุญศรี อยู่ในตลาดวโรรส ไส้อั่วมีทุกตลาด หรือลองแวะซื้อไส้อั่วต้นมะขามเป็นเพิงเล็กๆ อยู่บนถนนเลียบตลองชลประทาน

    รู้ก่อนเดินทาง

    • ลอยโคมยี่เป็ง จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ประมาณเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Tuesday 9 June 2009 at 7:01 pm

    สนุกกับความมหัศจรรย์ของสมุนไพรใกล้ตัว บ้านดงบัง ปราจีนบุรี

    เปิดความมหัศจรรย์ของสมุนไพรไทย พร้อมกับอิ่มอร่อยกับอาหารจานสมุนไพร ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศน้ำมิตร คือของขวัญจากบ้านดงบังที่ตั้งใจจะมอบให้แก่ผู้มาเยือนทุกคน

    บ้านดงบังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านสมุนไพรอันเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองไทยซึ่งก่อกำเนิด
    มาจากหมู่บ้านสมุนไพรเล็กๆที่ชาวบ้านรวมตัวกันขึ้นมา ซึ่งแต่เดิมไม่ได้เน้นการปลูก หรือเพราะเลี้ยงและผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรจำหน่ายอย่างในปัจจุบัน หากเป็นเพียงแค่การ ปลูกพืชผักทำสวนและปลูกหน่อไม่ไผ่ตงซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดปราจีนบุรี

    บ้านดงบังเริ่มเปลี่ยนมาเป็นชุมชนสมุนไพรอย่างจริงจังเมื่อปี พศ 2543 โดยนายแดง มุกดา ซึ่งเป็นหมอยาประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรได้ทำการจัดตั้งกลุ่มสมุนไพร
    บ้านดงบังขึ้นโดยในเริ่มแรกมีสมาชิกอยู่ประมาณ 22 คนและเพิ่มจำนวนสมาชิกขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มพัฒนาขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่เรื่อยๆโดยได้รับการสนับสนุนจากทางราชการโดยกรมส่งเสริมการ
    เกษตร ปัจจุบันบ้านดงบังก่อตั้งเป้นหมู่บ้าน
    OTOP ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงเป้นอันดับหนึ่งของจังหวัดปราจีนบุรี

    เพลินตาไปกับหมู่บ้านนักท่องเที่ยวสมุนไพรแห่งแรกของเมือไทยที่ บ้านดงบัง จ.ปราจีนบุรี ที่ซึ่งหลอมรวมการท่องเที่ยวและเรื่องราวของสมุนไพรไว้ได้อย่างน่าทึ่ง มากมายด้วยสาระความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรนานาชนิด ตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป ที่ควบคู่ไปกับความบันเทิงอันน่ารื่นรมย์ ให้คุณได้ลิ้มรสเมนูสมุนไพรแสนอร่อย ผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการนวดอโรมา เธอราพี ตำรับชาวบ้าน

    หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านแท้จริง เดิมเป็นแหล่งปลูกสมุนไพรสำคัญที่ป้อนให้แก่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งชาวบ้านได้นำความรู้สมุนไพรที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณมาสืบสานและต่อยอด จนในที่สุดได้พัฒนาให้เป็นหมู่บ้านนักท่องเที่ยว ไกด์ประจำถิ่นที่เป็นลูกๆหลานๆบ้านดงบัง จะพาคุณไปชมขั้นตอนการปลูก แปรรูปสมุนไพร ทั้งยังอธิบายสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละตัว ตบท้ายด้วยการได้ชิมเมนูสุขภาพจากบ้านดงบัง ที่รับรองว่าอร่อยล้ำจนอยากขอสูตรกลับไปทำที่บ้านเชียวหละ นอกจากนี้ยังมีบริการโฮมสเตย์กลางสวนสมุนไพรสำหรับใครก็ตามที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตชนบท
    กลางธรรมชาติ นับเป็นทริปที่ได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานรอบด้าน

    อร่อยประจำถิ่น

    • ชาวบ้านดงบังนำสมุนไพรไทยมาปรุงอาหารได้เลิศรสเช่น ยำผักกระสัง แกงไพลม่วงกับปลาดุก ส้มตำลูกยอ บำใบบัวบก และอีกสารพัดเมนูที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ

    รู้ก่อนเดินทาง

    • เลือกซื้อสมุนไพรแปรรูปจากบ้านดงบังกันจุใจแล้วอย่าลืมแวะซื้อต้นไม้นานาพันธุ์ที่อยู่รายรอบ เพราะเส้นทางสายนี้เป็นแหล่งผลิตต้นไม้ประดับสวนขึ้นชื่อระดับประเทศ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 037 213 681, 037 211 523
    Posted under Unseen in Thailand by ndesigns on Monday 8 June 2009 at 10:04 pm

    Next Page »