สัมผัสชีวิตคนภูเขา ของชาวอาข่า ประเพณีโล้ชิงช้าชาวอาข่า เชียงราย
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สำหรับบางคนแล้ว เป็นสิ่งที่น่าหลงใหล เพราะได้สัมผัสกับวิถีชาวบ้าน ยิ่งมีชาวภูเขา ป่าเขียว และมีหมอกลอยห่มคลุมขุนเขา เป็นฉากหลัง คลอเบาๆด้วยเสียงดนตรีของชาวอาข่า ยิ่งน่าชม
ประเพณีอันมีเสน่ห์และน่าเลื่อมใสของชาวอาข่านี้ถูกเรียกโดยชาวอาข่าพื้นเมืองว่า “แย้ขู่อ่าเผ่ว” ซึ่งเป็นประเพณีที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยจะเริ่มจัดกันในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ยาวไปจนถึงต้นเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรมที่มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ประเพณีโล้ชิงช้ามีความสำคัญและผูกพันกับชาวอาข่าอย่างมากมาย เพราะนอกจากจะก่อให้เกิดความรู้ในหมู่ชุมชนแล้วยังเกี่ยวพันกับวิถีการดำรงชีวิตประจำวันของชาว
เขาเผ่าอาข่าอีกด้วย พิธีโล้ชิงช้าจะประกอบๆไปด้วยองค์ประกอบหลัก 4 อย่างคือ วันที่ 1 จะเป็นวันที่ทุกคนจะทำการตระเตรียมสิ่งของที่ใช้ในการโล้ชิงช้าซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะ
ต้องให้แม่บ้านหรือลูกสาวเป็นคนไปตัก เพื่อนำมาสักการะบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว วันที่ 2 เป็นวันที่จะต้องเตรียมทำการสร้างชิงช้าซึ่งในวันนี้จะไม่มีการทำพิธีใดๆทั้งสิ้นนอกจากการวางแผน
และก่อสร้างชิงช้า ส่วนวันที่ 3 คือวัน“ล้อดา อ่าเผ่ว” ซึ่งจะเป็นวันที่ประกอบพิธีทำบุญต่างๆและในวันสุดท้ายคือวันที่ 4 คือวัน “จ่าส่า” ซึ่งจะไม่มีกิจกรรมหรือประกอบพิธีใดๆเลยนอกจากทุกคนจะมากันมาโล้ชิงช้ากันทั้งหมดในวันนี้
ประเพณีรื่นเริงที่สำคัญมากประเพณีหนึ่งของชาวอาข่าคือ ประเพณีโล้ชิงช้า ถือเป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อพระคุณแห่งเทพธิดาอึ่มซาแยะ ผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พวกเขา และเป็นการเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ พิธีนี้จะทำขึ้น 4 วัน วันแรกของเทศกาลชาวอาข่าเรียกว่า วันควาย ถือเป็นวันของการเซ่นไหว้บรรพบุรุษในตอนกลางคืน วันที่ 2 ตรงกับ วันเสือ จะเป็นวันสร้างชิงช้าใหญ่ของชุมชน โดยทุกครัวเรือนจะมารวมกันที่บ้านของผู้นำจื่อมะ และสร้างชิงช้าเพื่อใช้ในพิธี วันที่ 3 ตรงกับ วันลา ถือว่าเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ มีพิธีเซ่นไหว้ตั้งแต่เช้ามืด ตกเย็นมีการเลี้ยงฉลอง มีการเต้นรำอย่างสนุกสนานในตอนกลางคืน วันสุดท้ายของเทศกาลตรงกับ วันกระต่าย ชาวบ้านจะมาร่วมโล้ชิงช้าในช่วงเย็น
นอกจากนะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอาข่าอย่างใกล้ชิดแล้ว ในช่วงพลบค่ำ อากาศเยือกเย็นนั่งอบอุ่นข้างๆกองไฟใกล้ๆกับเสาชิงช้า ที่ชาวบ้านร่วมกันสร้าง ฟังเสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านผสานกับเสียงของหนุ่มสาวชาวอาข่า ที่จับมือล้อมวงร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน วิถีชีวิตที่คุณจะไม่ได้สัมผัสที่ไหนนอกจากบนดอยแห่งนี้
อร่อยประจำถิ่น
- มาเชียงราย ขอแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว ต้องร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยวหนองบัว อยู่บนถนนศรีทรายมูล ส่วนใครชอบข้าวซอย และไส้อั่ว ต้องร้านข้าวซอยพอใจ ถนนเจ็ดยอด รสเด็ด
รู้ก่อนเดินทาง
- ประเพณีนี้จะจัดในช่วงปลายเดือน สิงหาคม – ต้นเดือน กันยายน โดยจะจัดวนไปตามแต่ละหมู่บ้านของชาวอาข่า จังหวัดเชียงราย
